โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครป. ย้ำ พิรุธเลือกตั้ง 69 เพียบ แต่ กกต.ยังเงียบ ไร้ความชัดเจน

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ภาคประชาชน ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ ตรวจสอบ กกต.หลังเลือกตั้ง 69 ชี้ หลายเรื่องใหญ่ ปัญหาใหม่ ยกปมบาร์โคด ทีโออาร์พิมพ์บัตร บัตรเขย่งยังไร้คำตอบ แต่รับรองผลแล้ว ยัน กกต. ต้องแจงให้หายสงสัย มองประชาชนเป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่ไล่ฟ้อง

วันนี้ (25 ก.พ. 69) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 รวมทั้งร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. พร้อมข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ

ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป. และเลขาธิการ P-Net บอกว่า การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีข้อมูลจำนวนมากที่ยังต้องการคำชี้แจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นข้อร้องเรียนที่มีอยู่หลายกรณี ที่ประชาชนยังไม่ได้ได้รับคำตอบ

ในที่ประชุมจึงมีข้อกังวลว่า กกต. ได้พิจารณาและดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ และการดำเนินการหรือการละเว้นในบางกรณีมีความชอบด้วยกฎหมายเพียงใด ซึ่งเป็นประเด็นที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องการความชัดเจน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ระบุว่า จากการสังเกตบัตรเลือกตั้งสีเขียว พบว่า มีการพิมพ์ QR Code ซึ่งหากบัตรหนึ่งเล่มจำนวน 20 ใบใช้ QR Code เดียวกันทั้งหมด ก็อาจสะท้อนถึงรูปแบบการจัดพิมพ์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องพิสูจน์อย่างเป็นทางการ

โดยปกติแล้ว หากต้องการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด จะต้องอาศัยองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่

  • บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ซึ่งเก็บไว้ในหีบบัตร

  • ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งที่เก็บแยกต่างหาก

  • บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งส่งกลับไปยังที่ว่าการอำเภอ

สมชัย บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา กกต. เคยชี้แจงว่า การนำองค์ประกอบทั้ง 3 มาประกอบกันเพื่อระบุตัวผู้ลงคะแนนทำได้ยากมาก

เล็งจัดเลือกตั้งจำลอง สาธิตการตรวจสอบย้อนกลับลงคะแนน

อย่างไรก็ตามได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โคด หรือ QR Code ในลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ก็อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับทำได้ง่ายขึ้นกว่าที่กล่าวอ้าง ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ข้อสังเกตดังกล่าว กลุ่มผู้จัดงาน จึงเตรียมจัดกิจกรรมสาธิตการเลือกตั้งจำลองในวันพุธหน้า (4 มี.ค. 69) เวลา 13.30 น. โดยจะจัดทำบัตรเลือกตั้งจำลองที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับบัตรของ กกต. และเชิญผู้แทนสื่อมวลชน 10 คน เข้าร่วมทดลองลงคะแนนภายใต้เงื่อนไขความลับ ห้ามถ่ายภาพบัตรภายในคูหา

หลังจากนั้น จะมีการนับคะแนนและสาธิตกระบวนการตรวจสอบบาร์โค้ด เพื่อแสดงให้เห็นว่า การออกแบบบัตรในลักษณะดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่

ติงหลายข้อสงสัย กกต.ยังไม่เคลียร์

ขณะที่ ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ บอกว่า มาตรา 127 บอกให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. เขตได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คำถามคือ กกต.ตรวจสอบในเบื้องต้นเพียงพอแล้วจึงมั่นใจแล้วเที่ยงธรรมแล้วหรือไม่ เพราะปัญหาของเรื่องคือท่ามกลางความไม่โปร่งใสเรื่องของ QR Code และบาร์โคด กกต. ยังไม่ตอบคำถามสำคัญว่าไปอยู่ในทีโออาร์สัญญาจ้างพิมพ์บัตรแล้วมาอยู่ใน QR Code ตรงนี้ใครรับผิดชอบ

เพราะการป้องกันการปลอมแปลงอำนาจ กกต. การทำเครื่องหมายได้แต่บาร์โคด QR Code ในการ Running Number ไม่ใช่เครื่องหมาย แต่จะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่า ใครเลือกใครต่อให้ต้นขั้วไม่มีก็ดูได้ว่าใครเลือกใคร

