โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'โรคคางทูม'ระบาด กรมควบคุมโรคประเมินความเสี่ยง 'ระดับปานกลาง'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้กำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคคางทูมอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการควบคู่ทั้งการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การจัดการผู้ป่วยและผู้สัมผัส การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประชากรและการสื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก

มาตรการสำคัญ ได้แก่ การรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังอย่างรวดเร็วการแยกกักผู้ป่วยอย่างน้อย 5 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการต่อมน้ำลายบวม และการติดตามอาการผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลา 25 วัน เพื่อจำกัดการแพร่กระจายในระดับพื้นที่

ประเทศไทยแนะนำให้เด็กได้รับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และ หัดเยอรมัน (MMR) จำนวน 2 เข็ม โดยเข็มแรกเมื่ออายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 1 ปี 6 เดือน วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคคางทูม 72 %สำหรับการได้รับ 1 เข็ม และ 86 % สำหรับการได้รับ 2 เข็ม

อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันอาจลดลงตามระยะเวลาหลังได้รับวัคซีน จึงอาจพบผู้ป่วยได้แม้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ทั้งนี้วัคซีนยังมีบทบาทสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการเกิดการระบาดในวงกว้าง สำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้านโดยเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิ

ด้านนพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ การหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างสม่ำเสมอ และการงดกิจกรรมรวมกลุ่มเมื่อมีอาการสงสัยโรค รวมทั้งหยุดเรียนหรือหยุดงานตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข

กรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์โรคคางทูมอย่างใกล้ชิด และปรับมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อควบคุมโรคอย่างรวดเร็วและลดผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุข

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการแก้มบวม ไข้ หรือสงสัยโรคคางทูม ควรเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...