พระเอกวัย 84 ปี
“นิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับการแสดงความเห็นทางการเมือง รวมถึงความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 เถิดครับ
ผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีที่กำลังเตรียมเข้ารับหน้าที่ โปรดพิจารณาดำเนินการด้วย
นี่คือ หนทางในการปรองดองและสมานฉันท์ของเพื่อนร่วมชาติครับ”
เนี่ย..ผมไม่ได้วิงวอน-ขอร้อง แต่เจ้าของข้อความที่โพสต์คือ “นายปิยบุตร แสงกนกกุล” ซึ่งอ่านแล้วจะมีความคิดเห็นกันอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับใจท่านผู้อ่านเถิดครับ!
สำหรับผม..มองว่าที่นายปิยบุตรวิงวอนก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ-น่ารับฟัง แต่สงสัยอยู่ว่า “นิรโทษกรรม” แล้ว จะเกิดการปรองดองและสมานฉันท์ของเพื่อนร่วมชาติจริงหรือ?
ก็..ในเมื่อเวลานี้ยังมีกลุ่มคนที่พยายามด้อยค่าสถาบันอยู่ทุกวี่วัน และไม่เคยสักครั้งจะได้ยินนายปิยบุตร-กลุ่มคณะก้าวหน้าเอ่ยปากห้ามปราม..
หนำซ้ำ คล้ายจะมีการยุยง-ส่งเสริม-สนับสนุนเสียด้วยซ้ำ!
เหตุนี้..จึงมองไม่เห็นหลักประกันอะไร ที่นิรโทษกรรมไปแล้ว พวกคนกลุ่มความคิดก้าวหน้าจะไม่ทำผิด ป.อาญา มาตรา 112 (ซ้ำ) อีก!
หรือว่านายปิยบุตรมั่นใจว่าจะสามารถควบคุม-สั่งการพวกหมิ่น-ด้อยค่าสถาบันได้..งั้นก็ลองออกมาประกาศดูสิ..
“เพื่อการปรองดองและสมานฉันท์ของเพื่อนร่วมชาติ จากนี้ไปพวกผมจะหยุด ไม่ไปวอแวกับสถาบันและจะไม่แก้ไขมาตรา 112 เด็ดขาด”!
แต่หากยังคลุมเครือในใจเกี่ยวกับสถาบัน ก็อย่าพูดให้เหม็น (หินปูน) ขี้ฟันไปเลย เพราะการปรองดอง-สมานฉันท์จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบที่พวกคุณยังมีทัศนคติ..
เป็น.. “ปฏิปักษ์ต่อสถาบัน”!
ครับ..วันก่อนมีโอกาสย่องไปงาน “ส่งมอบตำแหน่งประธานชมรมวิจารณ์บันเทิง” ที่วัน แบงค็อก ฟอรัม ซึ่งก่อนจะเริ่มพิธีส่งมอบตำแหน่ง..
จากคุณเกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา (สนานจิตต์ บางสพาน) ที่ครบวาระ (1 สมัย 2 ปี) สู่มือคุณมโนธรรม เทียมเทียบรัตน์..
พิธีกรในงานได้เชิญคุณนคร วีระประวัติ ในฐานะ “ผู้ก่อตั้งชมรมฯ” มาตั้งแต่ปี 2532 ได้ขึ้นกล่าว เล่าขานความเป็นมาให้ผู้ร่วมงานได้ฟังพอสังเขป (แต่ยาวหลายนาที)
ทำให้ได้รู้ถึงที่มา-ที่ไป ว่าชมรมนี้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลใด และทำไมคุณนครถึงได้นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานชมรมฯ ติดต่อยาวนานถึง 35 ปี..
ก่อนที่จะคะยั้นคะยอให้ “เสือเตี้ย” คุณสนานจิตต์ รับไม้ต่อแบบฝืนๆ มา 2 ปีเต็ม ก่อนจะโบกมือลา!
ผมลองแหย่ถามคุณสนานจิตต์.. “ทำไมใจเสาะจัง”? แกป้องปากกระซิบ.. “เอาไว้เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง” แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผล
แต่ถ้าให้เดาในฐานะคนที่เคยนั่งตำแหน่ง “นายกสมาคมฯ” มา (นิดๆ หน่อยๆ)..ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตำแหน่งแห่งหนพวกนี้ มีแต่ “ความเสียสละ”..
ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเบี้ยประชุม-ไม่มีค่าน้ำมันรถ แถมยังต้องแบกรับ “งานสังคม” ต้องใส่ซองให้สมหน้าสมฐานะกับตำแหน่ง เรียกว่าเหนื่อยทั้งกาย-เหนื่อยทั้งใจเลยละ!
เนี่ย..จะใช่-ไม่ใช่ (เหตุผล) ก็ไม่รู้..รู้แต่พลันส่งมอบตำแหน่งเสร็จ คุณสนานจิตต์สะกิดเพื่อนพ้องไปฉลองกันต่อที่ร้านอาหารใกล้ๆ สำนักงาน “ไทยโพสต์” นี่แหละ!
เสียดายผมติดธุระไม่ได้ตามไป จึงเลยอดคุย (กันต่อ) กับผู้กำกับอาวุโส “คุณแจ๊สสยาม” ที่แม้ปีนี้จะอายุครบ 84 แล้ว แต่ยังคงเท่-หล่อ-ผิวพรรณผ่องกว่า “โจวเหวินฟะ” นะจะบอกให้!
เปล่า..ไม่ได้ยกยอเกินจริง และมานั่งคิดเล่นๆ สนุกๆ ฮอลลีวูด.. “ปู่คลินต์ อีสต์วูด” อายุ 95 ยังเป็นพระเอกได้ แล้วทำไมหนังไทย..
จะมีพระเอกวัย 84 ปีบ้างไม่ได้..หือ?.
สันต์ สะตอแมน