ปลูก "ส้มโอ" ให้โกอินเตอร์ ทะลุล้าน! ต้องลูกใหญ่ ทรงสวย หวานฉ่ำ มาตรฐาน GAP
6,218 ดู“ส้มโอ” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกทะลุ 500 ล้านบาท ติดต่อกันมาถึง 3 ปีแล้ว โดยมีตลาดหลักคือ จีน, ฮ่องกง และเวียดนาม ส่วนตลาดในประเทศก็ยังไปได้ เรียกว่ายังไม่มีการล้นตลาด
.
นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ผลที่มีจุดเด่นคือเป็นพืชอายุยืน และเริ่มให้ผลผลิตครั้งแรกประมาณปีที่ 3-4 เท่านั้น โดยหากต้นสมบูรณ์ ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องนาน 20-30 ปี ลงทุนครั้งเดียวเรียกว่าคุ้ม!
.
วันนี้เราพาไปดูแหล่งปลูกส้มโออันดับต้นๆ ของประเทศ คือที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ที่นี่มีพื้นที่ปลูกส้มโอรวมมากกว่า 10,000 ไร่ มูลค่าการส่งออกปีละหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว
.
พี่วิฑูรย์ ภู่บุตร อายุ 48 ปี ชาวบ้านบึงถัง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เกษตรกรปลูกส้มโอประสบการณ์ร่วม 20 ปี เล่าว่า ส้มโอที่ได้มาตรฐานส่งออกคือ ผลขนาดตั้งแต่ 8 ขีด - 1.8 กก. ผิวและทรงต้องสวย เปลือกบาง และรสชาติหวาน
.
โดยกว่าจะได้ผลส้มโอที่มีคุณภาพนั้น พี่วิฑูรย์เน้นการดูแลตั้งแต่ต้นทางของผลผลิตคือต้น-ใบโดยเฉพาะเมื่อส้มโอเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่เข้าปีที่ 3 เป็นต้นไป ต้องคอยบำรุงไม่ให้ต้นโทรม
.
สังเกตง่ายๆ ก็คือ คอยดูความเขียว-มันเงาของใบ ถ้าเมื่อไหร่ที่ใบเริ่มเล็ก สีไม่ค่อยเขียว แบบนี้ถือว่าสัญญาณไม่ดี เกษตรกรต้องเร่งบำรุงกันก่อนจะติดดอกออกผล เพราะว่าใบนั้นเปรียบเสมือนแหล่งปรุงอาหารของพืช ถ้าใบสมบูรณ์มีลักษณะเขียวเป็นมันเงา ก็จะส่งผลให้ผลผลิตมีความสมบูรณ์ตามไปด้วย
.
และอีกสิ่งที่สำคัญในการส่งออกได้ราคาดีคือ ต้องมีใบรับรองแหล่งผลิต ที่เรียกว่า GAP ซึ่งเป็นการการันตีว่าแปลงของเรานั้นไม่มีการใช้สารต้องห้าม ปลอดสารตกค้างก่อนออกสู่ผู้บริโภค โดยใบรับรองนี้จะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น และต้องยื่นขอตรวจสอบใหม่ทุกปี ดังนั้น เกษตรกรต้องเคร่งครัดในการรักษาคุณภาพของผลผลิตอยู่เสมอ
.
กว่าจะมาประสบความสำเร็จจนมีรายได้หลักล้านนั้นไม่ง่าย ไปฟังประสบการณ์เต็มๆ จากพี่วิฑูรย์กันว่ามีเทคนิค-เคล็ดลับยังไงบ้าง?
เล่นอัตโนมัติ