ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี ชูเศรษฐกิจเฟื่องฟู หลังกลับสู่อำนาจสมัย 2
วันนี้ (25 ก.พ.2569) ตามเวลาประเทศไทย โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส หรือ State of the Union ชูความสำเร็จในการดำเนินนโยบายหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการปราบปรามผู้อพยพ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของตนเอง
การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ (ตรงกับ 09.00 น. เช้าวันพุธที่ 25 ก.พ.2569 ตามเวลาประเทศเทยไทย) ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องทันทีที่ทรัมป์ปรากฏตัว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับมารับตำแหน่งสมัยที่ 2
ทรัมป์เปิดสุนทรพจน์ด้วยการประกาศว่าสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่ายุคใดในประวัติศาสตร์ ชูผลงานด้านเศรษฐกิจว่าได้รับสืบทอดสถานการณ์ย่ำแย่จากรัฐบาลชุดก่อน แต่ภายในปีเดียวสามารถพลิกฟื้นครั้งใหญ่ โดยนิยามว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ และยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะนี้กำลังเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทรัมป์อ้างว่าภายใน 12 เดือน รัฐบาลของเขาสามารถลดอัตราเงินเฟ้อลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี และโจมตีว่ายุคของโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดี คือช่วงที่เงินเฟ้อเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ
ในประเด็นผู้อพยพ ทรัมป์ชื่นชมความคืบหน้าของรัฐบาลในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและการทะลักเข้ามาของยาเสพติด พร้อมยืนยันว่าพรมแดนสหรัฐฯ ในตอนนี้มั่นคงและปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอ้างสถิติว่าการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลลดลงถึงร้อยละ 56 ภายในเวลาเพียงปีเดียว
นโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรทางการค้าและความมั่นคงกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปรับตัวในด้านการส่งออกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยกความดีความชอบให้กับมาตรการภาษีนำเข้าว่า เป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนการพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจ และแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ชี้ว่ามาตรการภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ขัดต่อกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังและน่าเสียดาย พร้อมยืนยันว่าจะยังคงมาตรการดังกล่าวต่อไปโดยอาศัยกฎหมายทางเลือกอื่นแทน โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ทรัมป์ย้ำถึงความสำเร็จในการยุติสงคราม 8 ศึกนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่ง โดยยกย่องการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสในกาซาว่าเป็นความสำเร็จ ส่วนประเด็นอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ทำลายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซาก พร้อมยืนยันว่าตนต้องการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูต แต่อิหร่านยังไม่ยอมให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
การแถลงครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่าน และถือเป็นเวทีสำคัญในการประกาศความสำเร็จทางการเมืองเพื่อสร้างแรงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศที่กระทบไทยในด้านพลังงานและการค้า
อ่านข่าวอื่น :
อัยการจ่อยื่นอุทธรณ์ยึดทรัพย์ "ทนายตั้ม-ภรรยา" ในกรอบเวลา 30 วัน
ผู้เชี่ยวชาญเปิด 3 องค์ประกอบความร้อน เพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 สุรินทร์
รถพ่วงเทรลเลอร์ชนรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บหลายคน จ.สุพรรณบุรี