รายงานเผย ยุโรปประสบ “ความขาดแคลนอย่างมาก” ด้านการป้องกันประเทศ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า รายงานประจำปีของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (ไอไอเอสเอส) ระบุว่า ยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ของรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ บีบให้ประเทศในยุโรปต้องทบทวนนโยบายด้านการป้องกันประเทศ และสงครามในยูเครนที่ดำเนินมา 4 ปี ก็กระตุ้นความพยายามในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร
เนื่องจากสหรัฐพยายามปรับความสำคัญไปที่การปกป้องดินแดนของตนเอง ทรัมป์จึงผลักดันให้พันธมิตร “แบ่งเบาภาระ” ในด้านการใช้จ่ายทางทหารมากขึ้น ทั้งในยุโรป และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อตอบสนองต่ออิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน
ในปี 2568 การใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 2.63 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 81.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นอัตราที่ช้ากว่าในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แต่ในทางตรงกันข้าม การใช้จ่ายทางทหารในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” โดยแตะ 562,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.4 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 12.6% ในหนึ่งปี
แม้ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐ และเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย ให้คำมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ เป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2578 แต่ไอไอเอสเอสเตือนว่า งบประมาณดังกล่าวอาจถูกจำกัดโดย “พื้นที่ว่างทางการคลัง”
ทั้งนี้ รายงานของไอไอเอสเอส เน้นย้ำถึงความพยายามของนาโต ในการเสริมกำลังแนวรบฝั่งตะวันออก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ทำให้กองกำลังติดอาวุธของยุโรปไม่พร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่แบบที่ยูเครนเผชิญอยู่.
เครดิตภาพ : REUTERS