โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชินามปา” สวนลอยน้ำจากสมัยแอซเท็ก ระบบนิเวศที่สร้างได้โดยมนุษย์

นิตยสารคิด

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 02.05 น.
chinampas-cover

การท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของโซชิมิลโก (Xochimilco) เขตทางใต้ของเม็กซิโกซิตี ก็คือการพาทัวร์นั่งเรือล่องไปตามคลองในทะเลสาบโซชิมิลโก ผ่านเกาะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ทั้งสองข้างทาง ถึงแม้ว่าจะมีหน้าตาเหมือนเกาะ แต่ความจริงแล้วมันคือสวนเพาะปลูกลอยน้ำที่เรียกว่า “ชินามปา” (Chinampas) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เมื่อราว 1,000 ปีก่อน และเป็นแหล่งอาหารหลักที่เลี้ยงชาวแอซเท็กกว่า 200,000 คน

เรือทัวร์คลองชินามปา
Roberto Carlos Román Don / Unsplash

สรวงสวรรค์บนหุบเขาแห่งเม็กซิโก
หากมองจากมุมสูง “หุบเขาแห่งเม็กซิโก” คงเห็นเพียงการขยายตัวของเมืองและถนนมากมายซึ่งเป็นที่ตั้งของเม็กซิโกซิตีในปัจจุบัน แต่หากย้อนกลับไปก่อนการเข้ามาของอาณานิคมสเปน หรือแม้แต่ก่อนการแผ่ขยายของจักรวรรดิแอซเท็ก เราจะเห็นหุบเขาแห่งเม็กซิโกเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยทิวเขาและภูเขาไฟ เป็นดินแดนในอุดมคติที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก

Valley of Mexico
La cuenca de México

คงเป็นภาพเดียวกับที่บรรพบุรุษของชาวโซชิมิลโก ผู้เป็นกลุ่มชาวนาวัต (Nahuas) ย้ายถิ่นฐานมาเพื่อค้นหาแหล่งอาหาร พวกเขาเริ่มการเพาะปลูกแบบใหม่ซึ่งเป็นการสร้างเกาะเล็ก ๆ ลอยอยู่บนทะเลสาบโซชิมิลโกเพื่อปลูกพืช โดยใช้โครงจากกิ่งไม้ และนำพืชหลายชนิดทับถมกันหลายชั้นจนสามารถลอยเหนือน้ำได้ จากนั้นจึงปักไม้จากต้นหลิวท้องถิ่นชื่อว่าอาฮวยโฮเต (ahuejotes) เพื่อสร้างอาณาเขต ต้านแรงน้ำ และผยุงสวนไม่ให้ลอยไปกับกระแสน้ำ ก่อนจะโปรยดินปลูกที่เป็นตะกอนดำจากทะเลสาบซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสารอาหาร แล้วค่อยหว่านเมล็ดลง

พวกเขาเรียกมันด้วยภาษาของชาวนาวัตว่า “ชินามปา” หรือ “รั้วของต้นกก” รูปแบบของการเพาะปลูกที่มีน้ำบริสุทธิ์ไหลผ่านเกาะตลอดเวลานี้ ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้ผลลัพธ์คือพืชที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนพวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวได้มากถึง 7 ครั้งต่อปี เมื่อเมืองโซชิมิลโกถูกกลืนไปเป็นหนึ่งเดียวกันจักรวรรดิแอซเท็ก ชาวแอซเท็กก็ยังคงสานต่อรูปแบบการเพาะปลูกแบบนี้ ทั้งยังขยายเกาะให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ออกผลผลิตได้มากขึ้นจนกลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญของอาณาจักรแอซเท็กในเวลาต่อมา

เตนอชตีตลัน (Tenochtitlan) นครหลวงของจักรวรรดิแอซเท็กใจกลางทะเลสาบเท็กโกโก
Gary Todd

