โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจภาพจำที่เปลี่ยนแปลงไปของคนปัตตานี ในขวบปีที่ 10 ของ Melayu Living

นิตยสารคิด

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 00.55 น.
ptdw-2025-melayu-living-cover

จากวันแรกที่กลุ่ม Melayu Living หรือ ห้องรับแขกของมลายู ได้เปิดตัวขึ้นเป็นสถานที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ในดินแดนที่ความสวยงามถูกบดบังด้วยความรุนแรง พวกเขาได้ขยับเขยื้อนความเข้าใจและภาพจำใหม่ ๆ ให้กับทั้งคนในและคนนอกดินแดนมาอย่างสม่ำเสมอตามแรงกายแรงใจที่มีของสมาชิกกลุ่ม ซึ่งได้ขยายจากอาชีพสถาปนิกไปสู่อีกหลากหลายอาชีพในทุกแวดวงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ในโอกาสครบรอบ 1 ทศวรรษของห้องรับแขกแห่งนี้ “คิด” ชวน ราชิต ระเด่นอาหมัด ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Melayu Living พร้อมสมาชิกกลุ่มคนอื่น ๆ ทั้ง ฮาดีย์ หะมิดง, สุกรี เจ๊ะปูเต๊ะ และนาดา อินทพันธ์ ร่วมพูดคุยถึงบทบาทของความคิดสร้างสรรค์กับชุมชนคน “ปัตตานี” จากช่วงตั้งไข่ของกลุ่มจนปัจจุบัน ศักยภาพของสินทรัพย์จากดินแดนคาบสมุทรมลายู และภาพจำใหม่ของคนปัตตานีที่เปลี่ยนแปลงไป

พร้อมเรียกน้ำย่อยถึงนิทรรศการล่าสุดของพวกเขาที่จะจัดแสดงภายในเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ 2568 หรือ Pakk Taii Design Week 2025 ในชื่อ “WAQAF – พื้นที่เพื่อการอยู่ร่วมสมัย”

ระลึกความหลัง ในขวบปีที่ 10 ของ Melayu Living
ราชิต:
หมุดหมายที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงของเราคือการเริ่มต้นของงานเทศกาล Pattani Decoded เมื่อปี 2562 งานนั้นทำให้เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างที่มากกว่าแค่เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ แต่กำลังพูดถึงการสะท้อนปัญหาหรือทางออกบางอย่างให้กับเมือง Pattani Decoded เป็นเครื่องมือในการสร้างคนให้ขับเคลื่อนปัญหาได้มากขึ้นกว่าต้องรอแค่หน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว เปลี่ยนข้อมูลที่ยากต่อการเสพ ให้คนทุกกลุ่มวัยเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ฮาดีย์: ในตอนนั้น หนึ่งในประเด็นของคนในพื้นที่ คือการที่ไม่รู้จะเล่าเรื่องราวของตัวเองหรือเล่าอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างไร ถ้าเรามาพร้อมงานวิชาการ คุยผ่านงานวิจัยเลย มันจะยากต่อการเข้าใจ มันอาจจะได้คนกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าการที่เราอยากจะทำงานกับมวลชน มันต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้การสื่อสารผ่านสัญญะ ผ่านการออกแบบ ให้เข้าใจได้มากขึ้น

สุกรี: ในมุมของกราฟิกดีไซน์ เราเห็นมุมมองอะไรบางอย่างจากชาวบ้าน เช่นจากที่เขาเคยเห็นของสิ่งหนึ่ง แล้วก็เห็นมันมานานแล้ว แต่ว่าไม่เคยเห็นในมุมที่ถูกนำเสนอใหม่ แค่บางทีเราหยิบสิ่งนั้นที่เขาเคยเห็นมาแต่ดั้งเดิม มานำเสนอใหม่อีกครั้ง ปรับที่เปลี่ยนทางให้มัน มันก็ทำให้เขารู้สึกว่า เขามองเห็นคุณค่าสิ่งนี้มากขึ้น

