โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

3 วายร้าย สัตว์มีพิษชอบเข้าบ้านหน้าฝน ป้องกันได้ไม่เจ็บตัว

Thai PBS

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 11.00 น. • Thai PBS

เมื่อสัตว์เลื้อยคลานและแมลงมีพิษอย่าง ตะขาบ แมงป่อง งู มักมาพร้อมน้ำท่วม การเตรียมวิธีป้องกันและเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อป้องกันตัวเองและครอบครัวจากสัตว์มีพิษ

ตะขาบ

สัตว์ขาปล้องชนิดหนึ่ง ที่เห็นทีไรก็ขนลุก มีลักษณะเด่นคือลำตัวแบ่งเป็นปล้อง มีขาจำนวนมาก และมีเขี้ยวพิษอยู่ที่ปล้องแรกของลำตัว ในเวลากลางวันจะซ่อนตัวอยู่ที่เย็นๆ ใต้ก้อนหิน ออกหาอาหารในเวลากลางคืน ชอบกินแมลง และสัตว์ขาข้อตัวเล็ก ๆ เป็นอาหาร

พิษของตะขาบ
พิษตะขาบทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน คัน และอาจมีไข้ต่ำ ๆ ได้ ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับขนาดของตะขาบและปริมาณพิษที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย สำหรับผู้ที่แพ้พิษของตะขาบ อาจมีอาการรุนแรง เช่น บวมที่ใบหน้า หนังตา และริมฝีปาก ผื่นขึ้นทั่วร่างกาย หายใจติดขัด อาการหน้ามืด เสียชีวิต

เมื่อถูกตะขาบกัดควรทำอย่างไร?

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เพื่อชะล้างพิษออกจากบาดแผล
  • ประคบเย็น เพื่อลดอาการปวด บวม
  • รับประทานยาแก้ปวด
  • อย่าใช้ปากดูดพิษ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากได้
  • สังเกตอาการ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น แน่นหน้าอก หายใจหอบ คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกันการถูกตะขาบกัด

  • รักษาความสะอาดบ้านเรือน กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของตะขาบ เช่น ใบไม้ร่วง ซากพืช ซากสัตว์
  • อย่าให้มีสัตว์อื่น ๆ ในบ้าน เพราะตะขาบจะเข้ามาหากิน จิ้งจก หนู แมงมุม และแมลงตัวเล็ก ๆ เป็นอาหาร
  • อย่าปล่อยให้บ้านชื้นแฉะ เพราะตะขาบชอบอาศัยอยู่ในจุดที่ชื้น โดยเฉพาะบริเวณชั้นใต้ดิน ตู้เสื้อผ้า และพื้นที่ซักล้างที่เปียกชื้นบ่อย
  • อย่าปล่อยให้มีช่องโหว่ รอยแตก และรูรั่วในบ้าน เพราะช่องทางเหล่านี้คือทางเข้าของตะขาบ
  • ตรวจสอบก่อนนอน เขย่าผ้าห่ม หมอน หมอนข้าง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีตะขาบซ่อนอยู่
  • สวมรองเท้าเมื่อเดินในที่มืด เพื่อป้องกันการเหยียบย่ำตะขาบโดยไม่ตั้งใจ
  • ระวังเมื่อหยิบจับสิ่งของ เช่น ไม้กระดาน ก้อนหิน หรือสิ่งของที่วางทิ้งไว้ในที่มืด
  • ใช้ยาฆ่าแมลง หากพบตะขาบจำนวนมาก อาจใช้ยาฆ่าแมลงที่ได้มาตรฐานกำจัด แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด

กลัวโดนกัด แต่ก็ไม่อยากกำจัด

ตะขาบจะไม่อพยพเข้าบ้านเป็นกองทัพ แต่จะมาเพียงลำพัง หากมองเห็นมันในระยะสายตา ให้รวบรวมความกล้าแล้วกระทืบเท้าลงพื้น (ไม่ต้องกระทืบตะขาบ) เพื่อส่งสัญญาณไล่ให้หนีออกไป สำหรับคนที่กลัวตะขาบมากให้หาโหลมาคว่ำเพื่อขังมันไว้ แล้วค่อย ๆ ย้ายมันออกไปนอกบ้าน
วิธีไล่ตะขาบไม่ให้เข้าบ้าน

  • ใช้สบู่ปิดไว้ตามท่อน้ำ
    ตะขาบมักหลบรอดเข้ามาในบ้านทางท่อระบายน้ำต่าง ๆ วิธีไล่ตะขาบง่าย ๆ ก็คือนำสบู่ไปวางปิดไว้บนฝาท่อน้ำดังกล่าว โดยสบู่ที่มีความลื่น และมีความด่างในตัวจะช่วยไล่ตะขาบออกไปได้