หรืออู่ข้าวอู่น้ำที่เคยหล่อเลี้ยงแอซเท็กให้รุ่งเรืองกำลังจะสูญไป
ทุกวันนี้ สวนลอยน้ำชินามปาที่ยังคงถูกใช้ในการเพาะปลูกหลงเหลืออยู่เพียง 2% เท่านั้นจากพื้นที่ 5,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 20.23 ตารางกิโลเมตร (จากปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดหลายยุคสมัยตั้งแต่การขยายตัวของเมือง การสร้างระบบระบายน้ำ และการสูบน้ำไปใช้ในครัวเรือน ทำให้ทะเลสาบเท็กโกโก (Lake Texcoco) ที่อยู่ใจกลางของหุบเขาแห่งเม็กซิโกถูกสูบน้ำไปใช้จนแห้งโดยส่งผลกระทบมาถึงทะเลสาบโซชิมิลโกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ความต้องการของผู้ซื้อที่ลดลงจากการเข้ามาแทนที่ของอุตสาหกรรมอาหาร และร้านขายของชำรายใหญ่ ซ้ำแล้วยังเจอเหตุไม่คาดฝันคือเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1985 ทำให้เกษตรกรมากมายจำเป็นต้องทิ้งสวนชินามปาของตนให้รกร้าง และมองหาอาชีพใหม่ที่ได้ค่าตอบแทนมากกว่าเดิม

ถึงแม้ว่ารายได้หลักของชุมชนชินามปาในปัจจุบันจะมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งผิดไปจากหน้าที่เดิมของการเป็นแหล่งอาหาร รวมทั้งน้ำที่หล่อเลี้ยงนานาชีวิตของทะเลสาบโซชิมิลโก ก็ไม่ใด้เป็นน้ำจากแหล่งธรรมชาติเหมือนก่อน แต่เป็นน้ำที่มาจากโรงงานบำบัดน้ำ ซึ่งถูกปะปนไปด้วยมลพิษจากโรงงานและบ้านเรือน สร้างผลกระทบมากมายต่อชาวสวน และระบบนิเวศ จึงเห็นได้ว่า ความดั้งเดิมของวิถีชีวิตที่เคยงอกงามเมื่อหนึ่งพันปีก่อน กลับกลายเป็นความเสื่อมโทรมที่รอคอยการช่วยเหลือ

กระทั่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้โซชิมิลโกเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรรักษาไว้เมื่อปี 1987 แต่ก็ใช้เวลาหลายปีกว่าที่เทศบาลเมืองเม็กซิโกซิตีจะมีคำสั่งให้เกิดการฟื้นฟูและอนุรักษ์สถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างโซชิมิลโกและย่านสำคัญที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อปี 2012 ทำให้อนาคตของชินามปาเริ่มมองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง

อยู่ได้ด้วยชุมชน
ผลผลิตจากชุมชนชินามปากลายเป็นพระเอกสำคัญในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อตลาด Central de Abasto ที่เคยเป็นแหล่งสร้างความมั่นคงทางอาหารสำหรับประชากรถึง 22 ล้านคนในเม็กซิโกซิตี กลับต้องถูกบังคับให้หยุดบริการเพื่อความปลอดภัย

ประชาชนต้องหันกลับมาพึ่งพาอาหารจากการเกษตรโบราณอย่างชินามปา และกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือชาวเม็กซิโกซิตีที่กำลังขาดแคลนอาหาร จากการร่วมมือกันของคนในชุมชน เกิดเป็นรูปแบบธุรกิจที่สามารถให้เหล่าเกษตรกรสามารถขนส่งพืชผักให้แก่ชาวเมืองได้โดยตรง ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และเป็นแหล่งอาหารสำหรับชาวเม็กซิโกซิตีได้ในเวลาที่ยากลำบาก