เรียกว่าทำให้คนในชุมชนเริ่มเข้าใจความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
สุกรี:
เมื่อก่อนถ้าเป็นพวกงานตลาด เขาจะไม่ค่อยเอาความเป็นท้องถิ่นเข้ามาเล่น เช่น เอาชื่อถนน เอาย่านมาเล่า แต่บางทีการเล่าย่าน มันทำให้คนที่อยู่ในย่านรู้สึกว่าย่านฉันเท่นะ ฉะนั้นการมีดีไซน์เข้าไปทำงาน ก็ช่วยทำให้เขาเห็นทั้งคุณค่าและมูลค่าของมัน หลังจากที่ลงมือทำงานกับชุมชนมากขึ้น ก็จะมีแบรนด์ท้องถิ่นเกิดขึ้นในย่านที่เราจัดอีเวนต์มากขึ้น แล้วหลาย ๆ แบรนด์ก็พยายามหยิบเอาเรื่องของอัตลักษณ์ที่มีในย่านมาใช้กับแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งผมว่าสิ่งนี้มันช่วยปรับให้เมืองที่ดูเอื่อย ๆ กลับมาคึกคักขึ้น

ราชิต: ความคิดสร้างสรรค์อาจดูเหมือนคำใหม่ แต่จริง ๆ แล้วในพื้นที่นี้มันถูกใช้การจัดการแบบนี้มาตลอด ด้วยความที่ปัตตานีเคยเป็นเมืองท่าในอดีต เรารับอิทธิพลของโลกเข้ามาในพื้นที่เยอะมาก ทั้งโปรตุเกส ฮอลันดา จีน ชวา อินเดีย เปอร์เซีย เรามองว่ามันมีการคิดใหม่อยู่ตลอดเวลา มีการผสานวัฒนธรรมบางอย่างระหว่างเรากับคนอื่นเข้ามา แล้วมาเป็นเรา บางคนอาจมองว่ามันเป็นความไม่ลงรอยกัน แต่มันก็ดันอยู่ในพื้นที่นี้ได้เฉยเลย ก็เลยมีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง

คนปัตตานีมีศักยภาพมาก บางคนก็ไม่ได้มีรายได้ที่ดี ปากกัดตีนถีบ แต่เขายังดันตัวเองออกมาทำงานสร้างสรรค์และทำได้ดี ไม่ได้มาตีโพยตีพาย ทุกคนทุ่มสุดตัว ที่นี่มันมีเสน่ห์แบบนั้น พวกเขารู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์คือปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิต - ราชิต ระเด่นอาหมัด

พูดถึงความเฉพาะตัวของคนปัตตานี อะไรคือ “เสน่ห์” หรือ “ความงาม” ของปัตตานี
ราชิต:
ในภาพใหญ่ มันก็จะเห็นความเป็นคนใต้ที่ค่อนข้างชัด ด้วยอัตลักษณ์ด้วยบุคลิกบางอย่าง คนใต้เป็นคนตรงไปตรงมา ชัดเจน แล้วก็จริงใจ แต่พอเราย่อยลงมา อย่างฝั่งอันดามัน เขาก็จะมีคาแรกเตอร์แบบหนึ่ง ฝั่งอ่าวไทย ฝั่งสมุย ยิ่งพอลงมาทางสามจังหวัดหรือทางใต้ตอนล่าง ก็จะมีความเป็นมลายูที่ก็แตกต่างไปอีก สุดท้ายภาคใต้จึงเหมือนการรวมความหลากหลาย แต่ละจุดมันมีความชัดเจนของเขา ผมว่าอันนี้คือเสน่ห์