  • ใช้น้ำส้มควันไม้
    น้ำส้มควันไม้ที่มีขายตามร้านอุปกรณ์การเกษตร หรือตามซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นอีกวิธีไล่ตะขาบที่ได้ผลดี โดยน้ำส้มควันไม้จะมีส่วนผสมของน้ำมันทาร์และยางเรซินเมื่อนำมาผสมกับน้ำแล้วฉีดพ่นในบริเวณที่คาดว่าตะขาบจะเข้ามาในบ้าน จะช่วยไล่ตะขาบหรือแมลงมีพิษต่าง ๆ ได้อย่างดี ทั้งนี้ ในการฉีดพ่นควรระวังอย่าให้เข้าตาหรือโดนร่างกายเนื่องจากมีความเป็นกรดสูง

  • ใช้ปูนขาว
    เทปูนขาวตามจุดที่คาดว่าตะขาบจะเข้ามาในบ้าน หรือจุดที่ตะขาบซ่อนตัวอยู่ ก็จะสามารถไล่ตะขาบได้แล้ว และต้องอย่าลืมโรยปูนขาวบ่อย ๆ เพื่อให้ไล่ตะขาบได้นานขึ้น

  • ใช้ผงไล่ตะขาบ ก้อนไล่ตะขาบ สเปรย์ไล่ตะขาบ
    ปัจจุบันมีการพัฒนาตัวช่วยในการไล่ตะขาบให้สะดวกสบายมากขึ้น มีทั้งรูปแบบผง ก้อน และสเปรย์ มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากสกัดจากสมุนไพร โดยจะส่งกลิ่นพิเศษช่วยไล่ตะขาบออกไปจากบ้าน

  • หลีกเลี่ยงวิธีกำจัดตะขาบด้วยการเหยียบ หรือทุบ
    เนื่องจากตะขาบที่ถูกเหยียบจะปล่อยฟีโรโมนออกมา ซึ่งจะดึงดูดตะขาบตัวอื่นให้เข้ามายังบริเวณที่ตะขาบตัวนั้นตาย

ตะขาบ สัตว์เลื่อยคลานมีพิษ ชอบอาศัยอยู่ในที่ชื้นแฉะ

งู

เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่มีขา ไม่มีเปลือกตา มีเกล็ดปกคลุมผิวหนังทั่วทั้งลำตัว ลักษณะลำตัวยาว ความยาวขึ้นอยู่กับชนิดของงู มีลักษณะปราดเปรียวและว่องไวในการเคลื่อนที่ มีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกทางกลิ่น มีทัั้งแบบมีพิษและไม่มีพิษ

พิษของงู
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุว่า งูไม่มีพิษ รอยเขี้ยวบนผิวหนังจะเรียงเป็นแถว แต่หากเป็นงูพิษจะมีรอยเขี้ยว 2 จุดชัดเจน หรือมีเลือดซึมออกจากแผล และบริเวณรอบๆ รอยเขี้ยวมีสีคล้ำ หรืออาจพองเป็นถุงน้ำ ซึ่งพิษของงูจะส่งผลต่อร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
ประเภทที่ 1 พิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin)
ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา
อาการ : เริ่มจากแขนไม่มีแรง กระวนกระวาย ลิ้นเกร็ง พูดจาอ้อแอ้ ตามัว น้ำลายฟูมปาก เนื่องจากกล้ามเนื้อการกลืนเป็นอัมพาต หยุดหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

ประเภทที่ 2 พิษต่อระบบการแข็งตัวของเลือด (Hematotoxin)
ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา และงูกะปะ
อาการ : เริ่มจากปวดแผลมาก มีเลือดซึมออกจากแผล เลือดออกจากอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดกำเดา เหงือก ไอ อาเจียน ปัสสาวะและอุจจาระเป็นเลือด เกิดจากภาวะระบบไหลเวียนล้มเหลว และตายในที่สุด

ประเภทที่ 3 พิษต่อกล้ามเนื้อ (Mytotoxin)
มักจะไม่พบในภาวะน้ำท่วม เนื่องจากเป็นงูทะเล แต่ไม่ว่าจะถูกงูมีพิษประเภทใดกัด สิ่งแรกคือ ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เพราะจะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ พลอยให้พิษงูถูกสูบฉีดแล่นเข้าสู่หัวใจได้เร็วขึ้น ซึ่งอาการของพิษงูจะเริ่มแผ่ซ่านตั้งแต่ 15 - 30 นาที หรืออาจนานถึง 9 ชั่วโมง จึงต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถูกงูกัดควรทำอย่างไร?

