เช็ก 11 ธีมหุ้น เด่น-ดับ ตัวไหนลุย ตัวไหนเลี่ยง?
#ทันหุ้น – บล.กรุงศรี คัดธีมกลุ่มหุ้นโดดเด่น (Bullish) มองหลายกลุ่มเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัด โดยเฉพาะ “การแพทย์–สื่อสาร–พลังงาน–โรงไฟฟ้า” หลังกำไรทยอยกลับมาและแรงกดดันเริ่มลดลง หนุนภาพรวมปี 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ชู BDMS, PR9, TRUE, BCP, PTTGC, GULF และ GPSC เป็นหุ้นเด่นน่าจับตา จากแนวโน้มรายได้และ Margin ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ประเมิน “ธนาคาร–ไฟแนนซ์–อสังหาฯ–การบิน–สื่อ” ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แม้บางกลุ่มเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่กำไรยังไม่แข็งแรงมากนัก จึงแนะเลือกลงทุนรายตัว โดยให้ KBANK, KTB, KTC, AOT, PLANB, SC และ AP เป็นหุ้นที่ยังน่าสนใจในกลุ่ม
ขณะกลุ่มยังไม่น่าสนใจ (Bearish)ให้น้ำหนักลบต่อ “เกษตรอาหาร–ยานยนต์” หลังต้นทุนสูง กำลังซื้อชะลอ และการแข่งขันในตลาด EV กดดันผู้ผลิตชิ้นส่วนสันดาป คาดกำไรปี 2569 ยังฟื้นตัวจำกัด พร้อมแนะลงทุนอย่างระมัดระวัง แม้ยังเลือก ITC และ STANLY เป็นหุ้นเด่นเฉพาะตัวในกลุ่มก็ตาม
กลุ่มการแพทย์ เริ่มเข้าสู่รอบฟื้นตัวของกำไร ขณะที่แรงกดดันต่อกำไรลดลง
- ผลการดำเนินงาน Q1/69 กำไรรวมกลุ่มฯ ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป
- แนวโน้ม Q2/69F มีสัญญาณฟื้นตัวจากกลุ่มต่างชาติ
- คาดปี 2569F กำไรรวม (+4%y-y) ฟื้นตัวตามรายได้และ Margin ดีขึ้น
- หุ้นเด่นเลือก BDMS (TP 27.00 บาท) และ PR9 (TP 23.00 บาท)
กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Mobile) ยังมีดี
- กำไรของกลุ่มในช่วง Q1/69 ปรับเพิ่มทั้ง y-y และ q-q
- คาดกำไรสุทธิ Q2/69F ปรับตัวขึ้นต่อทั้ง y-y จากการเพิ่มรายได้และค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวลดลงจากช่วง Q1/67 จากเรื่องคลื่น
- ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 2569-70F ว่ายังปรับตัวขึ้น 23% y-y ในปี FY26F และ 9% y-y ในปี FY70F
- คงน้ำหนักการลงทุนต่อ Bullish และคง Top Pick เป็น TRUE (TP 19.00 บาท)
กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ระยะสั้นมีแรงกดดันจากกำไรปรับฐานใน Q2/69F รอซื้อโรงกลั่น จากภาพปียังเติบโตดี
- Q1/69 ทั้งกำไรสุทธิ และกำไรปกติ สูงกว่าคาด จาก stock gain, ค่าการกลั่น และค่าใช้จ่าย ที่ดีกว่าคาด
- คาดกำไรปกติ Q2/69F ฟื้น y-y จาก supply ตึงตัวจากปิดฮอร์มุซหนุนกำไร E&P/ โรงกลั่น/ ปิโตรเคมี ส่วน q-q ลดจากฐานสูง
- คาดกำไรปกติกลุ่ม 2569F เติบโต y-y supply พลังงานตึงตัวจากสงครามฯ หนุนทั้ง E&P, โรงกลั่น และปิโตรเคมี
- คง rating Bullish ต่อกลุ่มพลังงานฯ เลือก BCP (TP 49.00 บาท) และ PTTGC (TP 45.00 บาท) เป็น top picks
กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (Utilities) คาด GULF และ WHAUP โดดเด่นที่สุดสำหรับ Q2/69F
- กำไรปกติ Q1/69 เพิ่มขึ้น y-y, q-q จากโรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐ, ปริมาณผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำที่สูงและปัจจัยฤดูกาล
- ประเมินกำไรปกติ Q2/69F เติบโต y-y ลดลงเล็กน้อย q-q
- คาดกำไรปกติปี 69F ของกลุ่มเติบโต 18%
- คงคำแนะนำ Bullish กลุ่มโรงไฟฟ้าเลือก GULF (TP 74.00 บาท), GPSC (TP 48.00 บาท) เป็น Top pick
กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ (Aviation) สงครามฯ กดดันหนักต่อกำไรช่วงกลางปี 2569F
