โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

REINVENT THAILAND พลังแห่งความร่วมมือ ขับเคลื่อนประเทศสู่การเปลี่ยนแปลง

ธนาคารแห่งประเทศไทย

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 10.43 น. • กองบรรณาธิการ วารสารพระสยาม BOT MAGAZINE ธปท.

หากเปรียบระบบเศรษฐกิจเป็นร่างกายมนุษย์ เมื่อเริ่มอ่อนแรง เราต้องรู้ให้ได้ว่า “ป่วยเพราะอะไร” เพื่อรักษาให้ตรงจุด วันนี้ เศรษฐกิจไทยก็ไม่ต่างกัน เรียกได้ว่าอยู่ในภาวะที่ “ข้างนอกท้าทาย ข้างในอ่อนแอ” หลายสิบปีที่ผ่านมา ร่างกายของเราได้รับยาหลายขนานเพื่อบรรเทาอาการเรื่อยมา แต่ไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ เมื่อต้องเผชิญกับมรสุมที่โหมกระหน่ำเพิ่มขึ้นจากทุกทิศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ไปจนถึงกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ร่างกายจึงอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

นี่คือ “wake-up call” ครั้งใหญ่ ที่บอกเราว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องฟื้นฟูให้หายขาด ด้วยการแก้จากรากฐานของโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงพึ่งยาชั่วคราวหรือมาตรการประคองไปเรื่อย ๆ

พระสยาม BOT MAGAZINE ขอชวนผู้อ่านร่วมกันกางร่างพิมพ์เขียว “พลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” (REINVENT THAILAND) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างกระบวนการทำงานใหม่ ที่ผนึกพลังของภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการเงิน ร่วมกันคิดและลงมือแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาแข็งแรง เติบโต และเป็นธรรม

ร่วมคิด ร่วมขับเคลื่อน ร่วมปฏิรูปเศรษฐกิจให้ดียิ่งกว่าเดิม

โครงการ REINVENT THAILAND พลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาครัฐ ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเป็นการผนึกกำลังกันของ 3 หน่วยงานเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับหน่วยงานหลักในภาคการเงินและภาคเอกชนอย่างสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยในระยะแรกนี้จะเป็นการหารือร่วมกับองค์กรพันธมิตรเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้างก่อน เพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับต่อยอดไปสู่แนวทางขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมต่อไป

โครงการ REINVENT THAILAND นี้ จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงการกำหนดนโยบายหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นการดึงเอาภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ กลั่นกรอง และรับผิดชอบร่วมกันผลักดันให้เกิดการปรับตัวและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างแท้จริง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แถลงข่าวร่วม ธปท. และ สศช. ร่วมขับเคลื่อนและผลักดันโครงการ Reinvent Thailand - A Platform for Policy Co-Creation and Execution พลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย

อาการของเศรษฐกิจไทย: ข้างนอกท้าทาย ข้างในอ่อนแอ

เศรษฐกิจไทยโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แรงกระแทกจากภายนอกกลับหนักหน่วงขึ้น ล่าสุดคือมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งกระทบผู้ผลิตไทยในหลายอุตสาหกรรม เพราะไทยส่งออกไปสหรัฐฯ สูงถึง 18% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แรงกระแทกนี้สร้างแรงสะเทือนต่อเนื่องเป็นดอมิโน จากภาคธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ไปสู่การจ้างงาน และรายได้ของครัวเรือน

กลับมามองที่ปัจจัยภายในประเทศ การลงทุนของภาคเอกชนก็ซบเซามานาน จากที่เคยโตเฉลี่ย 6% ในช่วงก่อนปี 2551 เหลือเพียง 2% หลังวิกฤตโควิด 19 เพราะไทยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยก็ถดถอยลงจากผลิตภาพแรงงานต่ำ การใช้เทคโนโลยีล้าหลัง และทักษะแรงงานของไทยยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดยุคใหม่ ภาคเกษตรยังติดอยู่วงจรเดิม ผลิตภาพต่ำ ต้นทุนสูง รายได้ไม่แน่นอน ขาดทุนบ่อย และมีปัญหาหนี้

ในเวลาเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวรุนแรง บริษัทขนาดใหญ่ไม่ถึง 5% กลับครองรายได้เกือบทั้งหมดของภาคธุรกิจ ขณะที่คนไทยกว่า 25 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศมีหนี้ในระบบเฉลี่ยต่อคนสูงถึง 540,000 บาท และอีกจำนวนมากพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ต้นเหตุของอาการป่วย: ปัญหาโครงสร้างที่ฝังรากลึก

