ล่องเสียงเล : เสียงคลื่นทะเล “ชุมพร” ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่สร้างแรงบันดาลใจ
ชุมพรอาจไม่ใช่จังหวัดที่ถูกพูดถึงบ่อยนัก แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ทั้งทะเลสีครามที่ทอดยาวไปกับหาดทรายเงียบสงบ หมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงวิถีดั้งเดิม เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารและผลไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่การพักผ่อน แต่ยังมอบแรงบันดาลใจให้กับคนเมืองรุ่นใหม่ที่มองหาสมดุลระหว่างธรรมชาติ ความเรียบง่าย และความสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน
เทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ 2568 หรือ Pakk Taii Design Week 2025 เปิดประสบการณ์ชวนทุกคนมาร่วมต่อยอดเสน่ห์อันน่าหลงใหลของปักษ์ใต้ โดย “ชุมพร” คือ 1 ใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดา แต่ประตูสู่ภาคใต้จังหวัดนี้ จะมีความพิเศษมากแค่ไหน เราชวน “เม-ศิรษา บุญมา” ผู้ร่วมก่อตั้ง Hear & Found และ Sound & Experience Designer ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการ Beneath Chumphon’s Wave-ล่องเสียงเล มาบอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดชุมพรที่ถูกถ่ายทอดไว้ในงานเทศกาลสร้างสรรค์สุดยิ่งใหญ่ประจำปีของภาคใต้นี้
นิทรรศการซึ่งไม่ได้ถูกเล่าในฐานะที่เป็นเพียง “จุดแวะพัก” หากแต่ถูกสร้างสรรค์ให้เป็น “จุดหมาย” ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต และความพยายามของผู้คนที่อยากจะธำรงรักษาท้องทะเลและทรัพยากรของชุมพรให้คงอยู่ต่อไป
เมืองชุมพรผ่านสายตาหญิงสาวชาวบางกอก
จริง ๆ เมไม่ใช่คนชุมพร แต่เป็นคนกรุงเทพฯ ที่มีโอกาสได้มาร่วมทำงานเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่ง กอนที่จะได้มาร่วมสร้างสรรค์งานให้จังหวัดชุมพร เรามีโอกาสไปชุมพรในฐานะนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ด้วยความที่เรียนดำน้ำด้วย และชุมพรเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นหมุดหมายของนักดำน้ำที่จะต้องไปดูปะการังและฉลามวาฬ ฉะนั้นภาพจำของเรากับชุมพรก็จะเป็นเรื่องของทะเลและเรื่องของการดำน้ำเป็นหลัก
จนกระทั่งได้โอกาสมาทำงานนิทรรศการครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นในโลกของนักดำน้ำคือ เขาไม่ได้ดำน้ำเพื่อความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ดำน้ำเพื่อที่จะเรียนรู้และรักษาสิ่งที่มีอยู่ งานนี้ทำให้เราเห็นว่ามีกลุ่มชุมชนที่ทำงานอนุรักษ์อยู่เยอะมาก
ลงพื้นที่เรียนรู้ ทำความเข้าใจชุมพร ก่อนจะเป็นนิทรรศการ Beneath Chumphon’s Wave
จุดเริ่มต้นของการทำงานครั้งนี้มาจากโจทย์ของภัณฑารักษ์ที่อยากนำเสนอ “ชุมพร” ในมิติของ “เสียงใต้น้ำ” เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของการดูแลอนุรักษ์ท้องทะเล และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของคนชุมพร เมกับทีมซึ่งทำงานด้านการออกแบบการสื่อสารให้คนเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยการทำให้เสียงของคนในพื้นที่ และเสียงของคนในชุมชนถูกเล่าเรื่องด้วยตัวเอง จึงเริ่มต้นทำงานครั้งนี้ด้วยการลงพื้นที่ไปเจอกับคนท้องถิ่น
กลุ่มแรกที่เราได้เจอ คือชุมชนโฮมสเตย์บ้านท้องตมใหญ่ อำเภอสวี โดยมี ‘ครูไก่-วัชรินทร์ แสวงการ’ ประธานกลุ่มโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนท้องตมใหญ่ ได้พาเราไปรู้จักกับการดำน้ำเชิงอนุรักษ์ ครูไก่อธิบายเรื่องระบบนิเวศและความท้าทายต่าง ๆ เพื่อให้เราเก็บข้อมูลมาเล่าต่อในนิทรรศการ แล้วก็พาไปดำน้ำเพื่อเก็บเสียงใต้น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ของชุมพร
