โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อากาศพิษบั่นทอนชาติ “หมอแอมป์” เตือนวิกฤติ PM2.5 เร่งอายุชีวภาพ ทำลายสมองเด็ก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) เปิดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ PM2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่เร่งความแก่ระดับเซลล์ เสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ พร้อมแนะ 5 นโยบายรัฐเพื่อทางรอดสุขภาพคนไทย

อย่ามองว่าฝุ่นเป็นเรื่องชั่วคราว นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic ออกโรงเตือนวิกฤติ PM2.5 คือภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพระดับชาติ ชี้หลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัด ฝุ่นจิ๋วเร่งให้ร่างกาย “แก่เร็ว” เสี่ยงโรคเรื้อรัง และเป็นหนี้สุขภาพที่ส่งต่อให้คนรุ่นหลังอย่างไม่เป็นธรรม

ทำไม PM2.5 ถึงน่ากลัว?

หมอแอมป์ ระบุว่า PM2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ ความน่ากลัวของมันคือความสามารถในการเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่ใช่แค่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์

อันตรายของ PM2.5 หลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้

ข้อมูลจากงานวิจัยระดับโลกเผยถึงผลกระทบจาก PM2.5 ที่มีต่อสุขภาพไว้ดังนี้

  • หัวใจและสมอง: เพิ่มความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตาย, หลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) และโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้ซึมเศร้า วิตกกังวล และประสิทธิภาพการตัดสินใจแย่ลง
  • ระบบเผาผลาญ: กระตุ้นภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้เป็นเบาหวานและโรคอ้วนได้ง่ายขึ้น แม้จะดูแลตัวเองดีแล้วก็ตาม
  • เร่งความแก่ (Biological Aging): ฝุ่น PM2.5 ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นผ่านการหดสั้นของ Telomere และทำลายไมโตคอนเดรีย ส่งผลให้คนที่สูดฝุ่นต่อเนื่อง “แก่เร็วกว่าอายุจริง” แม้จะออกกำลังกาย กินอาหารดี และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic

“นี่คือเหตุผลที่ PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือ “ศัตรูเงียบของ Longevity” ที่บั่นทอน Healthspan ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง”

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง PM2.5 เป็นพิเศษ

ถึงแม้ว่า PM2.5 จะกระทบต่อสุขภาพของทุกคน แต่กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่

  • เด็กเล็ก: ปอดและสมองที่กำลังพัฒนาจะถูกทำลายได้ง่ายและรุนแรงกว่าผู้ใหญ่
  • หญิงตั้งครรภ์: ฝุ่นสามารถผ่านรกไปสู่ทารก เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือเด็กน้ำหนักน้อย
  • ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เสี่ยงต่ออาการกำเริบเฉียบพลัน เช่น หอบหืด หรือหัวใจวาย

ผลกระทบระดับโครงสร้างและเศรษฐกิจ

ในวันนี้คนส่วนใหญ่มักจะมองถึงปัญหา PM2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพร่างกาย แต่ถ้าหากไม่เร่งแก้ไข จะส่งผลกระทบมากมายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็น

ภาพจาก iStock
  • หนี้สุขภาพ: เด็กที่โตมากับฝุ่นจะมีความเสี่ยงโรคเรื้อรังสูงขึ้นในอนาคต กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายสาธารณสุขระยะยาว
  • วิกฤติ Wellness Hub: หากไทยไม่สามารถจัดการปัญหาอากาศได้ จะสูญเสียความเชื่อมั่นในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Wellness Tourism) ของโลก
  • อากาศคือสิทธิพื้นฐาน: หมอแอมป์เน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็น “ปัญหาสุขภาพระดับชาติ” ที่รัฐต้องให้ความสำคัญเท่ากับเรื่องเศรษฐกิจ

ข้อเสนอ 5 นโยบายรัฐ “ต้องทำจริง”

เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหา PM2.5 รุนแรงไปกว่านี้ หมอแอมป์ได้เสนอ 5 นโยบายที่รัฐบาลควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • วาระแห่งชาติ: ยกระดับ PM2.5 เป็นเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพ มี KPI วัดผลชัดเจนระดับรัฐมนตรี
  • หยุดการเผา: บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับ และมีบทลงโทษที่เด็ดขาด
  • ปฏิรูปเมือง: เร่งเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นไฟฟ้า (EV) และกำหนดเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone)
  • ข้อมูลโปร่งใส: ประชาชนต้องเข้าถึงค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์และเชื่อถือได้ เพื่อวางแผนชีวิต
  • ยุทธศาสตร์ Wellness: ประเทศไทยจะเป็น Wellness Hub ไม่ได้ หากอากาศยังเป็นพิษ ต้องทำให้ “อากาศสะอาด” เป็น Soft Power

การป้องกันเชิงรุกสำหรับประชาชน

หมอแอมป์ได้แนะนำคนทั่วไป ถึงวิธีป้องกันตนเองจาก PM2.5 ไว้ดังนี้

  • สร้างเกราะจากภายใน: เน้นทานอาหารต้านอนุมูลอิสระเพื่อลดการอักเสบของเซลล์ เช่น วิตามิน C, E, โอเมก้า-3 และสารสกัดจากบรอกโคลี ที่ช่วยขับสารพิษ
  • อุปกรณ์ต้องพร้อม: ต้องใช้หน้ากาก N95 เท่านั้น (หน้ากากธรรมดากันไม่ได้) และควรมีเครื่องฟอกอากาศระบบ HEPA ในบ้าน
  • เช็กก่อนออกจากบ้าน: ตรวจสอบค่าฝุ่นผ่านแอปฯ สม่ำเสมอ หากเป็นพื้นที่สีแดง/ม่วง ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งทันที

PM2.5 ไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นตัวลดทอน Healthspan (ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี) ของคนทั้งชาติ หากจะส่งเสริมให้คนไทย “อยู่ดีและอยู่ยาว” รัฐและประชาชนต้องร่วมกันทำให้อากาศสะอาดเกิดขึ้นจริงตั้งแต่วันนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อากาศพิษบั่นทอนชาติ “หมอแอมป์” เตือนวิกฤติ PM2.5 เร่งอายุชีวภาพ ทำลายสมองเด็ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...