เปลี่ยนเรื่องเล่นเป็นจริง...ด้วยการนำไอเท็มลับจากเกม Mario Kart มาสร้างภาคเกษตรกรรมที่เท่าเทียม
หากใครเป็นแฟนคลับของนินเทนโดและเป็นสายเกมแข่งรถ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จักเกมแข่งรถในตำนานอย่าง ‘Mario Kart’ เกมแข่งรถสุดคลาสสิกซึ่งผลิตโดยบริษัทนินเทนโด ประเทศญี่ปุ่น และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 25 ปี Mario Kart ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1992 โดยใช้ชื่อเกมว่า Super Mario Kart ซึ่งเป็นเกมที่นำตัวละครจากเกม Super Mario มาลงสนามแข่งรถโกคาร์ท โดยผู้เล่นสามารถเลือก Battle Mode ในการแข่งขันได้ พร้อมเลือกใช้ตัวละครในการแข่งขันได้ที่คุ้นเคยทั้งมาริโอ หลุยส์หรือลุยจิ โยชิ เจ้าหญิง และตัวละครอื่น ๆ ได้อีกมากมายตามต้องการ ขณะที่จุดเด่นของเกมคือสีสันที่สดใส และยังมีการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน จึงถือได้ว่า Mario Kart เป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกเกมหนึ่งของนินเทนโดทีเดียว
(AntMan3001 / Flickr)
เปิดสนามแข่ง Mario Kart กับความหวังในเส้นชัยที่ยังมีอยู่เสมอ
แฟน ๆ ของ Mario Kart อาจคุ้นเคยกันดีกับการแข่งขันรถโกคาร์ทบนถนนแห่งสายรุ้งที่ต้องเลี้ยวโค้งไปมาขณะอยู่ในการแข่งขัน และการแข่งรถโกคาร์ทตามแบบฉบับของมาริโอ้ ไม่ได้ใช้เพียงทักษะการเล่นเกมส่วนตัวเท่านั้น แต่ภายในเกมยังเพิ่มความสนุกด้วยไอเท็มสุดแปลกที่จะมาสร้างความปั่นป่วนให้กับคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกล้วยสำหรับปาใส่คู่แข่งให้เสียหลัก และดาวแห่งความอมตะที่จะทำให้ได้เปรียบจากผู้เล่นคนอื่น ๆ รวมถึงกระดองเต่า เห็ด ลูกระเบิด จรวด ปลาหมึก สายฟ้า ดอกไม้ไฟ และอีกมากมาย ที่ถึงแม้ว่าเราอาจเป็นผู้เล่นที่อยู่รั้งท้าย แต่การมีไอเท็มพิเศษเหล่านี้เป็นตัวช่วย ผู้เล่นก็ยังคงมีความหวังที่จะขึ้นมาเป็นที่หนึ่งได้เสมอตราบใดที่สนามแข่งขันนี้ยังไม่จบลง
นอกจากความสนุกแล้ว Mario Kart ยังเป็นเกมที่มีธีมตามแต่ละประเทศให้ได้เลือกเล่นเพื่อชมความสวยงามของประเทศนั้น ๆ ระหว่างเส้นทางการแข่ง และยังทำออกมาได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเกมเลยก็ว่าได้
จะเป็นอย่างไรถ้าไอเท็มเกม Mario Kart ถูกใช้ในโลกแห่งเกษตรกรรม
หลายคนอาจมองว่า Mario Kart เป็นเกมแข่งรถที่ให้ความสนุกสนาน ความบันเทิง และช่วยผ่อนคลายจากความเครียด แต่คงนึกไม่ถึงเลยว่าไอเท็มที่ใช้เพิ่มพลังต่าง ๆ จากในเกม อาจเป็นตัวอย่างของแนวคิดที่สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในโลกแห่งความเป็นจริงได้
ไอเท็มสุดเจ๋งหลายไอเท็มที่เราพูดถึงกันนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งช่วยเพิ่มแต้มต่อช่วยสร้างความสนุกให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง และในทางกลับกัน ก็อาจสร้างความหงุดหงิดใจให้กับผู้เล่นคู่แข่งที่อยู่ด้านหน้า เมื่อโดนผู้เล่นที่อยู่รั้งท้ายปาไอเท็มใส่ ทว่าไอเท็มจากเกมที่ดูเหมือนจะเป็นไปเพียงเพื่อการสร้างความปั่นป่วนและสีสันให้กับผู้เข้าแข่งขันระหว่างเกม กลับสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับความยั่งยืนของเกษตรกรรมได้
(Trey Ratcliff / Flickr)
