โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Sleepmaxxers เมื่อการนอนกลายเป็นภารกิจสุดหิน ยิ่งพยายาม...ยิ่งหลับไม่ลง

นิตยสารคิด

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 19.35 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 19.35 น.
sleepmaxxers-cover

ผู้คนในปัจจุบันมีมุมมองต่อการนอนเปลี่ยนไป คนสมัยก่อนอาจมองว่าการนอนคือการเสียเปล่า แต่จากการสำรวจประจำปีของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เกี่ยวกับการใช้เวลาของชาวอเมริกันพบว่า ระยะเวลาการนอนโดยรวมของประชากรเพิ่มขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และยิ่งเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้

“ทิศทางของสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงไป” แมทธิว วอล์กเกอร์ (Matthew Walker) ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และผู้อำนวยการศูนย์การนอนหลับของมหาวิทยาลัยกล่าว “ผู้คน โดยเฉพาะเจเนอเรชัน Z เริ่มกลับมาเห็นคุณค่าของการนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน และพวกเขาก็ทำเช่นนั้นโดยไม่รู้สึกเขินอายอีกต่อไป”

(Dmitry Ganin / Unsplash)

ติดอาวุธให้นอนได้สมบูรณ์
แม้ทัศนคติต่อการนอนจะเริ่มเปลี่ยนไป แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับกล่าวว่า คำแนะนำพื้นฐานก็ยังคงเดิมนั่นคือ นอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมง ในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวันและถูกรบกวนให้น้อยที่สุด แต่สิ่งที่พบตามมาด้วยก็คือ จำนวนของคนที่หมกมุ่นกับการนอนกลับมีเพิ่มมากขึ้น

กระแสในโลกออนไลน์พุ่งสูงขึ้นในกลุ่มคนเหล่านี้ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า “Sleepmaxxers” ซึ่งหมายถึงผู้ที่มักโพสต์โชว์อย่างภาคภูมิใจว่า ตนเองยอมทำทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้ได้นอนหลับได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าหนทางนั้นจะสุดโต่งแค่ไหนก็ตาม

ดีเรก แอนโทเซียก (Derek Antosiek) ชายวัย 31 ปีจากมิชิแกน เริ่มสนใจการนอนหลับอย่างมีคุณภาพหลังจากที่เขาตระหนักได้ว่า ตนเองไม่เคยหลุดพ้นจากพฤติกรรมแย่ ๆ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงวัย 20 ต้น ๆ เช่น การดื่มหนักในช่วงสุดสัปดาห์ และการนอนดึกเป็นประจำ ต่อมาเขาไปเจอกับกลุ่มใน Reddit ที่ชื่อ Sleep Hackers ประกอบไปด้วยผู้คนมาแชร์เทคนิคในการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ดีเรกจึงได้ทดลองทำตามเทคนิคต่าง ๆ ตั้งแต่การใช้เทปปิดปาก (ที่เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการหายใจทางจมูก) เปิดโพรงจมูกด้วยอุปกรณ์ขยายรูจมูก (ซึ่งว่ากันว่าจะช่วยลดการกรน) และปิดหูด้วยที่อุดหู เขายังเคยลองใช้พัดลมเป่าลมเย็นเข้าไปใต้ผ้าปูที่นอน และแยกที่นอนของเขากับภรรยาเพื่อไม่ให้ถูกรบกวน นอกจากนี้ เขาก็เคยทดลองใช้โคมไฟเพื่อการบำบัด เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ อุปกรณ์ติดตามการนอน และแว่นกรองแสงสีฟ้าอีกด้วย

เคต ลินด์เซย์ (Kate Lindsay) นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ The New York Times บันทึกว่า ทุกวันนี้เรามีตัวเลือกมากมายให้ลองใช้งานสำหรับคนที่สนใจเรื่องการนอนโดยเฉพาะ นอกเหนือจากเทปปิดปาก อุปกรณ์ขยายรูจมูก ก็ยังมี สายรัดขากรรไกร (ที่พันรอบศีรษะเพื่อปิดปากให้สนิทขณะนอน) สเปรย์ฉีดหมอน ไปจนถึงสเปรย์แมกนีเซียมสำหรับเท้าเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย และ Sleepy Girl Mocktail ซึ่งเป็นเครื่องดื่มผสมระหว่างน้ำเชอร์รี่ โซดา พรีไบโอติก และผงแมกนีเซียม ทั้งหมดนี้คือสูตรที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนที่หมกมุ่นกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับชั้นนำหลายคน ก็ถูกดึงเข้าไปมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมการนอนหลับที่กำลังเฟื่องฟูและมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ภายหลังจากที่ ดร.แมทธิว วอล์กเกอร์ ตีพิมพ์หนังสือยอดฮิต “Why We Sleep” (นอนเปลี่ยนชีวิต) ในปี 2017 บริษัท Oura ซึ่งผลิตอุปกรณ์ติดตามการนอนหลับ ก็ได้เชิญเขาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ของบริษัท

