ฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ 42 จังหวัด หนักสุดเชียงดาว 314.3 มคก./ลบ.ม.
วันนี้ (5 เม.ย.2569) เวลา 07.00 น. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ พบว่าภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.ฉะเชิงเทรา จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ จ.อุบลราชธานี และ จ.นครราชสีมา
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 50.1 - 314.3 มคก./ลบ.ม. สูงที่สุดในพื้นที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 314.3 มคก./ลบ.ม. รองลงมา ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 294.5 มคก./ลบ.ม. และ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 222.4 มคก./ลบ.ม. นอกจากนี้ ในพื้นที่แม่ฮ่องสอน ตรวจวัดได้ 126.8-286.9 มคก./ลบ.ม., เชียงราย 184.0-227.9 มคก./ลบ.ม., ลำพูน 148.4-179.7 มคก./ลบ.ม., น่าน 130.4-163.1 มคก./ลบ.ม., ลำปาง 119.4-124.4 มคก./ลบ.ม., แพร่ 118.3 มคก./ลบ.ม., พะเยา 149.2 มคก./ลบ.ม., พิษณุโลก 94.3 มคก./ลบ.ม., พิจิตร 70.3 มคก./ลบ.ม., กำแพงเพชร 69.1 มคก./ลบ.ม., อุตรดิตถ์ 68.5 มคก./ลบ.ม., ตาก 68.3 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 32.8 - 147.5 มคก./ลบ.ม.
ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 21.7 - 58.2 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 21.6 - 37.6 มคก./ลบ.ม.
ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 21.1 - 30.7 มคก./ลบ.ม.
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 23.0 - 43.8 มคก./ลบ.ม.
คพ.ส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ลงพื้นที่ภาคเหนือ
ขณะที่ คพ.ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน โดยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า คพ.ได้รับข้อสั่งการจาก รมว.ทส. และเร่งดำเนินการระดมเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรทางวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือทันที เพื่อสนับสนุนการติดตาม เฝ้าระวัง และวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด
จากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือปัจจุบัน มีทั้งปัจจัยที่เกิดจากแหล่งกำเนิดภายในประเทศและจากภายนอกประเทศ ในส่วนของหมอกควันข้ามแดนนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)โดย คพ.ประสานความร่วมมือเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสายด่วน Hotline มาแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์ภายในประเทศ ยังจำเป็นต้องเสริมกำลังการทำงาน การสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดย คพ.นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานของ US EPA นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ทิศทางลม เพื่อนำมาประเมินแนวโน้มการเคลื่อนตัวของมวลอากาศ และสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คพ.ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ งดการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด ลดการสะสมของฝุ่น PM2.5 เติมสถานการณ์มลพิษทางอากาศ พร้อมขอให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลา หากพื้นที่นั้นมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5
สำหรับประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" โพสต์สังหาร "ผู้นำทหารอิหร่าน" หลายคน หลังโจมตีกรุงเตหะรานครั้งใหญ่
5 ชาติ EU ชงเก็บ "ภาษีลาภลอย" จาก บ.พลังงาน รับมือราคาน้ำมันพุ่ง
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่