SAT โบรก ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เป้า 17.70 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAT โบรก ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เป้า 17.70 บาท
บล.พายปรับคำแนะนำหุ้น บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) SAT ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” พร้อมให้มูลค่าเหมาะสมที่ 17.70 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 10 เท่า โดยมองว่าจุดเด่นสำคัญอยู่ที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง คาดว่าปี 2569 จะจ่ายปันผลราว 1.60 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield มากกว่า 11% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีส่วนเพิ่มมูลค่า (Upside) มากกว่า 15%
SAT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 7% QoQ หากไม่รวมกำไรพิเศษประมาณ 3 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 6% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ภาระภาษีที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
รายได้รวมอยู่ที่ 1,823 ล้านบาท ลดลง 0.2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ โดยการเปรียบเทียบกับปีก่อนได้รับผลกระทบจากยอดขายในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรที่ลดลงถึง 26% YoY แม้ว่าการผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 5% YoY ขณะที่การเติบโตจากไตรมาสก่อนมาจากรายได้กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรที่ฟื้นตัวถึง 62% QoQ
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 19.8% เพิ่มขึ้นจาก 19.1% ในไตรมาส 1/2568 จากสัดส่วนการผลิตรถกระบะที่เพิ่มขึ้น แม้จะลดลงจาก 21.2% ในไตรมาส 4/2568 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 14% QoQ โดยคิดเป็น 10% ของรายได้ จากเดิม 9% ในปีก่อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาธุรกิจใหม่
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนอยู่ที่ 22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีลดลง 59% YoY เหลือ 13 ล้านบาท จากการเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season ของอุตสาหกรรมยานยนต์ และมีวันหยุดจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี จากการทยอยรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อใหม่ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2568
ประเด็นที่ต้องติดตามคือแผนการปรับลดกำลังการผลิตรถยนต์ในกลุ่มรถกระบะและ PPV ของ Toyota ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของ SAT ในระยะถัดไป ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารับคำสั่งซื้อใหม่ในปีนี้มูลค่า 300-400 ล้านบาท
ด้านต้นทุนการผลิต บริษัทระบุว่าผลกระทบจากราคาทองแดงและสารเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนไม่มาก ส่งผลให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 3%
บล.พายยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยกำไรไตรมาส 1/2569 คิดเป็นประมาณ 28% ของประมาณการทั้งปี แม้แนวโน้มไตรมาส 2 จะอ่อนตัวลง แต่ยังเชื่อว่าการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการได้
ฝ่ายวิจัยมองว่า SAT เป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล จากประวัติการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และระดับราคาหุ้นปัจจุบันที่ยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระดับสองหลักยังเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญสำหรับนักลงทุนในภาวะตลาดผันผวน