สำหรับคนจำนวนมากที่หลงใหลในการนอนหลับ พวกเขามองความสนใจใน "เคล็ดลับเพื่อการนอน" เป็นเหมือนงานอดิเรกที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย ดังเช่นที่ เมย์เต ไมเยอร์ (Mayte Myers) วัย 27 ปี ผู้ที่เข้านอนโดยใส่สายรัดขากรรไกรและแปะเทปปิดปากกล่าวว่า พิธีกรรมก่อนนอนที่ซับซ้อนแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรให้ตั้งตารอในแต่ละคืน

(Guilherme Coelho / Unsplash)

แต่มนุษย์นั้นแตกต่างกัน
ทว่าสำหรับบางคน การให้ความสำคัญกับการนอนกลับกลายเป็นผลเสีย ซาร่าห์ เอล คัตทาน (Sarah El Kattan) หญิงวัย 26 ปีที่อาศัยอยู่ในแฟรงก์เฟิร์ต ไม่เคยคิดมากเรื่องการนอนมาก่อนเลย จนกระทั่งช่วงปลายปี 2021 เธอเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพหลังจากฟังพอดแคสต์สุขภาพชื่อดังและได้อ่านหนังสือของ ดร.แมทธิว จากนั้น ความสนใจของเธอก็เปลี่ยนมาจดจ่ออยู่ที่เรื่องการนอน

ไม่นานหลังจากนั้น การต้องเข้านอนก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เธอวิตกกังวล จนเริ่มปรากฏอาการทางกายภาพตามมา “มันเริ่มจากอาการใจสั่น” และยิ่งคิดถึงเรื่องการนอนมากเท่าไร อาการก็ยิ่งแย่ลงไปทุกที

ในยามค่ำคืน เธอรับรู้ทุกนาทีที่ผ่านไปว่าเป็นอีกหนึ่งนาทีที่เธอสูญเสียเวลาในการนอน และความคิดที่หมุนวนอย่างหมกมุ่น ก็สร้างวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เธอนอนไม่หลับนานยิ่งขึ้นไปอีก

ในปี 2017 นักวิจัยจาก Rush Medical College และ Feinberg School of Medicine แห่งมหาวิทยาลัย Northwestern ได้บัญญัติคำว่า “Orthosomnia” ขึ้นมา เพื่ออธิบายอาการหมกมุ่นกับการนอนจนเกิดเป็นความวิตกกังวล นอนไม่หลับ และกลายเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้แย่ลง โดยมีสาเหตุมาจากความพยายามเพื่อ “การนอนที่สมบูรณ์แบบ” จากการใช้เครื่องติดตามการนอน (Sleep Trackers) และอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ที่บางครั้งก็กลับมาทำร้ายตัวเราเอง

กลุ่มนักวิจัยได้แสดงความเห็นในวารสาร The Journal of Clinical Sleep Medicine ถึงความกังวลต่อผลกระทบจาก “การแสวงหาการนอนอันสมบูรณ์แบบ” และเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กับ Orthorexia ซึ่งเป็นอาการหมกมุ่นกับการกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสุดโต่ง

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่หลงใหลเรื่องการนอน จะพัฒนาไปสู่ภาวะ Orthosomnia ดร.เดวิด เบนาวีเดส (Dr. David Benavides) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับจาก Harvard Medical School และ Mass General Brigham เตือนว่า “ปัญหาก็คือ ถ้าคุณมัวแต่หมกมุ่นและกังวลกับการนอนมากเกินไป คุณก็จะลงเอยด้วยการนอนไม่หลับ เพราะมัวแต่นอนพลิกไปพลิกมาคิดวนอยู่ว่า ‘ยังไม่หลับอีกแล้ว’ และรู้สึกแย่ เพราะรู้ว่ามันจะกระทบกับข้อมูลการนอนของคุณในวันถัดไป”

(Acharaporn Kamornboonyarush / Pexels)

สูงสุดคืนสู่ 7 ชั่วโมง
ท้ายที่สุด เคล็ดลับไวรัลทั้งหลายหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ นั้น ก็ไม่สามารถมาแทนที่กฎพื้นฐานของการนอนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงอย่าง การนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมง เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาในทุก ๆ วัน ลดการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงให้เวลากับตัวเองในการผ่อนคลายก่อนเข้านอน

โดยภาพรวมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับกล่าวว่า การให้ความสำคัญกับการนอนหลับในวัฒนธรรมปัจจุบันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดี ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ได้ปฏิเสธเทคนิคหรืออุปกรณ์ใด ๆ โดยตรง ตราบใดที่คนยังใช้มันอย่างปลอดภัย

ลีอาร์ เอ. ไอริช (Leah A. Irish) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย North Dakota State University ผู้ศึกษาด้านการนอนหลับมองว่า มนุษย์นั้นแตกต่างกัน ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันไปด้วย กิจวัตรเล็ก ๆ ก่อนนอนของแต่ละคนนั้น แม้ดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญที่ผลลัพธ์ แต่แท้จริงแล้ว มันก็เป็นสัญญาณที่บอกให้สมองของเราเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อนได้

