โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

4 ปี ‘ราชพิพัฒน์แซนด์บ็อกซ์’ ขยายสู่ 8 โซนสุขภาพ กทม.

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ปรับระบบสุขภาพ กทม. บริการถึงชุมชน ลดเหลื่อมล้ำ–เชื่อมปฐมภูมิ ถึง ตติยภูมิ สร้างระบบ ถึงระดับเส้นเลือดฝอย ยอมรับ ความท้าทายชุมชนเมือง เผย กทม.มีชุมชนจัดตั้ง 15% ที่เหลือเป็นคอนโด หมู่บ้านจัดสรร เล็งร่วมเอกชน–ขยาย PCU ครอบคลุมสิทธิบัตรทองอีก 2 ล้านคน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ The Active ถึงความคืบหน้า ราชพิพัฒน์แซนด์บ็อกซ์ หลังดำเนินการครบ 4 ปี โดยระบุว่า ระบบสุขภาพ กทม. ได้ปรับแนวคิดครั้งสำคัญ จากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ สู่การบูรณาการใน ระดับโซนสุขภาพ 8 พื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลสังกัด กทม. โรงเรียนแพทย์ และหน่วยบริการภาครัฐ–เอกชน เพื่อเชื่อมบริการตั้งแต่ปฐมภูมิถึงชุมชน

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์

“นโยบายของผู้ว่าฯ คือสร้างบริการให้ทั่วถึงถึงระดับเส้นเลือดฝอย เน้นความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

โมเดลดังกล่าวเปลี่ยนบทบาทโรงพยาบาล จากการเป็น “excellence center” ที่ประชาชนเข้าถึงยาก มาเป็นระบบดูแลตามมาตรฐานโรคสำคัญ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ให้มีมาตรฐานตั้งแต่ปฐมภูมิ และส่งต่ออย่างเป็นระบบเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน

เชื่อมฉุกเฉิน–ออนไลน์–แอปหมอ กทม. ลดเวลาเข้าถึงบริการ

ผอ.รพ.ราชพิพัฒน์ ย้ำว่า นโยบายสำคัญอีกด้านคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงบริการ โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม โรงพยาบาลออนไลน์ ควบคู่ระบบฉุกเฉิน 169 และแอปหมอ กทม. เพื่อให้ผู้ป่วยระบุตำแหน่งได้ทันที ไม่ต้องอธิบายเส้นทางซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการช่วยเหลือ

“เทคโนโลยีช่วยลดเวลา เพิ่มความเร็วในการเข้าถึง แต่ประชาชนก็ต้องร่วมมือในการติดตั้งและใช้เครื่องมือเหล่านี้ด้วย”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

นอกจากนี้ ระบบยังขยายการดูแลต่อเนื่อง เช่น การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุที่กระดูกหัก รวมถึงการดูแลแบบประคับประคองในชุมชน เพื่อลดความพิการระยะยาวและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

ปรับ Mindset แทนเปลี่ยนโครงสร้าง บูรณาการสำนักการแพทย์–อนามัย

เมื่อถูกถามถึงการทำงานระหว่างสำนักการแพทย์และสำนักอนามัยในอดีตที่แยกกันชัดเจน นพ.ภูริทัต ระบุว่า ปัจจุบันไม่ได้เน้นการปรับโครงสร้าง แต่ปรับวิธีคิด ให้หน่วยงานทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ประชาชน

“ถ้าเปลี่ยน mindset ให้ทำงานบูรณาการเพื่อประชาชน จะเร็วกว่าเสียเวลาถกเรื่องโครงสร้างองค์กร”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

พร้อมทั้งยอมรับว่า การเชื่อมบริการจากปฐมภูมิถึงตติยภูมิ ใน กทม. ทำได้ง่ายขึ้นมาก แม้ยังต้องพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างละเอียดต่อไป