นอกจากโฮมสเตย์บ้านท้องตมใหญ่ เรายังได้ไปเก็บข้อมูลที่โฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง อำเภอปะทิว ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เหมือนกัน โดยได้นำมาต่อยอดจากเรื่องของทะเลไปสู่ประเด็นด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลน และระบบนิเวศการประมง เพราะป่าชายเลนก็คือหนึ่งในกุญแจสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลด้วย
และอีกกลุ่มที่ได้ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลก็คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่ได้ช่วยให้ข้อมูลจำนวนพันธุ์ปลาในจังหวัดชุมพร และอธิบายโครงสร้างภาพรวมของระบบนิเวศทางทะเลชุมพรอย่างครบถ้วน
“เม-ศิรษา บุญมา” ผู้ร่วมก่อตั้ง Hear & Found และ Sound & Experience Designer
วิถีท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
การลงพื้นที่ไปทำงานครั้งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ชุมพรไม่ใช่แค่จังหวัดที่ขึ้นชื่อแค่เรื่องการดำน้ำหรือผลไม้ แต่ยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์และเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงแบบพอเพียง การทำ “ซังปลา” หรือบ้านปลาที่สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยให้สิ่งมีชีวิตใต้น้ำ รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างการดำน้ำเก็บขยะและตรวจสุขภาพปะการัง
นอกเหนือจากความงามของท้องทะเลแล้ว การได้ไปเดินเที่ยวในตลาดชุมชน ได้กินอาหารพื้นถิ่นตามฤดูกาล และสัมผัสชีวิตเรียบง่ายของคนท้องถิ่น ยิ่งตอกย้ำว่า ชุมพรมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงเมืองทางผ่านที่ผู้คนใช้เดินทางไปที่อื่น
แม้จะอยู่ในช่วงฤดูผลไม้ แต่เรากลับได้ลิ้มลอง ทุเรียนบ้าน ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์แทนทุเรียนหมอนทองที่คุ้นเคย การได้สัมผัสรสชาติทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน หรือการได้กินมังคุดที่ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี รวมถึงเมนูอาหารพื้นถิ่นจากตลาดเช้า ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ที่แท้จริงของชุมพร ที่ผู้คนยังคงสืบทอดภูมิปัญญาและให้ความสำคัญกับการรักษาวิถีชีวิตและการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน
เมื่อเดินออกจากนิทรรศการนี้ไป เราเพียงอยากชวนให้ผู้ชมเปิดใจ ‘รับฟัง’ เพื่อที่จะ ‘ได้ยิน’ เสียงของโลกใต้ท้องทะเลให้ชัดขึ้น และตระหนักว่าทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องทะเลเช่นกัน
จากเสียงคลื่น สู่แรงบันดาลใจใหม่ จนกลายเป็น Beneath Chumphon Waves – ล่องเสียงเล
จากการลงพื้นที่ไปเรียนรู้เรื่องราวของชุมพร เราใช้แนวทางการเก็บเสียงจริงจากพื้นที่ ทั้งเสียงคลื่น เสียงใต้น้ำของทะเลต่าง ๆ ในชุมพร เสียงธรรมชาติ นำมาสร้างประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบ Immersive Exhibition ที่ผู้ชมสามารถทั้งมอง ฟัง และสัมผัสบรรยากาศของทะเลชุมพรได้อย่างใกล้ชิด
นิทรรศการที่เกิดขึ้นจึงถูกตั้งชื่อว่า “Beneath Chumphon Waves” หรือ “ล่องเสียงเล” ด้วยการหยิบเอาแนวคิดเรื่องเสียงธรรมชาติมาเชื่อมโยงกับศาสตร์แห่งความผ่อนคลาย ซึ่งเสียงทะเลคือเสียงที่เรารู้อยู่แล้วว่ามีข้อดีมากมายในการฟัง ทั้งช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สงบ และทำให้มีสมาธิ โดยเราเชื่อว่านอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่ผู้คนเห็นบนชายหาดและบรรยากาศของคลื่นทะเลแล้ว ใต้ท้องทะเลยังมี ‘เสียงของสิ่งมีชีวิต’ ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง เช่น เสียงของปลาตัวเล็กตัวน้อย ปะการัง หรือพืชในท้องทะเลอีกด้วย
