ผู้บาดเจ็บเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ได้รักษาต่อเนื่อง ย้ำ “ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่าย”
สธ.จับคู่ รพ.รัฐ-เอกชน เร่งส่งต่อผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้ ก่อนครบ 72 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ยัน รพ.รัฐ มีศักยภาพรองรับเต็มที่ ขณะที่ค่าใช้จ่าย เบิกได้ตามสิทธิระบบประกันสุขภาพ หากไม่มีสิทธิอื่นใช้สิทธิบัตรทองได้
วันนี้ (15 ก.ค. 2569) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า เดิมผู้บาดเจ็บฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลภายใต้หลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมง แต่ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมร่วมกับกรมการแพทย์ ผู้บริหารโรงพยาบาลในสังกัด กรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลเอกชนที่รับผู้บาดเจ็บ เพื่อวางแผนการส่งต่อผู้ป่วย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 72 ชั่วโมง
ขณะนี้ได้มีการจับคู่ (Buddy) ระหว่างโรงพยาบาลต้นทางและปลายทางเรียบร้อยแล้ว พร้อมกำหนดโรงพยาบาลที่จะรับส่งต่อผู้ป่วยแต่ละราย โดยโรงพยาบาลปลายทางส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ ที่มีแพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือ และศักยภาพเพียงพอในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งต่อจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแพทย์ทั้งสองฝ่ายประเมินแล้วว่าผู้ป่วยมีความพร้อมและโรงพยาบาลปลายทางสามารถรองรับได้
รมว.สธ. ย้ำว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะจะมีการพิจารณาสิทธิการรักษาของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ประกันสังคม สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือประกันภัยจากอุบัติเหตุ หากไม่มีสิทธิอื่นรองรับ กระทรวงสาธารณสุขจะดูแลผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาจนพ้นระยะวิกฤตโดยไม่ถูกปฏิเสธการรักษา
ทั้งนี้ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยกำหนดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ก่อนจะมีการประเมินและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา
ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรณีผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวนั้น ผู้ป่วยที่เป็นเคสสีแดงทุกรายได้รับการดูแลตาม สิทธิ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากครบกำหนด 72 ชั่วโมงแรก จะแบ่งเป็น 2 กรณี คือ
กรณีที่ 1 ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤตและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ยังคงได้รับสิทธิ UCEP รักษาฟรีที่เดิม หากแพทย์ประเมินว่าอาการยังสาหัสวิกฤต และมีความเสี่ยงสูงหากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แม้ระยะเวลาจะเกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว ผู้ป่วยจะยังคงได้รับสิทธิรักษาฟรีต่อที่โรงพยาบาลเดิมได้ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละกองทุน โดยกองทุนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือผู้ป่วยที่มีสิทธิบัตรทองสามารถใช้สิทธิต่อเนื่องได้ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับโรงพยาบาล
กรณีที่ 2 ผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤตแล้วหลังครบ 72 ชั่วโมง แต่ยังมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาต่อในโรงพยาบาล และสามารถเคลื่อนย้ายได้ จะย้ายไปโรงพยาบาลประจำตามสิทธิของตนหรือโรงพยาบาลอื่น ๆ ซึ่งผู้ป่วยและครอบครัวไม่ต้องประสานงานย้ายด้วยตนเอง ให้ โทร.ประสานสายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง หรือแจ้งขอความช่วยเหลือกับทางโรงพยาบาลให้ช่วยแจ้งเรื่องมายัง สปสช. เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและส่งต่อคนไข้กลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิให้ตามระบบ แต่ละกองทุนสุขภาพจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับโรงพยาบาลตามเดิม เพื่อให้ญาติคลายความกังวลเรื่องภาระค่ารักษาพยาบาล
“ขณะนี้ สปสช. มีรายชื่อและข้อมูลของผู้ป่วยทุกคนแล้ว โดยระบบจะคอยติดตามระยะเวลาการรักษาครบ 72 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลในการประเมินอาการ และอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างดีที่สุด”
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี