โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า

ไทยโพสต์

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 21.13 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 17.01 น.

ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง เจ้าคณะภาค 7 ออกคำสั่งให้พระสังฆาธิการทุกระดับในพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอนช่วยดับไฟ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการปฏิบัติการฝนหลวงที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งสามารถปฏิบัติการได้ 12 เที่ยวบิน พบว่าบางพื้นที่ เช่น อ.อมก๋อย มีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาสถานการณ์พอสมควร แต่ปัญหาอุปสรรคด้านสภาพอากาศในหลายพื้นที่ยังคงมีความแห้งแล้งสูง จึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำฝนหลวง

“ล่าสุด กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสนับสนุนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติมอีก 2 ลำ ทำให้มีฝูงบินรวม 7 ลำ ซึ่งแต่ละลำปฏิบัติการได้วันละประมาณ 2-3 เที่ยวบิน คาดการณ์ว่าจะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 15-20 เที่ยวบินต่อวัน”

นายอรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ยึดถือความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ และให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ ทหาร บังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบฝ่าฝืนประกาศจังหวัด ที่ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่าถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้อย่างเด็ดขาด และสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนได้ทราบถึงการดำเนินการของภาครัฐ และสร้างความร่วมมือในการฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ให้บรรเทาลงและหมดไปโดยเร็ว

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นว่า จากการติดตามคุณภาพอากาศวันนี้ พบค่าฝุ่น PM2.5 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ขณะที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) คือเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จำนวน 13 จังหวัด และบางจังหวัดค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน, เชียงราย, ลำพูน (12 วัน) พะเยา, ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่, แพร่ (10 วัน) รวมทั้งคาดการณ์ว่าช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน

นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM2.5 แล้ว 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, น่าน, ลำพูน, นครพนม, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, บึงกาฬ, ตาก และพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้กำชับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และได้ออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 รวม 9 ข้อ

ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการฯ ครั้งที่ 10 โดยได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ ให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดภารกิจให้ชัดเจนทุกหน่วยต้องระบุให้ได้ว่าใครทำอะไร อย่างไร ในการลงพื้นที่ ไม่ใช่เพียงเข้าพื้นที่โดยไม่มีแผนปฏิบัติ บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ได้ลงนามในคำสั่งเจ้าคณะภาค 7 ที่ 03/2569 ถึงพระสังฆาธิการทุกระดับในพื้นที่เชียงใหม่, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เรื่องมอบหมายให้คณะสงฆ์ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดับไฟป่าภาคเหนือ โดยให้ทุกวัดร่วมผนึกกำลังกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง พร้อมเปิดพื้นที่วัดเป็นจุดพักกำลัง และสนับสนุนอาหารน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางวิกฤตหมอกควัน

ด้านพระครูอ๊อด พระนักสังคมสงเคราะห์ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะพระสงฆ์และจิตอาสามูลนิธิเพชรเกษมจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเข้ารับมือสถานการณ์ไฟป่าอย่างเร่งด่วน

ส่วนนายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เผยว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดว่าด้วยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตรวจพบบุคคลชาย 4 คน ใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะ มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่าบริเวณป่าห้วยช้างร้อง ริมแม่น้ำปิง เบื้องต้นสอบถามกลุ่มบุคคลชายทั้ง 4 คน ยอมรับสารภาพว่า พวกตนเข้าพื้นที่ไปล่าเลียงผาซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน และได้โยนซากเลียงผา ปืนลูกซองและสัมภาระต่างๆ ลงน้ำเพื่อทำลายหลักฐานจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดจับกุม และติดตามค้นหาซากเลียงผา ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรก้อ ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และจะสืบสวนว่าเกี่ยวโยงการลอบเผาป่าหรือไม่ต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...