ถ้าพูดในเชิงลักษณะของเสียงจริง ๆ แล้ว เสียงใต้ทะเลในแต่ละที่คงไม่ต่างกันมาก เพราะพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทย มันเชื่อมถึงกันหมด เพียงแต่อยู่ที่เราจะนำเสนอในแง่มุมไหนมากกว่า เมื่อเดินออกจากนิทรรศการนี้ไป เราเพียงอยากชวนให้ผู้ชมเปิดใจ ‘รับฟัง’ เพื่อที่จะ ‘ได้ยิน’ เสียงของโลกใต้ท้องทะเลให้ชัดขึ้น และตระหนักว่าทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องทะเลเช่นกัน เพราะทะเลในแต่ละพื้นที่แท้จริงก็คือทะเลผืนเดียวกันทั้งสิ้น ดังนั้นเสียงที่จัดแสดงครั้งนี้ เราอยากให้ทุกคนมารับฟังและได้ยินสรรพเสียงใต้ทะเลมากขึ้น โดยเราถ่ายทอดผ่านพื้นที่ใต้ท้องทะเลชุมพร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย และยังเต็มไปด้วยกลุ่มคนในพื้นที่ที่คอยช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ทะเล ที่เป็นทั้งบ้านและแหล่งอาหารของพวกเขา
ผู้เข้าชมงานสามารถนั่งฟังเสียงทะเลที่ถูกบันทึกมาจากหลายหาด ทั้งหาดทุ่งวัวแล่น หาดท้องถิ่นที่ชาวชุมพรนิยม รวมถึงเสียงใต้น้ำจากหมู่เกาะต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับการชมภาพโลกใต้ทะเลจริงที่เราได้บันทึกไว้ ราวกับได้พาตัวเองไปนั่งริมทะเลชุมพรโดยไม่ต้องออกเดินทาง นิทรรศการยังไม่ได้หยุดเพียงแค่การรับฟัง แต่ยังออกแบบให้ผู้ชมตั้งคำถามกลับไปว่า “แล้วเราจะดูแลทะเลต่อไปอย่างไร” เพื่อให้เสียงคลื่นที่เราได้ยินในวันนี้ไม่เงียบหายไป หากขาดการอนุรักษ์
Creative Ingredients
อะไรคือจุดแข็งและเสน่ห์ที่แท้จริงของชุมพร
เสน่ห์ของชุมพรอยู่ที่ "ความจริงแท้" ของวิถีชีวิต อาหาร และธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ รวมถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ผูกพันกับธรรมชาติ การทำงานครั้งนี้ช่วยทำให้เราได้ค้นพบชุมพรในมิติใหม่ จากภาพที่คุ้นเคยที่มีเพียงการดำน้ำหรือทุเรียนชื่อดัง เช่น มีการรวมกลุ่มชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งการทำประมงพาณิชย์บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและความผูกพันกับฤดูกาล อย่างความสามารถในการทำนายสภาพอากาศจากลมทะเล หรือการแยกแยะชนิดของปลาจากเสียงใต้น้ำได้
เทศกาลสร้างสรรค์มีส่วนช่วยกระตุ้นชุมชนท้องถิ่นอย่างไร
เราเชื่อว่าชุมพรไม่แค่แค่เมืองรองที่จะมองข้ามได้ การมีเทศกาลงานออกแบบเช่นงาน Pakk Taii Design Week นับเป็นเวทีให้คนในพื้นที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ทำให้เกิดการรับรู้ และได้ค้นพบจุดแข็งทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้ดีอีกด้วย
เทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างไร
เทศกาลนี้แสดงให้เห็นว่า ภาคใต้ไม่ได้มีแค่วัฒนธรรมเดียว แต่มีความหลากหลายของกลุ่มคนและเป็นพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง มีทั้งกลุ่มคนเชื้อสายจีน ชาวบาบ๋า-ย่าหยา (ลูกครึ่งจีนผสมมลายู) ไปจนถึงกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (ชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งของภาคใต้ที่อยู่ในจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล รวมถึงบางส่วนในจังหวัดยะลาและนราธิวาส) รวมถึงยังมีความหลากหลายของวัฒนธรรมทั้งดนตรีและศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่างรองเง็งและโนราห์ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มท้องถิ่นได้แสดงตัวตนมากขึ้น
ล่องเสียงเล: ดำดิ่งสู่ห้วงเสียง แห่งทะเลชุมพร
สถานที่:สตูดิโอ 55
28 ส.ค. - 7 ก.ย. | เวลา 11.00 - 21.00 น.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.pakktaiidesignweek.com