ฮาดีย์: ด้วยความที่โลเกชันของสามจังหวัดอยู่ติดกับมาเลเซีย และโดยรากทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์คนส่วนใหญ่ 80% เขาเกิดมาเป็นมลายู เขาพูดภาษามลายูเป็นภาษาแรก และเขาก็เป็นมุสลิม ฉะนั้นพรมแดนในเชิงวัฒนธรรม มันไม่สามารถขีดเส้นได้ พอมันไม่ขีดเส้น คนสามจังหวัดเลยมีโลกทัศน์หลายแบบอยู่ร่วมกัน กลายเป็นจุดผสมที่ลงตัวระหว่างหลาย ๆ วัฒนธรรม

นาดา อินทพันธ์ หนึ่งในสมาชิกทีม Melayu Living

อะไรคือสินทรัพย์ที่น่าต่อยอดของปัตตานี
ราชิต:
เกลือปัตตานีกำลังจะหายไป แต่มันคือสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้กับปัตตานีมากมายมหาศาลในอดีต ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่ากับเกลือระดับโลก ถ้าเกิดเราพัฒนาจริง ๆ มันต่อยอดได้

ฮาดีย์: เกลือปัตตานีคืองานคราฟต์ เพราะทำด้วยมือ มันอาจจะแพงกว่าเพื่อน หรือว่าอาจจะดูไม่สะอาดตามแบบฉบับของเกลืออุตสาหกรรม อาจจะดูขุ่น ๆ อะไรอย่างนี้ แต่ถามว่ามันมีศักยภาพไปสู่ระดับโลกไหม ผมเชื่อว่ามี

จุดแข็งของปัตตานี
ราชิต: สำหรับผมที่เห็นชัดคือตัวคน คนที่ปัตตานีมีความพยายามสูงมากที่จะผลักดันหรือว่าแสดงออกให้คนที่อื่นได้มองเห็นว่าที่นี่มันมีของดีอยู่เยอะ คนปัตตานีมีศักยภาพมาก บางคนก็ไม่ได้มีรายได้ที่ดี ปากกัดตีนถีบ แต่เขายังดันตัวเองออกมาทำงานสร้างสรรค์และทำได้ดี ไม่ได้มาตีโพยตีพาย ทุกคนทุ่มสุดตัว ที่นี่มันมีเสน่ห์แบบนั้น พวกเขารู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์คือปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิต

ฮาดีย์: ปีที่แล้วเราถึงใช้ชื่อธีมเทศกาล Pattani Decoded ว่า ‘Unparalleled’ ลองนึกดูนะครับ อยู่ดี ๆ จะมีใครสักกี่คนจะมาบอกว่าตัวเอง So Cool ใช่ไหมครับ ผมว่ามันต้อง Setting แบบนี้ครับ ปากกัดตีนถีบ แต่ต้องเท่ ต้องร่วมสมัย ดันเป็นคนมีรสนิยมแต่กระเป๋าสตางค์มันแฟบ มันทันโลกแต่ว่ามันมีข้อจำกัด ลองคิดดูว่า ถ้าเกิดคนที่มีเพียบพร้อมและมาประกาศว่าตัวเองเป็นคนที่ก็เท่ใช้ได้ ผมคิดว่ามันจะไม่เกิด Vibe แบบนี้

ทีนี้มาพูดถึงตัวนิทรรศการ “WAQAF – พื้นที่เพื่อการอยู่ร่วมสมัย” บ้าง งานนี้มีไอเดียมาจากอะไร
ราชิต:
WAQAF (อ่านว่า วากัฟ) คือศาลาพักริมทางที่คนในพื้นที่จะคุ้นชินอยู่แล้ว ทำหน้าที่เป็นฟังก์ชันหนึ่งสำหรับนักเดินทาง คนเข้ามาในชุมชน เป็นจุดนัดพบ เดินทางเหนื่อย ๆ ก็มาพักที่วากัฟ ในแง่ของพื้นที่ มันก็คืออาคารที่มีหลังคาปกคลุม ลมถ่ายเท นั่งแล้วสบาย แต่วากัฟยังมีอีกความหมายหนึ่งในภาษาอาหรับ แปลว่าการอุทิศเพื่อส่วนรวม อุทิศตนเพื่อสังคมเพื่อสาธารณะประโยชน์