เสริมปฐมภูมิ–เพิ่ม PCU ใกล้บ้าน เป้าหมายเข้าถึงใน 30 นาที

หนึ่งในจุดอ่อนเดิมของระบบสุขภาพเมืองคือ ปฐมภูมิไม่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เอกชนไม่ลงทุนเพราะความหนาแน่นประชากรต่ำ ปัจจุบัน กทม. กำลังนำร่องเพิ่มหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU) โดยโรงพยาบาลรัฐ เพื่อเติมช่องว่างบริการใกล้บ้าน

“ประชาชนควรเข้าถึงปฐมภูมิได้ภายใน 30 นาที เราจึงต้องลงทุนในพื้นที่ที่เอกชนไม่คุ้มค่า”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

พร้อมกันนี้ มีการหารือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อออกแบบโมเดลเสริมความเข้มแข็งปฐมภูมิ และแก้ปัญหามาตรฐานบริการไม่เท่ากัน รวมถึงลดขั้นตอนเอกสารการส่งต่อ

เป้าหมายใหม่ ฉุกเฉินไม่เกิน 8 นาที–ส่งต่อไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ด้านระบบฉุกเฉิน กทม. ตั้งเป้ามาตรฐานการช่วยเหลือไม่เกิน 8 นาที โดยเพิ่มรูปแบบ Motorlance รถฉุกเฉินขนาดเล็ก เข้าพื้นที่รถติดหรือชุมชนหนาแน่นได้เร็วขึ้น

ขณะที่การส่งต่อผู้ป่วยจากปฐมภูมิไปโรงพยาบาล กำหนดเป้าหมายไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการระดับสูงได้ทันเวลา

ขยายโรงพยาบาลใหม่ เติมช่องว่างพื้นที่บริการ

สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ พบว่า บางเขตยังเข้าถึงโรงพยาบาลไม่ทั่วถึง จึงมีการสร้างโรงพยาบาลใหม่เพิ่มเติม ได้แก่

  • โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (ภาษีเจริญ)

  • โรงพยาบาลบุษราคัมจิตกุณ (สายไหม)

  • โรงพยาบาลคลองสามวา

  • โรงพยาบาลดอนเมือง

  • โรงพยาบาลทุ่งครุ

โครงข่ายดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนใน กทม. สามารถพึ่งพาระบบบริการของเมืองได้ครบวงจร

“เมื่อโรงพยาบาลใหม่สร้างครบ จะทำให้คนกรุงเทพฯ พึ่งระบบของ กทม. เองได้มากขึ้น”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

รับมือสังคมสูงวัย ต้องดูแลทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะชุมชนเปราะบาง

นพ.ภูริทัต ยังชี้ว่า ความท้าทายสำคัญต่อไปคือการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งต้องขยายบริการดูแลระยะยาวและการดูแลระยะท้ายแบบบูรณาการ โดยต้องครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะชุมชนเปราะบาง

“คนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ชุมชนจัดตั้ง 15% แต่ยังมีคนในคอนโด หมู่บ้านจัดสรร และชนชั้นกลางที่เสียภาษีเหมือนกัน ระบบต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

เดินหน้าร่วมเอกชน–ขยาย PCU ครอบคลุม 2 ล้านคน

ในระยะต่อไป กทม. เตรียมขยาย PCU ภายใต้ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลราชพิพัฒน์และโรงพยาบาลกลาง เพื่อสนับสนุนศูนย์บริการสาธารณสุข และเพิ่มศักยภาพดูแลประชากรสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งมีราว 3.5 ล้านคน

“หากโครงข่าย PCU ขยายเต็มที่ เราจะดูแลประชากรได้มากกว่า 2 ล้านคน ลดภาระโรงพยาบาลใหญ่ และเพิ่มความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ”

นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ห่วงทัศนคติ-ความเชื่อ ทำวัยรุ่นเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทุนจีนทุ่มตลาด "ทุเรียน" ดิวซื้อตรงจากสวน ล้มเกมพ่อค้าคนกลาง

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สุขภาพ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...