ยกระดับคอกาแฟไทย "คลีน อเมริกาโน" เลี่ยงหวาน-ลดเสี่ยงโรค NCD
ปัจจุบันพบว่า คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยถึง 1.7 แก้วต่อคนต่อวัน และมูลค่าตลาดคาเฟ่พุ่งสูงกว่า 84,200 ล้านบาท ความนิยมดังกล่าวกระจายตัวไปทุกพื้นที่ ตั้งแต่ร้านกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) จนถึงร้านค้าในตลาดนัด ที่ต้องจัดซื้อเครื่องทำเอสเปรสโซ่ มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค “เครือข่ายไม่กิน” หวาน แนะคอกาแฟไทยเข้าสู่วิถี “กินคลีน” เข้าถึงรสชาติแท้ ๆ กาแฟเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน
ผศ.ทพญ.ดร. ปิยะนารถ จาติเกตุ นักวิชาการเครือข่ายไม่กินหวาน เปิดเผยข้อมูลจากการสัมภาษณ์คอกาแฟเชิงลึก จำนวน 167 คน ใน 8 จังหวัดครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วไทย คือ แพร่ ลำปาง บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระบุรี ราชบุรี ตรัง และสงขลา พบว่า Americano เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด โดยคิดเป็น 46.11% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันยังพบพฤติกรรมการดื่มแบบที่มีการเติมความหวานในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง ไซรัป น้ำผึ้ง รวมทั้งการผสมน้ำผลไม้ น้ำส้ม, น้ำมะพร้าว ใส่กาแฟ และชาเชียว “มัทฉะ”
แม้การดื่มเครื่องดื่มประเภท “คลีน” คือการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยการเน้น ลดน้ำตาล โซเดียม และสารปรุงแต่ง ดังนั้นผู้ที่กินคลีน จึงควรดื่มกาแฟไม่เติมน้ำตาล เช่น กาแฟอเมริกาโน่ เนื่องจาก “Americano” แท้ คือ กาแฟดำไม่เติมน้ำตาล ซึ่งช่วยให้ผู้ดื่มไม่เสี่ยงกับการเพิ่มน้ำหนัก และลดความเสี่ยงการเป็นโรค NCD หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนลงพุง หริอโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ในอนาคตได้
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยเบาหวานสูงเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก และยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดยมีชาวไทยกว่า 6.5 ล้านคน ที่กำลังเผชิญกับโรคนี้ และต้องใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขมากกว่า 47,000 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas ปี 2025 ระบุว่า ความชุกของโรคเบาหวานในกลุ่มผู้ใหญ่ชาวไทยอายุ 20-79 ปี อยู่ที่ 11.7% ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ในภูมิภาคอาเซียน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 11.1% โดยผู้ป่วยเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและโรคไตเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยเบาหวานสูงเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก การลดน้ำตาลในเครื่องดื่ม จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข
ทรงยุทธ เลิศโพธาวัฒนา เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า สาเหตุที่มีผู้ป่วยเบาหวาน จากการดื่มกาแฟ เหตุผลหนึ่ง คือนักดื่มที่เข้าสู่วงการกาแฟใหม่ ๆ ยังไม่คุ้นกับความขม ส่วนใหญ่จึงต้องเติม ไซรัป น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ช่วย บางคนดื่มคาปูชิโนที่ใส่ครีมเทียมแทนนมสด ก็ทำให้น้ำหนักคนดื่มขึ้นได้ง่าย
“ที่ร้านเราใช้นมสดทุกเมนู เพราะครีมเทียมทำมาจากน้ำมันปาล์มกับน้ำตาล ซึ่งบางแบรนด์ก็ใช้ กลูโคสไซรัป แทนน้ำตาล แต่จริง ๆ แล้วมันคือน้ำตาลอีกรูปแบบหนึ่ง การกินคลีนและดื่มกาแฟควบคู่กันได้ดีที่สุด คือการดื่มกาแฟดำสูตรไม่หวาน (Black Coffee) เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและมีแคลอรี่ต่ำมาก จึงควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล ครีมเทียม และครีมเทียม (นม) ข้นหวาน และควรดื่มหลังอาหารเช้าหรือเที่ยงประมาณ 30 – 60 นาที เพื่อช่วยย่อยและไม่รบกวนการดูดซึมอาหาร”
เจ้าของร้านกาแฟรายเดิม กล่าวว่า ปัจจุบันหลายร้านเลือกใช้ครีมเทียมแทนที่นมสด เพื่อลดต้นทุนในการขายกาแฟ ซึ่งบาริสตารายหนึ่งระบุว่า ต้นทุนหลัก ๆ คือเมล็ดกาแฟ ซึ่งมีทั้งแบบนำเข้า และใช้เมล็ดพันธุ์ภาย ในประเทศที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ ในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งนำเข้าจากอเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา และประเทศในแถบอาเซียน เช่น ลาว พม่า อินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละแหล่งปลูก จะมีรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสผลไม้ และความหอมที่เป็นธรรมชาติ
อ่านข่าว
โยนหิน "เออร์ลี่รีไทร์" ข้าราชการ "ปรับคนล้นงาน-ลดงบประมาณประเทศ"
"ระบอบสีน้ำเงิน" ยาแรงค่ายส้ม "วาทกรรม" ฟื้นความนิยมขย่ม ภูมิใจไทย
โยนหิน “เออร์ลี่รีไทร์” ข้าราชการ
ระบอบสีน้ำเงิน ยาแรงค่ายส้ม