“อุปกรณ์พวกนี้อาจจะไม่ได้ช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้นจริง ๆ ก็ได้” วาเนสสา ฮิลล์ (Vanessa Hill) นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมการนอนหลับจากสถาบัน Appleton ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมหาวิทยาลัย CQUniversity ในออสเตรเลีย กล่าว โดยเธอเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับแอปฯ Samsung Health และบริษัทที่นอน Purple

“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้สึกสบายตัว ถ้าอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นั่นก็ถือว่าดีแล้ว”

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับจาก Harvard Medical School ยังพบว่า มีผู้ป่วยที่มีภาวะ Orthosomnia มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนมาพบแพทย์พร้อมกับอุปกรณ์สวมใส่ของตนเอง ด้วยความกังวลว่าตนนอนหลับได้ไม่เพียงพอตามรอบของ REM Sleep (รอบของการนอนที่มักจะเกิดขึ้นทุก ๆ 90 นาที) หรือสงสัยว่า ทำไมอุปกรณ์ถึงบอกว่าตนตื่นขึ้นมากลางดึกถึงสามครั้ง โดยเขาชี้ให้เห็นว่า อัลกอริทึมของอุปกรณ์เหล่านี้มีความแปรปรวนอยู่มาก และถึงแม้อุปกรณ์จะสามารถคาดเดาระยะของการนอนได้ แต่ก็มีเพียงการศึกษาคลื่นสมองในห้องทดลองเท่านั้น ที่จะสามารถยืนยันระยะของการนอนได้อย่างแม่นยำจริง ๆ

ดร.อีริก โจว (Dr. Eric Zhou) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์แห่งคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แนะข้อสังเกตถึงความผิดปกติของตัวเองว่า “หากคุณใช้เวลาหลับนานกว่า 30 นาทีเป็นประจำ หรือหากคุณตื่นกลางดึกและไม่สามารถกลับไปนอนได้ภายใน 30 นาที และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสัปดาห์ละ 3 ครั้งหรือมากกว่า ขอแนะนำให้คุณปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อรับการประเมินและดูแลเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม”

ด้านดร.แซม คาชานี (Sam Kashani) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับจากมหาวิทยาลัย UCLA ก็ได้ให้ความเห็นต่อความหมกมุ่นในการนอนหลับกับนิตยสาร Time ว่า “หยุดหมกมุ่นกับการนอนของคุณเถอะ เมื่อร่างกายของคุณอยากนอน มันจะนอนเองได้ ตราบใดที่คุณไม่ปล่อยให้จิตใจของคุณเข้ามาขวางมัน”

เขาเสริมว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการซับซ้อนมากมายถึง 12 ขั้นตอน หรือพึ่งพาเคล็ดลับแฟนซีทั้งหลาย ถ้าคุณไม่มีปัญหาในการนอน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์อะไรพวกนี้เลย แต่ถ้าคุณมีปัญหาจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า “คุณหมอสามารถช่วยคุณได้มากกว่าทั้ง IG และ TikToK เสียอีก” ดร.แซมกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

เพราะในท้ายที่สุด เป้าหมายของการนอนหลับไม่ใช่ “คะแนนเต็ม” จากแอปฯ ติดตามการนอน หรือการทำตามสูตรใดเป๊ะ ๆ แต่คือการรู้จักจังหวะของร่างกายตัวเอง และพักผ่อนอย่างที่ใจรู้สึก “สบาย” ได้จริง ๆ

ที่มา : บทความ “How the Pursuit of Perfect Sleep Can Backfire” โดย Kate Lindsay
บทความ “Should you be sleepmaxxing to boost health and happiness?” โดย Dr. Eric Zhou
บทความ “What Doctors Really Think of Sleepmaxxing” โดย Angela Haupt

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

4 เคล็ดลับการปรุงเมนูไข่ให้อร่อยเลิศแบบคนญี่ปุ่น

conomi

POLCASAN ปล่อยเพลงเดบิวต์ซิงเกิล I am POLCASAN อุ่นเครื่องก่อนพบกันในแฟมมีต

THE STANDARD

หิวตอนดึกกินอะไรดี? เปิดโพย 5 เมนูแคลลอรี่ต่ำ อิ่มท้อง ไม่อ้วน ไม่เสี่ยงกรดไหลย้อน นักกำหนดอาหารบอกเอง

sanook.com

6 เคล็ดลับ "กินไข่" ให้ได้ประโยชน์เต็มสูบ ช่วยหุ่นสวย หน้าใส แค่กินให้เป็น!

sanook.com

“ล้านนา” มาจากไหน ไม่ใช่ “ลานนา” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ศิลปวัฒนธรรม

อากาศพิษบั่นทอนชาติ “หมอแอมป์” เตือนวิกฤติ PM2.5 เร่งอายุชีวภาพ ทำลายสมองเด็ก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...