โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"XPENG" พลิกเกมดัน AI เชื่อมรถ หุ่นยนต์ ยานบิน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
งานแสดงรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก Beijing Auto Show แบรนด์ XPENG มุ่งแข่งขันด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

XPENG ขยับจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI ที่ครอบคลุมมากกว่ารถยนต์ แต่ยังรวมไปถึงหุ่นยนต์ และรถบินได้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านตัวรถและระบบขับขี่อัตโนมัติ ไปสู่ระบบนิเวศการเดินทาง ที่เชื่อมโยงหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

โดย บริษัทฯ พัฒนาระบบ Physical AI แบบครบวงจรด้วยตัวเอง (full-stack) ครอบคลุมทั้งชิป Turing AI และโมเดลพื้นฐาน VLA 2.0 พร้อมทุ่มงบวิจัยและพัฒนาระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีสามารถผลิตและใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

ภายในงานแสดงรถยนต์ คุณ He Xiaopeng ประธานและซีอีโอ XPENG ยังได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ GX ซึ่งเป็น SUV 6 ที่นั่ง ถูกออกแบบมาสำหรับยุคการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 โดยวางตำแหน่งเป็นต้นแบบ Robotaxi (แท็กซี่ไร้คนขับ) ที่พัฒนาเองครบวงจร และติดตั้งจากโรงงาน พร้อมเป้าหมายสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

เขากล่าวด้วยว่า บริษัทฯ กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ จากเดิมที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่หลากหลาย ทั้งรถบินได้ ชิป Turing AI, โมเดล เอไอ ขนาดใหญ่ หุ่นยนต์ และรถไร้คนขับ โดยมีเป้าหมายที่จะค่อย ๆ ผลักดันแนวคิดเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง ผ่านเทคโนโลยี Physical AI บนพื้นฐานระบบที่เชื่อมโยงกัน เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทาง

ด้านตลาดต่างประเทศ XPENG มียอดส่งมอบกว่า 45,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 96 และครองตำแหน่งแบรนด์ที่มียอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุดในกลุ่มสตาร์ทอัปรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน

สำหรับ Iron หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบให้เคลื่อนไหวใกล้เคียงมนุษย์ รองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น งานบริการ ก่อนต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน โดยมีศักยภาพการผลิตในระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ และตั้งเป้าเริ่มผลิตจริงในปี 2026

ขณะที่ รถบินได้ Land Aircraft Carrier ซึ่งเป็นรถที่บรรทุกยานบินขนาดเล็ก ที่ผ่านมาได้เปิดให้จองในจีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยมียอดจองมากกว่า 7,000 คัน และคาดว่าจะเริ่มผลิตและส่งมอบเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป

สำหรับตลาดในอนาคต บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาการขยายเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย เบื้องต้นคาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านหยวน หรือราว 10 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...