“รวมไปถึง”ปัญหาเรื่องบัตรเขย่งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต รัฐธรรมนูญให้เวลา 60 วันเพื่อให้กรอกตรวจสอบ คราวที่แล้วใช้เวลาไป 37 วัน จนมั่นใจว่าในเบื้องต้นเที่ยงธรรม แต่คราวนี้เพิ่งจะ 17 วันนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ถือว่าสั้นมากก็จริง แต่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ข้อสงสัยของประชาชนในเรื่อง QR Code บาร์โคด เรื่องบัตรเขย่งยังไม่มีการทำให้หายสงสัย แล้วข้อที่เป็นเรื่องใหญ่มากจนบัดนี้คือมีคนไปเลือกตั้งทั้งหมดกี่คนในวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งผิดปกติ เพราะทุกครั้งที่เรื่องแรกที่ กกต. ต้องประกาศคือมีคนไปเลือกตั้งกี่คน”

ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

นอกจากนั้นกรณี บัตรเขย่ง มีการข้ามเขตหรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ กกต.จำเป็นต้องทำให้ประชาชนหายสงสัย ขั้นต่อไปอาจเป็นการรับรองสส.บัญชีรายชื่อ สิ่งที่ กกต.ต้องเข้าใจ คือ ต้องมองว่าประชาชนเป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่มาฟ้องประชาชน

ชี้อำนาจประชาชนไม่ได้มีแค่วันเลือกตั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตัวแทนภาคประชาชน บอกว่า ในฐานะคนที่ลงคะแนนทุกคนมีข้อกังวล และมีข้อห่วงใยต่อการจัดการเลือกตั้งที่มันมีข้อกังขาว่าทำด้วยความสุจริตหรือไม่ และสิ่งที่ กกต.ได้ดำเนินการเร่งรัดในการรับรอง สส. ที่ใช้เวลา 17 วัน

“เราเรียกร้องว่า กกต. ควรมีหน้าที่ในการทำให้เลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะมีผลในความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย และมีผลต่อความน่าเชื่อถือของนานาชาติที่มองประเทศไทย เขาตั้งข้อสงสัยว่าเราจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหามากมายแบบนี้มันเกิดขึ้นกับประเทศที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งมายาวนานได้อย่างไร”

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังมองว่า ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก แต่ประกาศปิดเว็บไซต์ไปแล้ว รวมทั้งข้อสงสัยเรื่องบัตรเขย่งจัดการอย่างไร QR Code บาร์โคด กกต.ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ให้ประชาชนมั่นใจว่าคนลงคะแนนจะมีความปลอดภัย อยากรู้ว่าทีโออาร์มีการระบุหรือเปล่าว่า ให้มีการพิมพ์บาร์โคด และ QR Code ถ้าไม่มีการระบุแล้วใครเป็นคนสั่งให้โรงพิมพ์ทำ โรงพิมพ์ต้องถูกการตรวจสอบด้วยเช่นกัน

“เราจะต้องร้องศาลเรื่องทุจริตให้ตรวจสอบว่า การจัดการเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่จะมีการนัดหมายในการดำเนินการต่อไป ขณะนี้ขอความร่วมมือ ครป.กับเครือข่ายภาคประชาชน คิดว่าอำนาจประชาชนไม่ควรจบแค่วันเลือกตั้งอย่างเดียว ทุกวันนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เรามีอำนาจแค่วันเลือกตั้งวันเดียว จึงอยากขอความร่วมมือกับภาคประชาชน ในการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ให้ประชาชนมีสิทธิ์ถอดถอนพรรค นักการเมืองได้”

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ขอประชาชนเดินหน้าตรวจสอบการเลือกตั้ง

ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม พูดถึง การตรวจสอบบัตรว่าอยู่เล่มใด ใช้ครบ ขาด หรือเกิน โดยผลการศึกษาผลกระทบของกระบวนการนี้ คือ

  • การออกแบบกระบวนการเช่นนี้ สามารถทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบได้ว่า การซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ถูกต้อง (ใกล้เคียง) 100%

  • หากผู้มีอำนาจทีสังการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยราชการได้ อาจนำข้อมูลที่มี สร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางเมืองในระดับประเทศได้ไม่ยาก
    โฟกัสที่การพัฒนากระบวนการ ไม่ใช่ผลของการเลือกตั้ง โดยรวบรวมผลการศึกษาช่องโหว่ของกระบวนการที่อาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ คำนวณความเสี่ยงที่อาจมีผู้ล่วงรู้ถึงช่องโหว่นี้ และนำไปใช้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.และออกรายงานการศึกษาการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเพื่อการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
    เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจไม่มี หรือเรารองนับใหม่ทั้งประเทศไหม เพราะมีการคลาดเคลื่อน

  • จัดจำลองสถานการณ์จริง : ตามมาตรฐานการกระบวนพิสูจน์หลักฐานที่สามารถใช้ในชั้นศาลได้, รับสมัครผู้ร่วมพิสูจน์ สังเกตการณ์