ราอุล มอนดรากอน (Raúl Mondragon) ผู้เกิดและเติบโตในย่านโซชิมิลโก ได้ก่อตั้ง Colectivo Ahuejote องค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูรูปแบบการเกษตรของชาวโซชิมิลโกให้กลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญของเมืองเม็กซิโกซิตีอีกครั้ง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมช่วยเหลือให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นในช่วงโควิด-19 มอนดรากอนยังกล่าวอีกว่า รูปแบบเครือข่ายเช่นนี้ช่วยให้ชุมชนชินามปามีบทบาทสำคัญในด้านการจัดหาอาหารให้ชาวเมือง

Emmanuel Eslava

ภารกิจสำคัญของ Colectivo Ahuejote คือการช่วยเหลือเหล่าเกษตรกรชินามปาในด้านการเพาะปลูกไปจนถึงการสร้างเครือข่ายผู้ชื้อในเมืองเพื่อกระตุ้นให้เกิดนิเวศเกษตร (Agroecology) ในชุมชนชินามปา และยังใช้พื้นที่ชินามปากว่า 1,486 ตารางเมตร (16,000 ตารางฟุต) เพื่อใช้ในการเพาะปลูก อบรมแนวทาง และทดลองเทคนิคการเพาะปลูกรูปแบบใหม่ให้กับเกษตรกร โดยได้รับความร่วมมือจาก NGO อีกหลายแห่งเพื่อช่วยผลักดันให้ชุมชนชินามปาสามารถยืนขึ้นได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

ไม่เพียงเท่านี้ Arca Tierra ที่ก่อตั้งโดย ลูซิโอ บุสาเบียกลา (Lucio Usobiaga) ยังเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ช่วยสร้างเครือข่ายการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างยั่งยืน และไม่ได้มุ่งเป้าไปเพียงความปลอดภัยด้านอาหาร Arca Tierra ยังมีภารกิจในการฟื้นฟูวัฒนธรรม การส่งต่อภูมิปัญญาให้ชุมชนสามารถอยู่ต่อไปได้อีกหลายรุ่น พร้อมทั้งชวนให้เกษตรกรมาร่วมมือกันอนุรักษ์ระบบนิเวศ เพราะหากระบบนิเวศปลอดภัยก็จะช่วยให้ชุมชนชินามปามีอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น

หากช่วย ‘แอกโซลอเติล’ ได้ เราก็จะรอดกันหมด
ทะเลสาบโซชิมิลโกยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ท้องถิ่นใกล้สูญพันธุ์อย่างตัว “แอกโซลอเติล” (Axolotl) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในตระกูลซาลาแมนเดอร์ที่เคยมีประชากรราวหกพันตัวต่อพื้นที่ 1 ตร. กม. จากการการสำรวจเมือง 20 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียง 36 ตัวต่อ 1 ตร. กม. เท่านั้น จากการสำรวจเมื่อปี 2015 โดยเป็นผลมาจากการสูญเสียแหล่งอาศัย มลพิษทางน้ำ และการรุกรานจากปลาต่างถิ่นอย่างปลานิล ปลาคาร์ป และปลาเพิร์ช

โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทในการช่วยรักษาระบบนิเวศของทะเลสาบโซชิมิลโกให้เกิดความยั่งยืนโดยทั่วกัน ศูนย์วิจัยการฟื้นฟูระบบนิเวศแห่งมหาวิทยาลัย National Autonomous University แห่งเม็กซิโก ได้จับกระแสความฮิตของเจ้าแอกโซลอเติลที่กลายเป็นสัตว์ยอดนิยมในโลกออนไลน์จากการปรากฏตัวในเกม Minecraft เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในทีมอนุรักษ์ และออกแคมเปญให้ผู้สนใจร่วมรับเลี้ยงแอกโซลอเติลแบบออนไลน์ โดยผู้บริจาคจะได้ตั้งชื่อแอกโซลอเติลของตัวเองพร้อมรับใบประกาศนียบัตรรับรอง