จากแนวคิดของ แอนดรูว์ รีด เบลล์ (Andrew Reid Bell) นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาโลกและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความชื่นชอบในเกม Mario Kart และในฐานะที่เขาเป็นนักวิจัยที่ศึกษาในด้านหลักเศรษฐศาสตร์ เขามีความเห็นว่า เกมนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิดีโอเกมที่ให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นแนวทางในการออกแบบการจัดสรรพื้นที่ให้กับเกษตรกรที่มีความยากจนไดด้วย โดยการนำพื้นที่เกษตรกรรมชนบทที่มีทรัพยากรน้อยให้เข้ามาอยู่ในการแข่งขัน และได้กลายมาเป็นหัวข้องานวิจัยของเขาที่ชื่อ “From Mario Kart to pro-poor environmental governance” ที่เน้นการนำแนวคิดจากเกมมาสร้างธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคการเกษตรที่ยังคงมีปัญหา ซึ่งถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสาร Nature Sustainability
เบลล์เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ของเกษตรกร ทั้งในปากีสถาน บังคลาเทศ กัมพูชา มาลาวี และประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกาตอนใต้ โดยพบว่า เกษตรกรในแถบนั้นได้รับการช่วยเหลือน้อยมากหรือซ้ำร้ายคือไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย และนั่นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขามุ่งเน้นงานวิจัยไปที่นโยบายในการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาโลกของเกษตรกรรมในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาและยากจน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความยากจนในภาพรวม ในขณะเดียวกันก็เพิ่มแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
เบลล์มองว่าแนวคิดในการช่วยเหลือดังกล่าวนี้คล้ายกับเกม Mario Kart เขาจึงได้ศึกษาแง่มุมต่าง ๆ เพื่อนำแนวทางและหลักการจากเกมมาประยุกต์ให้เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อยกระดับความยั่งยืนของการเกษตร โดยใช้แนวคิดกลไกจากเกมที่เรียกว่า Rubber Band ซึ่งเป็นกลไกที่มอบพลังที่ดีที่สุดให้กับผู้เล่นที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังในการแข่งขัน โดยออกแบบมาเพื่อให้พวกเขาได้ขึ้นไปอยู่ด้านหน้าและอยู่ในเกมได้ต่อไปจนจบ เปรียบเทียบกับการเพิ่มโอกาสให้กับเกษตรกรที่ยากจน และมีทรัพยากรน้อยกว่าให้สามารถยอมรับความเสี่ยงจากโลกของการแข่งขันได้มากขึ้น
โดยในเกม Mario Kart จะมีไอเท็มต่าง ๆ ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้แข่งขันที่ตามหลัง ระหว่างการแข่ง ไอเท็มจะมีขึ้นมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 อย่างในแต่ละรอบแตกต่างกันไป เป็นการก่อกวนผู้แข่งขันคนอื่นเพื่อเอาชนะ เช่น ไอเท็ม Golden Mushroom หรือเห็ดสีทอง เป็นไอเท็มฟื้นฟูที่ช่วยให้ผู้เล่นที่มีอันดับต่ำสามารถเพิ่มความเร็วของรถโกคาร์ทเพื่อไล่ตามให้ทันผู้แข่งขันที่กำลังนำ หรือไอเท็ม Blue Shell หรือเปลือกหอยสีน้ำเงิน ที่ช่วยในการเล็งยิงผู้เล่นที่อยู่ด้านหน้าให้เสียหลัก และเป็นการชะลอความเร็วของคู่แข่ง โดยที่เป้าหมายหลักของการมอบไอเท็มพิเศษเหล่านี้ ก็เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนได้อยู่ในการแข่งขันจนจบ ไม่ว่าจะมีความสามารถในการเล่นเกมแข่งรถหรือไม่ก็ตาม