  • ขอผู้ที่รับเงินซื้อเสียง หรือถูกเกณฑ์ไปลงคะแนน มาแจ้งเบาะแสและถูกซ์มซู่ทำนองว่ารู้นะว่ากาอะไร โดยจะได้รับความคุ้มครองเป็นพยาน

  • ขอความร่วมมือส่งรูปและคลิป : บัตรเลือกดั้งทั้งชมพูเขียว และหน่วยนับคะแบนทั้งวันเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ. และการจัดเลือกตั้ง/นับคะแนนใหม่ทุกครั้งที่ยัดใช้บัตรที่มีบาร์โคด/QR จากนี้ มายัง facebook “ธรรม์ธีร์ เรือบิน สุกโชติรัตน์

ขณะที่ เมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และ ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย เพิ่มเติมข้อค้นพบว่า ในการเลือกตั้ง 69 มีเจตนาพิเศษของกลุ่มคนใดหรือไม่ ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา กระบวนการนี้เป็นเทคนิคพิเศษ ดังนั้น เรื่องนี้พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าไม่เป็นไปด้วยความลับ

“การสร้าง data เพื่อที่จะควบคุมการเลือกตั้งครั้งนี้ และครั้งต่อไป โดย กกต.เป็นผู้กระทำการเสียเอง ในการปลอมแปลง ในเมื่อขัดรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.ป.มาตรา 9 ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องการพิจารณา หากใครไปร้องเรื่องนี้โรงพิมพ์ก็จะมีความผิดด้วย ฉะนั้น มีข้อความเห็นเบื้องต้นว่า ไม่ได้จงใจว่าให้มีเครื่องหมายพิเศษ ในบัตรเลือกตั้ง เพราะเรื่องนี้มีความผิดทางกฎหมาย ทางแพ่งและอาญา ถ้าสืบค้นว่าเรามีความผิดในเรื่องนี้ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อโยนไปที่ กกต.เป็นผู้กระทำการเอง กกต.ก็ต้องมีความผิด”

เมธา มาสขาว

ครป.

เลือกตั้งไม่ปกติ…ทำไม ? กกต.รีบรับรองผล

รศ.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ย้ำว่า คนไทยกำลังช็อกกับความกล้าหาญของ กกต. เพราะมีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ปกติกว่า 5,000 กรณี แต่ กกต.ก็ยังเร่งรีบรับรองผลการเลือกตั้ง เพียง 17 วัน

กระบวนการสื่อสารของ กกต. ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งแต่ ไม่พยายามที่จะรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้ง สส.เขต และ บัญชีรายชื่อ รวมทั้งประชามติ พอมีคนไปรณรงค์ให้คนไปลงประชามติ กกต. ก็สั่งลบคลิป

มีการแถลงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ตรงกันเลยทำให้ประชาชนสับสน สุดท้ายก็ยอมรับว่าบาร์โคดสืบค้นข้อมูลของผู้ลงคะแนนได้ ทำให้ประชาชนเกิดความระแวง แทนที่ กกต.จะออกมาสื่อสารให้ประชาชนหายสงสัย กลับกลายเป็นว่าคนที่พยายามจะสืบค้นข้อเท็จจริง กกต.กลับพยายามฟ้องกลับ

“เป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ ฉะนั้น ถ้าคิดจะฟ้องประชาชน อย่าฟ้องเพราะข้อเท็จจริงต่าง ๆ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบได้ ถ้ามีข้อมูลอะไรก็ให้ออกมาสื่อสารกับประชาชน จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กว่า”

รศ.นันทนา นันทวโรภาส

ย้ำประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม แต่ กกต.เลี่ยงตอบ

สอดคล้องกับ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา บอกด้วยว่า ในฐานะประชาชนเป็นเจ้าของสิทธิ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามได้ มีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องใหม่ อย่างบาร์โคด กกต.ก็เลี่ยงที่จะตอบ หากยังคงหลบหน้า ประชาชนก็คงต้องพึ่งศาลในเรื่องสิทธิ์

“ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการตรวจในฐานะองค์กรอิสระ แต่ใครมีหน้าที่ตรวจสอบ ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. หากต้องการทำหน้าที่อย่างสง่างาม ก็ต้องมารับฟังข้อร้องเรียนและคำถามจากประชาชน”

อังคณา นีละไพจิตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ถกหลายฝ่าย หลังผลวิจัย พบ ‘สารหนู’ ในคนริมน้ำกก แม้ยังระบุต้นตอไม่ได้

40 นาทีที่แล้ว

หวั่น “หักดิบ-เรื่องไม่คืบ” ซ้ำรอยคดี สว.รุมค้าน กกต.รับรอง สส.เขต (25 ก.พ. 69) I ตรงประเด็น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...