โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อะโวคาโดไม่ควรกินคู่กับอะไร? เปิดข้อควรระวังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อะโวคาโดมีประโยชน์ แต่ 4 สิ่งนี้ควรระวังเมื่อรับประทานร่วมกัน

อะโวคาโดมีประโยชน์ แต่ 4 สิ่งนี้ควรระวังเมื่อรับประทานร่วมกัน

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ใยอาหาร วิตามินอี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่หลายคนนิยมรับประทาน อย่างไรก็ตาม แม้อะโวคาโดจะมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิด

1. อาหารไขมันสูง

อะโวคาโดมีไขมันดี แต่ก็ให้พลังงานค่อนข้างสูง หากรับประทานคู่กับอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด เบคอน ชีส หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด อาจทำให้ได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น ส่งผลต่อน้ำหนักตัวได้

2. ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด

แม้อะโวคาโดจะมีวิตามินเคไม่สูงเท่าผักใบเขียว แต่ก็มีวิตามินเคอยู่บ้าง ผู้ที่รับประทานยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ควรรักษาปริมาณการบริโภควิตามินเคให้สม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

3. ผู้ที่แพ้อะโวคาโดหรือแพ้น้ำยางธรรมชาติ

ผู้ที่มีภาวะแพ้น้ำยางธรรมชาติ (Latex Allergy) บางราย อาจเกิดอาการแพ้อะโวคาโดร่วมด้วย เช่น คันในปาก ผื่น หรือหายใจลำบาก หากมีอาการผิดปกติควรหยุดรับประทานและรีบพบแพทย์

4. การรับประทานในปริมาณมาก

แม้จะเป็นไขมันดี แต่การรับประทานอะโวคาโดมากเกินไป อาจทำให้ได้รับพลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ประมาณ 1/4-1/2 ผลต่อวัน ขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานของแต่ละบุคคล

อะโวคาโดกินคู่กับกล้วยหรือผลไม้อื่นได้ไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าการรับประทานอะโวคาโดร่วมกับกล้วย มะละกอ องุ่น หรืออินทผลัม จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพในคนทั่วไป ทั้งหมดสามารถรับประทานร่วมกันได้ หากไม่มีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัดด้านโภชนาการ

สรุป

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถรับประทานร่วมกับผลไม้หรืออาหารได้หลากหลาย สิ่งที่ควรระวังคือการรับประทานในปริมาณมากเกินไป การรับประทานร่วมกับอาหารไขมันสูงเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ใช้ยาบางชนิดหรือมีประวัติแพ้อาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อความปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...