T K / Unsplash

นอกจากนี้ ยังเกิดโครงการสร้างระบบนิเวศเกื้อหนุนกันระหว่างสวนชินามปาและแอกโซลอเติล ซึ่งทีมนักชีววิทยาพร้อมกับเหล่าเกษตรกรร่วมกันสร้างกรงสำหรับแอกโซลอเติลเพื่อนำไปวางในคลองหลายสายที่ไหลผ่านตัวเกาะ เพื่อเป็นแหล่งพักพิงสำหรับเหล่าแอกโซลอเติล ในขณะเดียวกันก็นำสาหร่ายพุงชะโด (Ceratophyllum demersum) ใส่ไปพร้อมกันในกรงเพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ให้แก่น้ำ ส่วนทางปากคลองก็นำพืชหลายชนิดมาปลูกเพื่อให้ลำต้นและรากป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์อย่างขยะหรือสัตว์รุกรานชนิดอื่นไม่ให้เข้าไปทำลายระบบนิเวศภายใน พร้อมสร้างระบบนิเวศในอุดมคติสำหรับแอกโซลอเติลให้ขยายพันธุ์ได้ในอนาคต

สวนลอยน้ำชินามปาเป็นตัวอย่างความสร้างสรรค์ของมนุษย์สำหรับการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน และมีผลพลอยได้คือระบบนิเวศอันมีความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างการเป็นแหล่งอาศัยสุดท้ายของแอกโซลอเติล หรือการเป็นจุดพักของนกอพยพหลายชนิด ชินามปาในวันนี้จึงเป็นมากกว่าแค่เรื่องปากท้อง แต่ยังเป็นห่วงโซ่แห่งการเกื้อหนุนที่ต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างที่ ลูซิโอ บุสาเบียกลา ได้กล่าวไว้ว่า “เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองความสำคัญของชินามปาในสายของคนภายนอก ให้เขารู้ว่า ที่แห่งนี้มีค่ามากกว่าแค่แปลงผัก”

Roger Ce / Unsplash

Pablo Leautaud / Flickr

ที่มา : บทความ “In Mexico City, the pandemic revived Aztec-era island farms” โดย Alejandra Borunda
บทความ “To save axolotls, a campaign in Mexico asks people to virtually adopt them” โดย Juliana Kim
บทความ “Axolotls in crisis: the fight to save the 'water monster' of Mexico City” โดย Alan Grabinsky
บทความ “‘Without them, the city would be lost’: the art of preserving Mexico City’s ancient floating gardens” จาก The Guardian
บทความ “DIY Homestead Garden Guide: How to Build Aztec Chinampas” โดย Michael Rodriguez
บทความ “In Mexico City, the coronavirus is bringing back Aztec-era ‘floating gardens’” โดย Amanda Gokee
บทความ “In Mexico City’s precolonial canals, scientists aim to save ancient salamanders” โดย Boris van der Spek
บทความ “Mexican Farmers and Scientists Share a Mission: Saving a Wetland” โดย Lourdes Medrano

เรื่อง : นพกร คนไว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

"มายมิ้น จิราภรณ์" หวานจับใจ คว้ามงฯ นางสาวไทย 2569

ประชาชาติธุรกิจ

พั้นช์คุง ลูกลิงหิมะกำพร้ากอดตุ๊กตา กลายเป็นไวรัลสุดอบอุ่นที่คนทั้งโลกหลงรัก

Ticy City

"น้ำมันมะกอก" กินทุกวันร่างกายจะเป็นอย่างไร ใครบ้างที่ต้องระวัง

sanook.com

ร.ร.วมินทร์วิทยา (ฮัวเหมิง) ฉลองก้าวสู่ปีที่ 22 ย้ำมั่นคงโรงเรียน 3 ภาษา ปั้นเยาวชนสู่สากล

77kaoded

รับมือ Sunday Scaries อาการวิตกกังวลก่อนเริ่มงาน วิธีเปลี่ยนวันอาทิตย์ให้เป็นวันพักผ่อนที่แท้จริง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

รู้จัก “โรคไอพีดี” ภัยเงียบคร่าชีวิตเด็กเล็ก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ทำไมรัฐยังไม่จ่ายฟรีถ้วนหน้า

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...