คลิป “อนุทิน” ให้สัมภาษณ์คดีฮั้ว สว. พบเป็นภาพ Deepfake ตัดต่อผสมเสียงสัมภาษณ์เก่า
Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
[caption id="attachment_15580" align="aligncenter" width="1999"]
ภาพโพสต์คลิปบิดเบือนจาก Facebook[/caption]
Thai PBS Verify พบโพสต์จากบัญชีผู้ใช้รายหนึ่งเผยแพร่คลิปอ้างว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นเอกสารสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยในคลิปมีการระบุข้อความและเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ว่า “รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน มีแต่ให้ประชาชน พวกผมมาทำงานจะไม่ทนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว…”
โดยข้อความประกอบคลิประบุว่า พวกผมมันคนตอแหล นายกฯ ชี้ คนปล่อย เอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว. เจตนาไม่ดีแน่นอน
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 และมียอดรับชมมากกว่า 12,000 ครั้ง
ตรวจสอบคลิปนายกฯ “อนุทิน” ให้สัมภาษณ์ ถูกบิดเบือนอย่างไร ?
เมื่อนำภาพมาแยกคีย์เฟรมจากคลิปก่อนไปตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานข่าวของสำนักข่าวOne Newsเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบต้นฉบับของ One News พบว่าเป็นภาพนิ่ง ไม่ใช่คลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์ตามที่โพสต์ดังกล่าวกล่าวอ้าง
[caption id="attachment_15582" align="aligncenter" width="2000"]
ค้นหาที่มาของภาพพบตรงกับรายงานของสำนักข่าว One News[/caption]
[caption id="attachment_15583" align="aligncenter" width="1784"]
ภาพต้นฉบับ รายงาน อนุทิน ชาญวีรกุล ให้สัมภาษณ์กรณีเอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว.[/caption]
รานงาน One News ระบุ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับว่าสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในคดีฮั้ว สว.หลุด ว่า มันมีกฎหมายอยู่แล้วว่า ใครเอาเอกสารทางราชการออกมา ก็มีการระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับตน อยู่ที่หน่วยงานจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร
.
เมื่อถามว่า ข้อมูลดังกล่าวหลุดมาจากรัฐมนตรีคนก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะไปรู้ได้อย่างไร ซึ่งกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องทำ เพราะถ้าเขาไม่ทำ เขาจะโดนกล่าวหาว่าทำเอกสารรั่วออกไป ตรงนี้ก็ดีอย่าง เพราะเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วทุกคนก็จะได้มีช่องที่จะบอกได้ว่าเอกสารมันรั่วออกไปได้อย่างไร
.
“มันไม่ควรนะ มันเป็นเอกสารทางราชการ ใครเอาออกไปมันหาไม่ยากหรอก เราก็จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง”
.
ส่วนจะมองเจตนาของคนปล่อยข้อมูลอย่างไร เป็นการหวังทำลายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ใช่เจตนาดีแน่นอน ไม่เห็นต้องถามเลย”
ทั้งนี้รายงานของสำนักข่าว One News เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 ซึ่งตรงกับวันที่มีรายงานข่าวจาก Thai PBSว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นเอกสารสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.
ตรวจสอบแล้วสร้างจาก AI-Deepfake
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องและค้นหาภาพย้อนกลับผ่าน Google Lens ยังไม่พบแหล่งที่มาของคลิปวิดีโอต้นฉบับ
เมื่อนำภาพส่วนหนึ่งจากคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่า คลิปดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI-Deepfake
นอกจากนี้ ยังพบข้อสังเกตว่า การขยับปากของนายกรัฐมนตรีไม่สอดคล้องกับเสียงที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI-Deepfake
[caption id="attachment_15584" align="aligncenter" width="1999"]
ตรวจสอบภาพ AI[/caption]
[caption id="attachment_15585" align="aligncenter" width="1999"]
เปรียบเทียบระหว่างคลิปที่สร้างจาก AI-Deepfake และภาพต้นฉบับจากสำนักข่าววันนิวส์[/caption]
นอกจากนี้ Thai PBS Verify ตรวจสอบเสียงในคลิปที่ระบุว่าเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน “รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน มีแต่ให้ประชาชน พวกผมมาทำงานจะไม่ทนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว…”
เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญจากเสียงในคลิป พบว่าเป็นบางช่วงของการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 69 ซึ่งเผยแพร่โดยมติชนโดยเนื้อหาต้นฉบับระบุพาดหัวข่าวว่า นายกตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีโครงการ TH-AI Pssapaort จะบานปลายหรือไม่
[caption id="attachment_15586" align="aligncenter" width="1130"]
ภาพจาก มติชน[/caption]
นอกจากนี้ ยังพบช่วงการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวNation ด้วย ระบุ นายกฯ ลั่น รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน ยันเดินหน้า TH-AI Passport บอก "รมว.-ปลัดดีอี" แจงหมดแล้ว
[caption id="attachment_15588" align="aligncenter" width="1999"]
ภาพจากสำนักข่าว Nation[/caption]
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า ภาพในคลิปถูกนำมาดัดแปลงเพิ่มเติมด้วย AI-Deepfake ขณะที่เสียงสัมภาษณ์จากเหตุการณ์ในอดีตถูกนำมาตัดต่อประกอบกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินในเหตุการณ์เดียวกัน จึงเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนข้อมูล
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ตรวจสอบพบว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปบิดเบือน โดยนำภาพขณะนายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีเอกสารคดีฮั้ว สว. มาดัดแปลงด้วย Deepfake และนำเสียงจากการให้สัมภาษณ์คนละเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 69 ซึ่งเป็นประเด็นการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport มาตัดต่อประกอบ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคำสัมภาษณ์ของนายอนุทินเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในวันเดียวกัน ทั้งที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องเอกสารคดีฮั้ว สว. จริงเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69