ฮาดีย์: มันเป็นธรรมชาติของคนที่นี่ การให้สาธารณะได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองหามา มันเป็นคุณค่าที่คนที่นี่ให้การยกย่อง

นาดา: วากัฟยังเชื่อมโยงไปถึงคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Third Place มันคือสถานที่ที่มารองรับระหว่างสถานที่ A และ B สมมติว่า A เป็นบ้าน B อาจจะเป็นที่ทำงาน แต่สำหรับวากัฟ เราพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่อเนกประสงค์ (Multi-Purpose) เป็นของส่วนรวมเพื่อชุมชน

นิทรรศการนี้เราไม่ได้จะบอกว่า นี่คือปัตตานี แต่เรากำลังจะบอกว่าปัตตานีคือพื้นที่ เรากำลังพูดถึงการให้คนอื่น เราจะไม่ได้พูดถึงตัวเอง แต่เราอยากให้วากัฟมันเกิดเป็นพื้นที่กลางที่คนเข้ามาพูดคุยกัน แล้วสุดท้ายคนก็จะรับรู้ว่า อันนี้มันคือตัวตนของปัตตานี ที่ไม่จำเป็นจะต้องโอ้อวด - ราชิต ระเด่นอาหมัด

ภายในวากัฟประกอบด้วยงานอะไรบ้าง
ราชิต:
งานวากัฟคือการรวมคนจากปัตตานีมาทำงานด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ทางเข้าก็จะเห็นงานคราฟต์ที่พัฒนาจากเทคนิคกรงนกเขาชวาและใบตาลจากศิลปินรุ่นใหม่ ฟาน-กูฮิรฟาน ตูแวตีเงาะ จาก Kufan.gallery เดินเข้ามาก็จะเจอหลังคาพาวิลเลียนที่ทำจากขยะเหลือใช้โดย ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย นักสร้างสรรค์จากกลุ่มทะเลจร ขณะเดียวกันหลังกระเบื้องขยะ ก็จะมีความงามของปลาท้องถิ่นในท้องทะเลโดย พี่เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา ศิลปินเซรามิกจาก Benjametha Ceramic และ Derndin นอกจากนั้นยังมีศิลปินคนอื่น ๆ อีกที่เราได้ร่วมงานกัน ไม่ว่าจะเป็นไฟซอลบินฮารน มูอิ ศิลปินแฮนด์ปรินต์จาก Mu-i Handprinted, มูฮัมหมัดตอฮา หะยียูโซ๊ะ ศิลปินจาก Patani Artspace และอานัส พงศ์ประเสริฐ นักสร้างสรรค์จาก The Looker รวมถึง อภิสิทธิ์ หะมะ ศิลปินอิสระจากสายบุรี

ฟาน-กูฮิรฟาน ตูแวตีเงาะ จาก Kufan.gallery

อยากให้คนที่มา ได้อะไรกลับไปจากการเข้ามานั่งพักที่วากัฟ
ราชิต:
เราคาดหวังให้คนรู้สึกว่า ที่นี่มันเหมาะกับการมาพักผ่อน มีร่มเงา มีที่นอนเล่นได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็พยายามจะสอดแทรกความเป็นพื้นที่ของพวกเราเข้ามาในตัวงานศิลปะแบบนี้ด้วย

ฮาดีย์: ผมคิดว่า คาแรกเตอร์หนึ่งของศาลาพวกนี้คือมันมีความถ่อมตน (Humble) คนแปลกหน้าเดินเข้ามา จะไม่รู้สึกแปลก หลายคนเดินผ่านศาลาพวกนี้แล้วก็นั่งพักได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าต้องหันซ้ายหันขวาดูว่าต้องขอนุญาตใครหรือเปล่า ผมคิดว่า พวกนี้มันก็กลายเป็นสปิริตของผู้คนไปด้วย คนที่นี้ค่อนข้างสุขุม เขามีวิธีที่จะบอกว่าตัวเองมีดี โดยที่ไม่ต้องตะโกน

นาดา: ขอเสริมอีกคาแรกเตอร์หนึ่งของวากัฟที่เป็นเอกลักษณ์ของแถวนี้ นั่นคือตัวหลังคาเขาจะค่อนข้างโน้มลงมาต่ำมาก ๆ ทำให้เวลาจะเข้า มันต้องโค้งเข้าไป มันก็จะเป็นความถ่อมตนในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

ราชิต: นิทรรศการนี้เราไม่ได้จะบอกว่า นี่คือปัตตานี แต่เรากำลังจะบอกว่าปัตตานีคือพื้นที่ เรากำลังพูดถึงการให้คนอื่น เราจะไม่ได้พูดถึงตัวเอง แต่เราอยากให้วากัฟมันเกิดเป็นพื้นที่กลางที่คนเข้ามาพูดคุยกัน แล้วสุดท้ายคนก็จะรับรู้ว่า อันนี้มันคือตัวตนของปัตตานี ที่ไม่จำเป็นจะต้องโอ้อวด

อีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า อนาคตกลุ่ม Melayu Living จะเดินไปต่ออย่างไร
ราชิต:
จริง ๆ ตามที่เราตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ตอนแรก Melayu Living มันควรจะแค่ 5 ปี แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน แต่ตอนนี้มัน 10 ปีแล้ว อนาคตข้างหน้ามันคงเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมกับเมืองที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น งาน Pattani Decoded มันเหมือนกับเป็นงานวิจัยที่ให้คนเสพง่าย แต่ว่าหลังจากนี้ อาจจะต้องเห็นบทบาทของการที่เราหยิบงานวิจัยเหล่านี้มาทำให้เป็นรูปธรรมให้ชัดเจนขึ้น

ฮาดีย์: ปัตตานีได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดที่จะมี New TCDC ด้วย มันก็เป็นโจทย์ว่าเราจะทำงานกันยังไงต่อ จะทำอย่างไรให้ TCDC ไม่ได้แค่เป็นหน่วยหนึ่ง แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น เราจะทำให้คนมาใช้เครื่องมือดีไซน์ เครื่องมือความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันประเด็นอื่น ๆ ด้วยได้อย่างไร อันนี้ผมก็มองจากมุมคนที่ไม่ใช่นักออกแบบ แต่ผมคิดว่าเราก็ได้ประโยชน์ สังคมก็ได้ประโยชน์เยอะนะครับ จากการทำงานร่วมกันกับนักออกแบบ ผมว่ามันก็เปลี่ยนภาพพื้นที่และย่านไปพอสมควร

Creative Ingredients
สมมติมีโจทย์ให้เราไปคอลแล็บกับจังหวัดอื่น อยากร่วมงานกับจังหวัดไหน
ฮาดีย์: ‘ศรีสะเกษ’ เรารู้จักคนทำงานเรื่องเมืองเรื่องย่านที่นั่น เขาก็ต้องต่อสู้ดิ้นรน ผมเลยคิดว่า เราอาจจะมีบางอย่างที่ตรงกันในแง่นั้น

ราชิต: ทั้งสองจังหวัดมีคาแรกเตอร์ที่รู้สึกว่า ‘ต่อให้ไม่มี แต่ยังไงก็ขอมีส่วนร่วม’ มันจะไม่ใช่ว่า ฉันจน ฉันแย่ ฉันท้อแท้ แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย แต่คาแรกเตอร์ของคนเหล่านี้เหมือนที่ฮาดีย์บอก เป็นจังหวัดที่เศรษฐกิจไม่ดี แต่คนพร้อมที่จะสร้างกลุ่มก้อนขึ้นมา

อยากฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่
ฮาดีย์: ผมจะตอบแบบผู้ว่าฯ ชัชชาติ คือเราไม่สามารถทำงานตามแพชชันได้ในทุกเรื่อง แต่ว่าเราเอาเวลาอื่นไปทำงานที่เป็นแพชชันเราได้ ผมคิดว่ายุคนี้มันเป็นยุคของคนทำงานหลายอย่าง มันไม่ได้ทำแค่สิ่งเดียว แปดโมงถึงห้าโมงคุณอาจจะต้องทำภารกิจบางอย่าง เสาร์อาทิตย์คุณค่อยไปทำงานตามแพชชันที่มันจะหล่อเลี้ยงหัวใจ เพราะฉะนั้น อย่าไปจับแพชชันก่อนนะครับ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี อะไรทำได้ ทำก่อน แล้วก็ค่อยหล่อเลี้ยงหัวใจภายหลัง มันมีเส้นทางที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจอยู่แล้ว

ราชิต: มันเหมือนเราตอนวัยรุ่น เราก็จะเจอผู้ใหญ่ที่คิดแบบผู้ใหญ่ว่า พวกเด็กไม่รู้เรื่อง อย่างนั้นอย่างนี้ มันจะถูกตีกรอบบางอย่าง ผมเลยรู้สึกว่ามันต้องเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มาทำในความถนัดของเขาด้วย แล้วก็ยิ่งโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก เราตามไม่ทันอยู่แล้ว ว่าเดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่เขาคิดอะไร ซึ่งไม่ถูกไม่ผิด มันก็เหมือนเราในยุคเรา ที่ก็ทำอะไรทดลองไป ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่มีเป้า แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลอง โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ทัศนคตินี้เป็นสิ่งสำคัญ

ในฐานะที่เราทำงานเรื่องเมืองในพื้นที่ที่ถูกมองเห็นน้อย เราหล่อเลี้ยงตัวเองอย่างไร
ราชิต: ความยากอยู่ตรงที่การหาสมดุลระหว่าง Fix Cost ที่มีทุกเดือนกับงานที่ทำเพื่อส่วนรวม บางทีมันคร่อมเลนกัน ซึ่งแน่นอน มันไม่มีทางจัดการได้สมบูรณ์ แต่ว่าเราก็ทำไปแบบกระท่อนกระแท่น แต่มันก็ไปของมันได้ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา สนุกด้วยเหนื่อยด้วย

WAQAF – พื้นที่เพื่อการอยู่ร่วมสมัย
สถานที่: ลานโรงเรียนสงขลาวิทยามูลนิธิ ถนนนางงาม
28 ส.ค. - 7 ก.ย. | 11.00 - 21.00 น.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pakktaiidesignweek.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

วิดีโอ

วัยรุ่นเตรียมเดือด! Red Bull BC One 2026 ฟลอร์ต้องลุกเป็นไฟ

WeR NEWS

เครนยักษ์ถล่มทับคนงานดับ 1 ราย สั่งปิดตายทางคู่ขนานพระราม 2

The Bangkok Insight

ห้องอาหารเบญรงค์ เปิดเมนูซิกเนเจอร์ที่ครองใจนักชิมมาหลายทศวรรษ

Gourmet & Cuisine

อะโวคาโดไม่ควรกินคู่กับอะไร? เปิดข้อควรระวังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

sanook.com

เจาะทำเนียบราชาคอร์ทดิน-คอร์ทหญ้า เปิดกรุ Top 3 นักเทนนิสชายผู้กวาดเงินรางวัลสูงสุดตลอดกาล (All-Time Prize Money)

Hello Magazine Thailand

ไขความลับหน้าฝน! ทำไมโดนฝนแล้วต้องรีบสระผมทันที ไม่งั้นจะทำให้เป็นหวัด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...