ทรัมป์ต้อนรับ "ยักษ์ใหญ่พลังงาน" หารือฟื้นอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา
วันนี้ (10 ม.ค.2569) ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางการลงทุนฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังเผชิญภาวะทรุดโทรมมานาน โดยทรัมป์เน้นย้ำถึงศักยภาพของทรัพยากรน้ำมันมหาศาลในเวเนซุเอลาที่สามารถสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับสหรัฐฯ ประชาชนเวเนซุเอลา และตลาดโลก รัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นผู้คัดเลือกบริษัทที่เหมาะสมให้ได้รับอนุญาตในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในที่ประชุมดังกล่าว ทรัมป์ได้เปิดเผยแผนการสำคัญ โดยเชิญชวนบริษัทน้ำมันชั้นนำของสหรัฐฯ ทุ่มงบประมาณอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท เพื่อบูรณะกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะให้ความคุ้มครองด้านความมั่นคงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่าเวเนซุเอลาได้ยอมรับข้อตกลงให้สหรัฐฯ เริ่มกระบวนการกลั่นและจำหน่ายน้ำมันดิบจำนวน 50 ล้านบาร์เรล โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานพลังงานระหว่าง 2 ประเทศ
สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอลาลำที่ 5 สกัดการลักลอบขนส่ง
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บุกจู่โจมยึดเรือบรรทุกน้ำมันชื่อโอลินา ซึ่งลอยลำอยู่ในทะเลแคริบเบียน โดยเรือลำนี้ถูกสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลักลอบขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เรือโอลินา แล่นออกจากน่านน้ำเวเนซูเอลาในช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ม.ค.2569) หลังจากสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่า การยึดเรือลำนี้เป็นลำที่ 5 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด
ด้านเวเนซุเอลาได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน ยืนยันการเริ่มต้นกระบวนการสำรวจทางการทูตร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์และเปิดสถานเอกอัครราชทูตของทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนกรุงการากัสเพื่อประเมินความพร้อมด้านเทคนิคและโลจิสติกส์ ในขณะที่เวเนซูเอลากำลังเตรียมส่งผู้แทนไปยังสหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในลักษณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ เคยชื่นชมการปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวนมากของรัฐบาลเวเนซุเอลา ว่าเป็นสัญญาณของการแสวงหาสันติภาพที่ชาญฉลาด ทรัมป์ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี และได้ยกเลิกแผนการโจมตีเวเนซุเอลาระลอกที่ 2 ซึ่งเคยถูกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งเน้นไปที่การร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทูต แทนที่จะเป็นความขัดแย้ง
อ่านข่าวอื่น :
"ประชาธิปัตย์" หาเสียงตลาดสัมมากร ยังถามถึง “ชวน-อภิสิทธิ์”
“อนุทิน” ยิ้มไม่หุบ เด็กๆ เรียก "ลุงหนู" เชียร์นั่งนายกฯ อีกสมัย
“ขอนแก่น” รับหีบบัตร-อุปกรณ์เลือกตั้ง อบต.-กาบัตรทั่วประเทศพรุ่งนี้