ประจักษ์วิเคราะห์ : ลุ้น "ศุภจี" ไต่เส้นด้าย เติมภาพบวกรัฐบาลแต่ห้ามพลาด
วันนี้ 28 เม.ย.คอทุเรียน และอาจมีคอการเมืองด้วย คงจับตาการไลฟ์สดขายทุเรียนช่วงค่ำ ที่ยูทูบเบอร์ชื่อดัง พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมรี่พาย จะไลฟ์สดขายทุเรียนสำหรับคนไทย เพื่อส่งเสริมยอดขาย หลังได้รับการประสานจาก "ซุเปอร์จี" นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์
ตั้งเป้าอยากขายเป็นล้านลูก และพิเศษตรงที่จะมีทุเรียนเกรดดี ระดับพรีเมียม ขายด้วยราคาลูกละ 100 บาท
จึงกลายเป็นเรื่องกระหึ่มในโลกโซเชียล เพราะส่วนหนึ่งอยากจะพิสูจน์ว่า ทุเรียนเกรดดี ราคาลูกละ 100 บาท จะมีขายจริงไหม
เพราะปกติทุเรียนจะขายเป็นกิโลกรัม ยกเว้นที่ตกเกรดจะนำไปแปรรูป เช่น ทุเรียนกวน ทอดกรอบ และราคาทุเรียนเกรดรองๆ อย่างน้อยราคาขายกิโลกรัมละ 130-140 บาท และลูกหนึ่ง ๆ ขนาดย่อม จะตกประมาณ 3 กิโลแล้ว แล้วจะขายลูกละ 100 บาท ได้อย่างไร
แต่ก็มีมุมมองในเชิงบวกอีกส่วนหนึ่ง ที่เห็นว่า เป็นเรื่องของการโปรโมทช่วยเหลือชาวสวนทุเรียน และช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงทุเรียนเกรดดีๆ บ้าง เพราะเกรดดีส่วนใหญ่ จะส่งไปขายต่างประเทศ แล้วจะไปจ้องจับผิดอะไรกันนักหนา
แต่ผลที่ตามมาคือ ร้อนทั้งโซเชียล โดยเฉพาะปฏิกิริยาจากพ่อค้าแม่ค้าทุเรียน รวมทั้ง "แพรรี่" อดีตพระไพรวัลย์ ที่เคยเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง ที่ผันตัวเป็นแม่ค้าทุเรียน ที่ไลฟ์สดถามนางศุภจีว่า ขายทุเรียนลูกละ 100 แล้วชาวสวนจะอยู่อย่างไร ปรามอย่ามาทำสงครามราคา ตลาดจะพังทั้งระบบ
"แพรรี่" ยังสะท้อนปัญหาสำคัญ ที่รัฐบาลต้องตระหนักและเอาจริงเอาจัง คือปัจจุบันมีแต่"ล้งจีน" ผุดขึ้นเต็มไปหมด สะท้อนชัดว่า ธุรกิจนี้อยู่ในมือของทุนจีน
สอดคล้องกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ มีกลุ่มทุนจีนรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในหลายจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อปลูกทุเรียน ท่ามกลางคำถาม ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ช่วย จะทำได้หรือ
แม่ค้าบางคนแนะว่า ทุเรียนเป็นเรื่องธุรกิจเฉพาะที่ ไม่เหมาะกับคนระดับรัฐมนตรีที่จะลงมาเล่น เพราะหากไม่ทราบหรือมีข้อมูลที่เป็นจริง จะสะเทือนทั้งตลาดได้ เพราะจะกลายเป็นเรื่องแทรกแซง และทำให้ชาวสวน ขายได้ในราคาที่ถูกลง
สำหรับนางศุภจี ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในกลุ่มเทคโนแครต หรือ "3 แม่ครัว" กำลังรับบทหนักช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดี และน่าเชื่อถือให้รัฐบาล ท่ามกลางสาระพันปัญหาทั้งภายในและต่างประเทศ
วันก่อน เพิ่งไปจันทบุรีดูการผลิตและการคัดบรรรจุทุเรียนคุณภาพสูง แถมยังร่วมไลฟ์สดกับอินฟลูเอ็นเซอร์จากจีน ปรากฏว่า ไม่ถึง 3 ชั่วโมง มียอดสั่งซื้อกว่า 15 ล้านบาท
ในสมัยรัฐบาล "อนุทิน 1" ได้รับเสียงชื่นชมเรื่องขายข้าวครั้งประวัติศาสตร์ให้สิงคโปร์ 1 แสนตันและขายข้าวให้จีนได้อีก 3 แสนตัน เมื่อถึง รัฐบาล "อนุทิน 2" จึงต้องเดินหน้าต่อ และผุดไอเดีย ตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจร จ.จันทบุรี เพราะเป็นช่วงผลไม้ออกสู่ตลาดพอดี จึงเป็นที่มาของการกระโดดลงมาลุยเรื่องขายทุเรียน
แต่กระนั้น ก็เคยเสียรังวัด เรื่องแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ จะนำไปขายในปั๊มน้ำมัน และดำริจะตั้ง "ล้งกลาง" เพื่อรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง สะท้อนความไม่เข้าใจกลไกการตลาด และ "ล้งจีน" ก็ยึดกิจการมะพร้าวน้ำหอมไม่ต่างจากทุเรียน สุดท้ายโครงการตั้งล้งกลางต้องพับไป
ข้อด้อยของนางศุภจี คือมาจากนักบริหารอาชีพภาคเอกชน ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ที่สำคัญ ไม่มี สส.ในสังกัดที่จะคอยทำหน้าที่ปกป้องในกรณีที่เกิดพลาดพลั้ง
จึงได้เห็นกรณีขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ต้องไปใช้บริการโฆษกกระทรวงพาณิชย์ นายกรนิจ โนนจุ้ย ซึ่งเป็นผู้ตรวจการกระทรวง ด้วย เป็นตัวช่วยแจกแจงว่า การไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ของ "พิมรี่พาย" เป็นการตั้งราคา จัดโปรโมชัน เพื่อส่งเสริมยอดขายเท่านั้น
แทนที่คนช่วยปกป้อง จะเป็น สส. หรือคนในพรรคภูมิใจไทย หลังจากกลุ่ม "3 แม่ครัว" มียื่นเงื่อนไข ไม่ขอ สส.หรือนักการเมือง มาเป็นรัฐมนตรีช่วย หรือช่วยงานในกระทรวง ด้วยเกรงจะถูกแทรกแซงทางการเมือง
ตอนนี้ อยู่ในวงการเมืองเต็มตัวแล้ว ต้องคอยประคับประคองช่วยตนเอง เพราะเสมือน กำลังไต่เส้นด้าย พลาดพลั้งเมื่อไหร่ ไม่อยากนึกว่าต้องเจอกับอะไร
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"ศุภจี" แจงดรามาทุเรียนลูกละ 100 บาท เป็นเทคนิคการขาย "พิมรี่พาย"
พณ.โร่แจงอินฟูล ขายทุเรียน ลูกละ 100 บาท เป็นทุเรียนเกรดรอง
ฮือฮา "ศุภจี" ดึง "พิมรี่พาย" ไลฟ์สดขาย "ทุเรียน" 1 ล้านลูก