โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปกรณ์’ ลุยแก้กฎหมาย ตม. ดันสูตร จับปุ๊บส่งกลับปั๊บ ลดงบดูแลผู้ต้องกัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ปกรณ์" ลุยแก้กฎหมาย ตม. ดันสูตร จับปุ๊บส่งกลับปั๊บ ลดงบดูแลผู้ต้องกัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับการส่งกลับผู้กระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง เนื่องจากเมื่อถูกจับกุมแล้วกลายเป็นผู้ต้องกักที่ไม่สามารถส่งตัวกลับประเทศต้นทางได้ทันที

แก้กฎหมาย ตม.

จนกลายเป็นปัญหายืดเยื้อทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน และภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักจำนวนมากเนื่องจากประเทศไทยเข้าเมืองได้ง่าย นายกรัฐมนตรีจึงมีดำริให้ปรับเปลี่ยนแนวทางให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับในสหภาพยุโรปที่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรีบส่งตัวผู้กระทำผิดกลับประเทศทันที

การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว จำเป็นต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 54 และมาตรา 55 เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันระบุไว้ว่า ผู้ที่ถูกส่งกลับจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง ซึ่งในความเป็นจริงผู้ต้องกักส่วนใหญ่ไม่มีทุนทรัพย์ จึงต้องแก้ไขกฎหมายให้สามารถนำงบประมาณมาใช้ในการผลักดันตัวกลับได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักในระยะยาวลงได้ โดยในสัปดาห์หน้า ตนเตรียมเรียกประชุมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวให้รวดเร็วที่สุด

นายปกรณ์ นิลประพันธ์

เมื่อถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ นายปกรณ์ ยืนยันว่า หากคำนวณในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว การใช้งบประมาณเพื่อส่งตัวกลับทันทีมีความคุ้มค่ามากกว่าการกักตัวไว้ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยคาดการณ์ว่าการใช้งบประมาณสำหรับการส่งกลับอาจจะหนาตาในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นงบประมาณจะลดน้อยลง เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้กระบวนการคัดกรองและเข้าเมืองของประเทศไทยมีความเข้มงวดและยากยิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...