ภาคธุรกิจปรับตัวช้า ขาดนวัตกรรม และเผชิญการแข่งขันไม่เป็นธรรม จากสินค้านำเข้าราคาถูกและอำนาจต่อรองของรายใหญ่ SMEs ต้องแบกรับต้นทุนสูงจากฎเกณฑ์และคอร์รัปชัน อีกทั้งส่วนใหญ่เกือบ 80% อยู่นอกระบบ ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษี และส่งเสริมศักยภาพรวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้เต็มที่

แรงงานติดกับดักทักษะเดิม การศึกษาคุณภาพต่ำ คะแนน PISA อยู่ระดับท้ายสุดในทุกวิชามานานกว่าสองทศวรรษแล้ว และไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ ทำให้เกิดภาวะ “สมองไหล” ที่คนเก่ง ๆ ย้ายไปเติบโตต่างประเทศ

ภาครัฐขาดความต่อเนื่องและความคล่องตัว ระบบราชการยังขาดประสิทธิภาพ เพราะปัญหาคอร์รัปชันฝังรากลึก และมีกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและล้าสมัย ขัดขวางบรรยากาศการลงทุนอย่างมาก

ภาคการเงินยังไม่สามารถสนับสนุนการปรับตัวได้เต็มที่ เพราะหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการชำระหนี้บางกลุ่มลดลงตามรายได้ อีกทั้งบางส่วนพึ่งพาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพง ขณะที่ SMEs และผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เต็มที่จากการมีหลักประกันน้อย ธนาคารมีข้อมูลลูกหนี้ไม่สมบูรณ์ และความเสี่ยงที่สูงกว่าลูกค้ารายใหญ่ ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) และตลาดทุน เช่น venture capital และ crowdfunding ก็ยังไม่อาจปิดช่องว่างนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงไม่ส่งเสริมการสร้างธุรกิจใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทางรอดของไทย: Reinvent the way we work

ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกระบวนการใหม่ที่เน้นความร่วมมือในลักษณะ partnership ระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบต่อเนื่องในทุกยุคทุกสมัย โดยภาคเอกชนมีบทบาทเป็นผู้นำในการแก้ไข ภาครัฐและภาคการเงินต้องมีส่วนร่วมผลักดันและขับเคลื่อน โดยการแก้ปัญหาต้องดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ (end-to-end) ทั้งการคิดออกแบบนโยบาย ไปจนถึงการลงมือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง หัวใจสำคัญมีอยู่ 3 สิ่ง คือ

1) Crowd-sourceds solutions: เปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชน ภาครัฐ และนักวิชาการมาร่วมกันระบุปัญหาและเสนอทางออกจริง เปลี่ยนจาก “ต่างคน ต่างทำ” เป็น “ร่วมคิด ร่วมทำ” ตลอดจนอาศัยการใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูล” มาออกแบบนโยบายและแนวทางแก้ปัญหาที่ตรงจุด

2) Right incentive: สร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมบนหลักการ “ทำดี ได้ดี” เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่า เป็นการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขที่ดี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและพัฒนาต่อเนื่อง

3) Transparent evaluation: ทุกโครงการต้องมีเจ้าภาพชัดเจน มี KPI ที่วัดผลได้ และเปิดเผยผลลัพธ์ต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของการเปลี่ยนแปลง

นี่ไม่ใช่อีกหนึ่งโครงการในหลาย ๆ โครงการที่เคยเกิดขึ้น และไม่ใช่ภารกิจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมของทีมที่ชื่อว่า “ประเทศไทย” ที่สร้างพื้นที่เปิดสำหรับทุกภาคส่วนที่จะร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขโครงสร้างของประเทศ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ให้คนไทยทุกคนมีอนาคตที่มั่นคงและมีความหวังอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที ธุรกิจ อื่น ๆ

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ปักหมุดสงกรานต์ URBAN HOLIDAY ดัน “HARBOR ISLAND” สวนน้ำลอยฟ้าใหญ่สุดในไทย แลนด์มาร์ก FAMILY DESTINATION

TODAY

ศูนย์ข้อมูล AI สร้างเกาะความร้อน อุณหภูมิพุ่ง 9 °C กระทบ 340 ล้านคนทั่วโลก

SpringNews

เอาจริง! “กรมการค้าภายใน” ลุยเชือด “โรงบรรจุ-ร้านก๊าซ” ไม่เต็มถัง ซ้ำเติมประชาชน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

"เทรดทองรวยง่ายๆ ด้วย 2 เส้น?”

ทันหุ้น

“กรมอุตุ” เตือนทั่วไทยร้อน “เหนือ-อีสาน” ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

หวั่นสงกรานต์หงอย โพลชี้ราคาน้ำมันพุ่ง คนประหยัด งดกิจกรรมรื่นเริง

The Bangkok Insight
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...