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไม่ควรใช้ปากดูดเลือด หรือใช้ของมีคมกรีดเปิดปากแผล
  • ไม่ควรใช้สมุนไพรพอกแผล หรือประคบน้ำแข็ง
  • ไม่ควรใช้ผ้า หรือเชือกรัดเหนือบริเวณที่ถูกกัด เพราะจะทำให้แขนขาส่วนปลายขาดเลือดไปเลี้ยง
  • เคลื่อนไหวร่างกายส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด
  • รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกันการถูกงูกัด

  • ตรวจดูเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนสวมใส่ทุกครั้ง
  • นอนบนที่นอนหรือเตียงที่สูงเหนือพื้นดิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่รกเวลากลางคืน และบริเวณที่อาจมีงูอาศัยอยู่ เช่น ช่องแคบ ซอกหิน ซอกปูน
  • ไม่ยื่นมือเข้าไปในโพรง รู ในที่รก กอหญ้า หรือกองไม้ เพราะอาจมีงูพิษอาศัย
  • พกไฟฉายส่องสว่าง หรือไม้สำหรับแกว่งไปมาให้มีเสียงดัง
  • ให้สวมกางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ เมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้านตอนกลางคืน

วิธีไล่งูไม่ให้เข้าบ้าน

  • จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงที่งูจะเข้ามาอยู่อาศัย
  • ดูแลต้นไม้และสวนหย่อม ไม่ให้หญ้ายาว ต้นไม้รก เป็นที่พรางตัวของงู
  • ทำความสะอาดรอบบ้านอยู่เสมอ ตรวจสอบจุดชำรุดเสียหายเพื่อไม่ให้เป็นที่ ๆ เหมาะให้งูมาอาศัย
  • ใช้ผงกำมะถันผสมน้ำ ราดบริเวณรอบบ้าน ทำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้กำมะถันเจือจาง
  • ควรปิดประตูให้เรียบร้อย เพราะเป็นหนึ่งช่องทางขนาดใหญ่ที่งูจะเข้ามาในบ้าน
  • หน้าต่างเป็นช่องทางขนาดใหญ่ที่งูเข้ามาได้ ควรปิดทุกครั้งหากไม่ได้อยู่ในห้อง หรือในบ้าน
  • ติดมุ้งลวดหรือตาข่ายกันแมลงสำหรับประตู หน้าต่าง และช่องลม เพื่อปิดทางงูเข้าบ้าน ก็ช่วยได้เช่นกัน
  • ซ่อมแซมบ้าน ปิดรอยร้าว รู หรือโพรง ให้ดี เพราะเป็นจุดที่งูชอบเข้ามาภายในบ้าน
  • ควรหมั่นดูความเรียบร้อย ว่าฝาบ่อพักสิ่งปฏิกูลชำรุดหรือไม่ อาจทำให้งู เล็ดลอดเข้าไป แล้วหาทางออกไม่ได้ จึงโผล่เข้ามาบริเวณชักโครก

วิธีป้องกันงูในชักโครก

  • ติดตั้งตะแกรงตามท่อน้ำทิ้ง โดยเช็กระบบท่อระบายและระบบบ่อพักสิ่งปฏิกูล
  • นำโซดาไฟ ราดในชักโครก
  • ติดตั้งกล่องกันงู อีกหนึ่งวิธีป้องกันงูในชักโครกที่ทำได้ตั้งแต่ต้นคือการติดตั้งท่อกันงู ฝากันกลับ หรือกล่องกันงู ติดตั้งกับชักโครก เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้ามาในชักโครกได้อีกต่อไป

งู อสรพิษหน้าฝน ชอบซุกตามบ้านเรือน

แมงป่อง

แมงป่องมีรูปร่างคล้ายปู มีขนาดยาว 2-10 เซนติเมตร ลำตัวประกอบด้วยส่วนหัวและอกรวมกัน ส่วนท้องลักษณะยาวและแบ่งเป็นปล้องๆ ส่วนปากมีลักษณะเป็นก้ามขนาดใหญ่คล้ายก้ามปูไว้สำหรับจับเหยื่อ ส่วนหางมี 5 ปล้อง ปลายหางยกขึ้น ปล้องสุดท้ายมีอวัยวะสำหรับใช้ต่อยและมีต่อมพิษอยู่ที่ส่วนปลาย

แมงป่องออกหากินในเวลากลางคืน มักพบในห้องน้ำ ครัว ผนังห้อง ท่อแอร์ ชอบที่เย็น กลางวันซุกอยู่ตามกองไม้ กองหิน และในดิน อยู่ได้ทั้งในทะเลทรายและป่าแถบร้อนชื้น

เป็นสัตว์มีพิษแรงที่ปลายหาง แมงป่องบางชนิดมีพิษไม่รุนแรง บางชนิดพิษรุนแรงมาก อาจทำให้ตายได้

พิษของแมงป่อง

พิษของแมงป่องออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ หลังถูกต่อยผู้ป่วยเริ่มมีอาการภายใน 4-7 นาที และมีอาการปวดมากในเวลา 30 นาที พิษจะถูกกำจัดทางปัสสาวะภายในเวลา 4.2 – 13.4 ชั่วโมง ปริมาณพิษที่ได้รับมากจะเกิดอาการมาก เช่น มีอาการปวดบวมแดง ปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณที่ถูกต่อย บางครั้งจะเป็นรอยไหม้ คัน ชา มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลต่างๆ เช่น ง่วงซึม อัมพาตบางส่วน กล้ามเนื้อเกร็ง น้ำลายไหล ชัก ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะน้อย หัวใจเต้นเร็ว น้ำคั่งในปอด และอาจเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลว ระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาการพิษจะเริ่มในเวลา 1.5 – 42 ชั่วโมงหลังถูกแมงป่องต่อย

เมื่อถูกแมงป่องต่อยควรทำอย่างไร?

  • ทำความสะอาดแผลและผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ด้วยน้ำและสบู่อ่อน
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวมที่แผลและลดการแพร่กระจายของพิษ
  • ยกอวัยวะข้างที่มีแผลจากแมงป่องต่อยให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ เพื่อลดอาการปวดบวมและป้องกันพิษแมงป่องแพร่กระจายไปสู่ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย
  • รับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดหรือความรู้สึกไม่สบายตัว
  • ถ้ามีอาการปวดแผลมากให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกันการถูกแมงป่องต่อย

  • ปิดประตูบ้านให้สนิทในช่วงหน้าฝน
  • สวมรองเท้าเดินบริเวณบ้านในตอนกลางคืน
  • สวมถุงมือก่อนทำสวน ยกของ หรือเก็บกวาดกองไม้หรือกองดิน
  • เขย่ารองเท้าและถุงมือก่อนสวม
  • ไม่ควรล้มตัวนอนกับพื้นหากปราศจากผ้าปูหรือเสื่อรอง

วิธีไล่แมงป่องไม่ให้เข้าบ้าน

  • ทำความสะอาดสวนในบ้านให้สะอาด โล่งโปร่งทุกซอกทุกมุม กำจัดแหล่งหลบซ่อนของแมงป่อง เช่น ใต้กองไม้ ใต้กองหิน และใต้เฟอร์นิเจอร์
  • ปิดทุกทางเข้าออกของแมงป่อง ตามรอยแยก ตามรอยแตกตามผนัง ร่องใต้ประตู รวมถึงอย่าเปิดประตูทิ้งไว้
  • ปิดท่อน้ำด้วยฝาตะแกรงที่มีช่องห่างน้อย หรืออาจใช้แผ่นไม้ แผ่นหินปิดก็ได้
  • วางน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์หรือกลิ่นซิตรัสในจุดเสี่ยง
  • กำจัดแหล่งอาหารของแมงป่อง เช่น แมลงสาบ มด และจิ้งหรีด
  • ใช้น้ำยาไล่แมลง

แมงป่อง มีพิษร้ายที่ปลายหาง

ข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านข่าว :
เมื่อกลายเป็นผู้ประสบภัย ต้องจัดการเรื่อง "ส้วม" อย่างไรช่วงน้ำท่วม

ซ่อมต่อหรือขายทิ้ง ? วิธีดูแล "รถยนต์" หลังถูกน้ำท่วม

"พินัยกรรม" สำคัญอย่างไร เลือกทำแบบไหนดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสานยังหนาว ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้มีฝน

24 นาทีที่แล้ว

สเปนเร่งสอบสาเหตุรถไฟประสานงา เสียชีวิตแล้ว 40 คน บาดเจ็บกว่า 120 คน

48 นาทีที่แล้ว

มิจฉาชีพแอบอ้างโครงการพระราชดำริ หลอกผู้สูงวัยลงทุนกองทุนปลอม

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผ่านมากี่ยุคสมัย ทำไม ? คนไทยยังไม่มี ‘รัฐสวัสดิการ’ ที่จับต้องได้

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...