- กำไร Q1/69 แข็งแกร่งหนุนจาก นทท.ฟื้นตัว เส้นทางบินในประเทศโต และได้ประโยชน์จากสงครามฯ ในช่วงแรก
- คาด Q2/69F กระทบหนักจากสงครามฯ ฝ่ายวิจัยมอง AOT และ SAV กระทบน้อยกว่ากลุ่มฯ
- คาดกำไรปกติปี 2569F ลดลง -79%y-y จากได้รับผลกระทบจากสงครามฯ ช่วงกลางปี
- คงน้ำหนักกลุ่มฯ ที่ Neutral และยังเลือก AOT (TP 64.75 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มฯ
กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง จากค่าครองชีพเพิ่มขึ้น
- กำไรสุทธิกลุ่ม Q1/69 เพิ่มขึ้น +20% y-y และ +8% q-q
- คาดกำไรสุทธิ Q2/69F เพิ่มขึ้น y-y ลดลง q-q
- คาดกำไรสุทธิปี 2569F เพิ่มขึ้นเล็กน้อย y-y
- คงคำแนะนำ NEUTRAL คง KTC (BUY, TP 39.00 บาท) เป็น Top Pick
กลุ่มธนาคารและการเงิน ดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดแล้ว และรายได้กลุ่ม wealth เป็นอีกตัวช่วยพยุงกำไร
- กำไรสุทธิกลุ่ม Q1/69 ลดลง -2% y-y เพิ่มขึ้น +20% q-q
- คาดกำไรสุทธิ Q2/69F ลดลง y-y และ q-q
- คาดกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปี 2569F ลดลง y-y
- คงน้ำหนักการลงทุนต่อกลุ่มธนาคารเป็น NEUTRAL และคง Top Pick เป็น KBANK (TP 232.00 บาท) และ KTB (TP 38.00 บาท)
กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Residential Property) กำไรสุทธิ Q1/69 กลุ่มฯ ค่อนข้างต่ำ จากแรงกดดันทั้งด้านการโอนและ % GPM
- กำไรสุทธิกลุ่มฯ Q1/69 เท่ากับ 3.5 พันลบ. (+6% y-y, -32% q-q) ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด
- แนวโน้ม Norm. profit Q2/69F ลดลง y-y, เพิ่มขึ้น q-q แต่โดยรวมคาดยังเป็นกำไรระดับที่ไม่สูง
- ปรับกำไรสุทธิกลุ่มฯ 2569F ลงมาที่ 22.1 พันลบ. (+10% y-y) และมีโอกาส downside จาก % GPM ที่ต่ำกว่าคาด
- คงน้ำหนักลงทุน Neutral มองกลุ่มฯ ยังมี uncertainty มากใน 2569F; เลือกหุ้นแบบ bottom up โดยให้ SC (TP 2.60 บาท) และ AP (TP 10.10 บาท) เป็น top picks
กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คาดกำไรปกติ Q2/69F ชะลอตัว y-y, q-q กดดันจากราคาเนื้อสัตว์และต้นทุนเพิ่ม
- ผลประกอบการ Q1/69 – กำไรปกติลดลง y-y แต่เพิ่มขึ้น q-q
- คาดการณ์กำไรปกติ Q2/69F – ชะลอตัวทั้ง y-y และ q-q
- คาดกำไรปกติปี 2569F ของกลุ่มฯ ลดลง -4%y-y
- คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Bearish ยังคงเลือก ITC (TP 20.00 บาท) เป็น Top pick กลุ่มฯ
กลุ่มยานยนต์ คงน้ำหนักเป็น Bearish การเติบโตกระจุกตัวใน EV กดดันกลุ่มชิ้นส่วนสันดาป
- กำไรสุทธิ Q1/69 ของกลุ่มฯ ฟื้นตัว y-y แต่อ่อนตัวลง q-q
- คาดกำไรสุทธิ Q2/69F ของกลุ่มฯ เติบโต y-y แต่ยังอ่อนตัว q-q ตามปัจจัยฤดูกาล
- แนวโน้มปี 25696F คาดกำไรโตต่ำ
- คงน้ำหนักการลงทุนเป็น Bearish ยังคงเลือก STANLY (TP 230.00 บาท) เป็น Top Pick ของกลุ่ม
กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ ภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้คนยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
- กำไรปกติ Q1/69 ลดลง -11%y-y จากรายได้ค่าโฆษณาหดตัว และลดลง -71%q-q ตามฤดูกาลที่เป็นช่วง Low season
- คาด PLANB มีกำไร Q2/69F แข็งแรงที่สุดในกลุ่มฯ
- คาดกำไรปกติกลุ่ม Media ปี 2569F ทรงตัว y-y
- คงน้ำหนักกลุ่มฯ ที่ Neutral และยังเลือก PLANB (TP 6.50 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มฯ