สาวตกขาวเป็นฟองไม่หาย หมอส่องกล้อง ผงะ "ตัวอะไรยั้วเยี้ย" เฉลยต้นเหตุช็อก! จาก "คนที่นอนข้างๆ"
สาวช็อก 2 ต่อ ตกขาวเป็นฟอง ใช้ยาไม่หาย ผงะหมอส่องกล้อง พบตัวอะไรวิ่งยั้วเยี้ย ต้นเหตุจากแฟนหนุ่มมีสัมพันธ์สาวอื่น
การติดเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าพูดถึง ล่าสุดแพทย์สูตินรีเวชออกมาเล่าเคสเตือนภัย หลังพบผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นเพียงการติดเชื้อยีสต์ซ้ำเหมือนที่ผ่านมา แต่รักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น จนตรวจพบความจริงที่ทำให้เจ้าตัวช็อกหนัก เมื่อพบว่าติดเชื้อ “ทริโคโมแนส” ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
นพ.เจิ้ง เฉิงเจี๋ย แพทย์สูตินรีเวช เปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวมีประวัติติดเชื้อยีสต์บ่อยครั้งจนคุ้นเคยกับการรักษา และมียาติดบ้านไว้ แต่ครั้งนี้อาการผิดปกติอย่างชัดเจน แม้ใช้ยาตามเดิม อาการก็ไม่ดีขึ้น อีกทั้งสารคัดหลั่งมีลักษณะแปลกไปจากเดิม
แพทย์ผงะ พบสารคัดหลั่งเป็นฟอง เห็นเชื้อเคลื่อนไหวใต้กล้อง
แพทย์อธิบายว่า เมื่อตรวจภายในพบว่าสารคัดหลั่ง หรือตกขาวของผู้ป่วยมีลักษณะ “เป็นฟอง” และมีสีขาวปนเหลืองเขียวเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ปกติ เมื่อนำตัวอย่างไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ก็พบเชื้อมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้สามารถยืนยันได้ทันทีว่าเป็นการติดเชื้อทริโคโมแนส
แพทย์เล่าว่า เมื่อให้ผู้ป่วยดูภาพจากกล้องจุลทรรศน์ด้วยตนเอง เจ้าตัวถึงกับตกใจและถามว่าเป็นของตัวเองจริงหรือ ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าเชื้อชนิดนี้เป็นพยาธิขนาดเล็ก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และต้องอาศัยการตรวจเฉพาะทางเท่านั้น
ทริโคโมแนส ต่างจากยีสต์ เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์เกือบทั้งหมด
นพ.เจิ้ง ระบุว่า การติดเชื้อยีสต์โดยทั่วไปมักไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ แต่เกิดจากความอับชื้น การสวมเสื้อผ้ารัดรูป ชุดชั้นในที่ระบายอากาศไม่ดี การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภูมิคุ้มกันลดลง โดยสารคัดหลั่งมักมีสีขาวข้น
ขณะที่การติดเชื้อทริโคโมแนสถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แทบทั้งหมด เชื้อแพร่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และมักพบในผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งกรณีนี้ เมื่อซักประวัติอย่างละเอียด จึงพบว่าแฟนหนุ่มอาจมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย
การรักษา ต้องรักษาทั้งคู่ ระวังติดเชื้อไป-กลับ
แพทย์อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อยีสต์ร่วมกับทริโคโมแนส จึงไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาสำหรับยีสต์เพียงอย่างเดียว และจำเป็นต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่ง โดยที่สำคัญคือ “คู่นอนต้องรักษาพร้อมกันทั้งสองฝ่าย” เพื่อป้องกันการติดเชื้อกลับไปมา
นพ.เจิ้ง เตือนว่า ยาสอดหรือยาทั่วไปมักได้ผลจำกัด หากเป็นทริโคโมแนสจำเป็นต้องใช้ยาชนิดรับประทาน และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
แพทย์เตือน เพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย เสี่ยงโรคติดต่อโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ นพ.เจิ้ง ยังเคยให้ข้อมูลกับอีทีทูเดย์ว่า การติดเชื้อทริโคโมแนสมีระยะฟักตัวประมาณ 5–28 วัน เชื้อสามารถอยู่ในสารคัดหลั่งได้ แต่ไม่สามารถมีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แห้ง การติดเชื้อมักพบในกลุ่มวัยหนุ่มสาว และผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
แพทย์ย้ำว่า ด้วยพฤติกรรมความสัมพันธ์ที่หลากหลายในปัจจุบัน การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจรุนแรงตามมา