เจาะทำเนียบราชาคอร์ทดิน-คอร์ทหญ้า เปิดกรุ Top 3 นักเทนนิสชายผู้กวาดเงินรางวัลสูงสุดตลอดกาล (All-Time Prize Money)
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailandหากจะพูดถึงยุคทองของวงการเทนนิสชาย คงไม่มีสัญลักษณ์ใดจะสะท้อนความยิ่งใหญ่ได้ชัดเจนไปกว่า “เงินรางวัลสะสมตลอดการหวดลูกสักหลาด” (ATP All-Time Career Prize Money) อีกแล้ว ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา บัลลังก์นี้ถูกผูกขาดโดย 3 ยอดขุนพลที่ถูกขนานนามว่า “Big 3” ซึ่งทำเงินทิ้งห่างอันดับ 4 อย่าง แอนดี้ มาร์รีย์ และยอดฝีมือรุ่นใหม่อย่าง อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟและ คาร์ลอส อัลการาซ เกินกว่า “เท่าตัว”
HELLO! จะพาทุกคนไปเปิดตัวเลขกลม ๆ ของ 3 มหาเศรษฐีแห่งวงการแร็กเก็ตที่กวาดรายได้เฉพาะเงินรางวัลจากการแข่งขัน (ไม่รวมสปอนเซอร์) มากที่สุดในประวัติศาสตร์
อันดับ 1: โนวัค ยอโควิช (Novak Djokovic) | เซอร์เบีย
- เงินรางวัลสะสม: ~193.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.7 พันล้านบาท)
- ความสำเร็จ: 24 แชมป์แกรนด์สแลม และเจ้าพ่อรายการระดับ Masters 1000
- เริ่มเทิร์นโปร: ค.ศ. 2003
- สถานะปัจจุบัน: ยังไม่แขวนแร็กเก็ต (ปัจจุบันในปี 2026 เขายังคงลงแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับอาชีพและล่าความสำเร็จต่อไป)
- ระยะเวลาในอาชีพ: 23+ ปี (ยังคงเพิ่มขึ้น)
“โนเล่” คือเครื่องจักรผลิตเงินรางวัลที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่โลกเทนนิสเคยมีมา ด้วยความสม่ำเสมอในรอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ระดับ Grand Slam และ ATP Finals ที่มีเงินอัดฉีดสูงลิ่ว แม้ในปัจจุบันที่เขาเริ่มจำกัดจำนวนการลงแข่ง แต่ทุกครั้งที่ลงสนามเขายังคงเป็นตัวเต็ง และเพิ่งขยับเข้าใกล้หลักไมล์ประวัติศาสตร์ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปทุกที
อันดับ 2: ราฟาเอล นาดาล (Rafael Nadal) | สเปน
- เงินรางวัลสะสม: ~134.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.7 พันล้านบาท)
- ความสำเร็จ: ราชาคอร์ทดินผู้ผูกขาดแชมป์ เฟรนช์ โอเพ่น 14 สมัย
- เริ่มเทิร์นโปร: ค.ศ. 2001
- สถานะปัจจุบัน: แขวนแร็กเก็ต ค.ศ. 2024 (ประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการหลังจบการแข่งขัน Davis Cup Finals ในช่วงปลายปี 2024)
- ระยะเวลาในอาชีพ: 23 ปี
“เอล มาทาดอร์” นักหวดเลือดสเปน ผู้ยึดตำแหน่งอันดับ 2 อย่างเหนียวแน่น เม็ดเงินจำนวนมหาศาลส่วนใหญ่มาจากความไร้เทียมทานบนคอร์ทดิน โดยเฉพาะที่โรลังด์ การ์รอส รวมถึงการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรวม 22 สมัย แม้ช่วงท้ายของการแข่งขันเขาจะต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บอย่างหนัก แต่ความสำเร็จที่เขาสร้างไว้ก็มากพอที่จะทำให้เขานั่งแท่นอันดับ 2 ไปอีกนานแสนนาน
อันดับ 3: โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ (Roger Federer) | สวิตเซอร์แลนด์
- เงินรางวัลสะสม: ~130.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 พันล้านบาท)
- ความสำเร็จ: แชมป์แกรนด์สแลม 20 สมัย และไอคอนผู้พลิกโฉมมูลค่าวงการเทนนิส
- เริ่มเทิร์นโปร: ค.ศ. 1998
- สถานะปัจจุบัน : แขวนแร็กเก็ต ค.ศ. 2022 (ประกาศรีไทร์ในรายการ Laver Cup 2022)
- ระยะเวลาในอาชีพ: 24 ปี
แม้ “คิงโรเจอร์” จะประกาศแขวนแร็กเก็ตอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่เงินรางวัลสะสมที่เขาทำไว้ตลอดอาชีพก็ยังสูงพอที่จะรั้งอันดับ 3 ของโลก เฟเดอร์เรอร์คือคนที่ทำให้เงินรางวัลในวงการเทนนิสพุ่งกระฉูดจากการสร้างฐานแฟนคลับทั่วโลก
หากนับรวมรายได้นอกสนามจากสปอนเซอร์และธุรกิจส่วนตัว เฟเดอร์เรอร์คือคนแรกในกลุ่มนี้ที่ทะลุระดับ “พันล้านดอลลาร์” ไปเรียบร้อยแล้ว โดยรายได้นอกสนามต่อปี (พีคที่สุด) สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี โดยเฟเดอร์เรอร์คือ 1 ใน 7 นักกีฬาของโลกที่ก้าวเข้าสู่สโมสร“มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์” (Billionaire Club) ร่วมกับ เลบรอน เจมส์, ไมเคิล จอร์แดน และ คริสเตียโน โรนัลโด แม้เงินรางวัลในสนามเขาจะอยู่อันดับ 3 แต่ภาพลักษณ์ “ความคลาสสิก หรูหรา และไร้กาลเวลา” ทำให้แบรนด์ระดับ Luxury แย่งตัวกันแบบข้ามทศวรรษ
“คิงโรเจอร์” ก้าวข้ามจากการเป็นเยาวชนมือ 1 ของโลกขึ้นสู่ระดับอาชีพในปี 1998 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ทั่วโลกเริ่มจับตามองอัจฉริยะจากสวิตเซอร์แลนด์คนนี้อย่างจริงจังในอีก 3 ปีให้หลัง เมื่อเขาช็อกโลกด้วยการล้ม “พีท แซมพราส” ราชาคอร์ทหญ้าในเวลานั้น ณ ศึกวิมเบิลดันปี 2001 ก่อนที่เฟเดอร์เรอร์จะปลดล็อกคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตที่วิมเบิลดันปี 2003 ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างจักรวรรดิและแบรนด์ “RF” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแง่ของธุรกิจและสปอนเซอร์มาจนถึงปัจจุบัน
ดังนั้นหากนับเฉพาะ “เงินรางวัลในสนาม” ยอโควิชคือที่หนึ่ง แต่ถ้านับ “รายได้รวมทั้งหมด (อสังหาริมทรัพย์ + หุ้น + สปอนเซอร์)” โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ คือ “แชมป์โลกไร้พ่าย” ที่ทำเงินได้มากกว่า ยอโควิช และ นาดาล รวมกัน!