เบลล์ได้กล่าวต่อว่า สิ่งที่เขานำมาเชื่อมโยงกันระหว่าง Mario Kart กับการเกษตร คือการเปรียบเทียบว่าผู้ที่จะได้รับโอกาสคือคนมีฐานะหรือมีสิทธิ์ในการเข้าถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ก่อน เบลล์จึงใช้แนวคิดจากเกมที่มีไอเท็มให้ผู้แข่งขันที่ตามหลัง ซึ่งก็คือเกษตรกรที่ยากจนหรือมีทรัพยากรน้อย สามารถได้รับโอกาสเข้ามาอยู่ในการแข่งขันทางด้านการเกษตรต่อไปโดยไม่ถูกปิดกั้นนั่นเอง
โดยหนึ่งในข้อเสนอแนะที่เขาได้เสนอต่อรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนก็คือ การจ่ายค่าตอบแทนแก่การให้บริการด้านระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Service: PES) ซึ่งก็คือหลักการที่คนหรือกลุ่มคนที่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติจะได้รับค่าชดเชยหรือผลตอบแทน ส่วนคนหรือกลุ่มคนที่ได้รับผลประโยชน์จากระบบนิเวศอย่างนักลงทุนภายนอก ก็ควรจะต้องจ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรแลกกับการจัดการที่ดินและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็เป็นการสนับสนุนเกษตรกรในชนบทให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเชื่อมโยงกับนักลงทุนภายนอก
อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งความเป็นจริง การเข้าถึงเกษตรกรในชนบทนั้นมีอุปสรรคและถือเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากพวกเขายังไม่สามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยี หากแนวคิดจากงานวิจัยของเขาเกิดขึ้นจริง เบลล์ต้องเชื่อมต่อไปสู่เกษตรกรในชนบทให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่สามารถติดต่อและเห็นความเคลื่อนไหวของกันและกันได้ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าของอุตสาหกรรมการเกษตรและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
ซึ่งหากมีการนำนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับเกษตรกรและให้พวกเขาได้มีโอกาสในการเข้ามาอยู่ในการแข่งขันที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งยังมีความหวังอยู่เสมอมาใช้ ตามแบบของแนวคิดการมอบไอเท็มลับให้เป็นตัวช่วยเหมือนในเกม Mario Kart อุตสาหกรรมการเกษตรก็น่าจะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน ด้วยการปรับจากเรื่องเล่น ๆ ให้เป็นจริงอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
ที่มา : บทความ “What Mario Kart Can Teach Us About Equitable Farming” โดย Shelby Vittek
บทความ “Could Mario Kart Teach Us How to Reduce World Poverty and Improve Sustainability?” โดย Jessica Colarossi
บทความ “Could governments draw inspiration from ‘Mario Kart’ to develop sustainable policies?” จาก technology.inquirer.net
บทความ “The Economy Would Be More Fair With Mario Kart ‘Rubber-Banding,’ Experts Say” โดย Matthew Gault
บทความ “The complete history of Mario Kart” โดย Mike Minotti
บทความ “Rubber banding in Super Mario Kart” โดย guiguilegui
บทความ “ชม วิวัฒนาการ ของเกม Mario Kart ตั้งแต่ภาคแรกถึงภาคล่าสุด” จาก sanook.com
บทความ “เปิดประวัติซีรีส์ Mario Kart เกมรถแข่งปาร์ตี้ที่ทุกคนต้องเคยเล่น” โดย GantaroZX
บทความ “รีวิวเกม Mario Kart 8 Deluxe พร้อมเทคนิคพิเศษเพื่อเพิ่มทักษะการเล่น” จาก js100.com
บทความ “การจ่ายค่าตอบแทนการให้บริการของระบบนิเวศ Payment for Ecosystem Service: PES” โดย สํานักวางแผนการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เรื่อง : ณัฐนิธิ ประเสริฐแท่น