ใช้งาน ‘บิ๊กเต่า’
จบ…เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
ใช้เวลาทั้งกลั่น ทั้งกรอง ทั้งเช็กคุณสมบัติ ความเหมาะสม ความถูกต้อง และน่าจะรวมความถูกใจเข้าไปด้วย ก็ลากกันไปยาวถึง 28 ชั่วโมง หรือ 1 วันกว่าๆ ทำคลอดโผแต่งตั้ง "นายพลตำรวจ" แทนตำแหน่งว่าง 163 ตำแหน่ง รวมโยกระนาบเดียวกันก็น่าจะเฉียดๆ 200 ตำแหน่ง
บอร์ดกลั่นกรอง ตร. ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั่งหัวโต๊ะร่วมกับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งผู้แทนสำนักงานข้าราชการพลเรือน ตรวจพิจารณาคุณสมบัติรายชื่อเป็นด่านแรกในระดับ ตร. ใช้เวลาไป 19 ชั่วโมง
พอส่งบัญชีรายชื่อเข้าสู่วงประชุม ก.ตร. ที่มี นายกฯอนุทิน มานั่งหัวโต๊ะประธาน ร่วมกับ ก.ตร. พิจารณาด่านสุดท้ายก่อนตีตราประทับ ตั้งแต่ช่วงบ่าย ก็ลากยาวไป 9 ชั่วโมง ถึงขนาดผ่านไป 3-4 ชั่วโมง นายกฯ อนุทิน ต้องออกไปทำภารกิจก่อน แล้วค่ำๆ จึงกลับมาร่วมประชุมอีกรอบ จนเสร็จสิ้นในเวลา 23.00 น.
กว่าจะได้ระดับ "หัวกะทิ" ออกมา ก็เล่นเอาคนลุ้น คนเชียร์ โด๊ปกาแฟ ซัดข้าวต้มกันไปหลายรอบ
ใครได้ตำแหน่งไหน ใครได้เก้าอี้ใด หลายชื่อ หลายตำแหน่ง ทยอยเผยออกมาอย่างไม่เป็นทางการผ่านสื่อน้อยใหญ่กันไปกว่าครึ่ง แม้จะยังไม่ครบทุกตำแหน่ง แต่หลักๆ แต่ละเก้าอี้น่าสนใจก็เกือบครบ
ไม่ต้องเอามาฉายซ้ำแล้วเนอะ
ไปดูต่อจากนี้ดีกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป "กรมปทุมวัน" เข้าสู่การผลัดใบ มี บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 บริหารงานยาวๆ ไป 7 ปี ตามอายุราชการที่ไปเกษียณปี 2576 โน้น
เมื่อมีการจัดทัพ มีการปรับทิศ "สีกากี" ยุคใหม่ ภายใต้ "ผบ.สำราญ" กุมบังเหียน ก็น่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการพัฒนาองค์กรเพิ่มขึ้น เพราะมีเวลาวางระบบ วางขุมกำลังระยะยาว
ยิ่งเห็นภาพไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.ต.อ.สำราญ ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุรุนแรงต่อเนื่อง นำทีมงานฝ่ายสืบสวนและปราบปรามลงพื้นที่ภาคใต้เต็มกำลัง
หนึ่งในนั้นมี บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งในบัญชีแต่งตั้งนายพลรอบนี้ ได้ขยับขึ้น ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดยศ พล.ต.ท. ร่วมคณะไปด้วย ก็พอมองเห็นทิศทาง "กรมปทุมวัน" ยุค ผบ.สำราญ น่าจะเริ่มต้นไปได้สวย ในการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสม สอดคล้องกับงานกับฝีมือ
โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีปัญหาซับซ้อน มีการแฝงการก่อความรุนแรงด้วยอุดมการณ์ผสานผลประโยชน์สิ่งผิดกฎหมาย ในรูปแบบเครือข่ายอิทธิพลขบวนการ การดับไฟใต้เชิงรุก ต้องเน้นการบังคับใช้กฎหมายควบคู่ไปกับการปราบปรามจริงจัง
หากเลือก "บิ๊กเต่า" ลงมาทำงานเสริมกำลัง พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เจ้าของพื้นที่ น่าจะทำให้สถานการณ์ความรุนแรงบรรเทาเบาบาง
เช่นเดียวกับ "ว่าที่ ผบช.ประจำ ตร." อีกหลายคนที่ขยับขึ้นในรอบนี้ ดูชื่อ ดูชั้น ดูฝีมือสามารถคุมกองบัญชาการหลักได้อย่างสบาย เพียงแต่อาจไปติดหลัก ติดเกณฑ์ ติดระเบียบ ที่ขึ้นตรงๆ ไม่ได้
แต่ "ว่าที่ ผบ.สำราญ" เลือกใช้งานได้นะ.