โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 เม.ย.ใช้ดาบDSI-คดีพิเศษ ลากตัวไอ้โม่ง เอาผิดตุนน้ำมัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 5.06 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปรับจังหวะรับมือวิกฤตน้ำมันแพงหลายรอบ เพื่อเรียกคะแนนนิยมรัฐบาลจากประชาชนกลับคืนมา อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายนนี้ ที่ทุกฝ่ายเก็งข้อสอบการเมืองตรงกัน ศึกนี้ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแก้วิกฤตน้ำมันขาดแคลน-น้ำมันแพง-การกักตุนน้ำมัน จะเป็นปมใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะนำไปอภิปรายนโยบายรัฐบาล รวมถึงผลกระทบข้างเคียงที่ตามมากับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ในลักษณะการอภิปรายว่ารัฐบาลอนุทินยังรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้ไม่ดีพอ

การปรับจังหวะดังกล่าวมีให้เห็นกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการ ยกเครื่อง การแถลงข่าว-การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลผ่าน ศูนย์บริหารสถานการณ์พลังงาน (ศบก.) ที่ดึง โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ดำเนินรายการวิเคราะห์ข่าวทางโซเชียลมีเดียทำหน้าที่โฆษก ศบก.เพื่อหวังปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้าใจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า “โครงสร้างราคาน้ำมัน-ค่าการกลั่นน้ำมัน” ของไทย ควรมีการรื้อ-ทบทวนได้แล้ว เพราะสูตรที่ใช้ปัจจุบันทำให้ราคาน้ำมันประเทศไทยสูงเกินความเป็นจริง เช่น มีการจัดเก็บค่าต่างๆ มากเกินไป และบางตัว เช่น ภาษีสรรพสามิตควรเก็บให้น้อยลง เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง กระแสดังกล่าวทำให้อนุทินไม่นิ่งนอนใจ จึงตั้ง คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ (คตร.) ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นประธาน โดยกรรมการบางคนเสนอให้ปรับโครงสร้างการคิดค่าการกลั่นใหม่เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ที่ก็สร้างเสียงตอบรับตามมามากมาย และต้องการให้เห็นบทสรุปโดยเร็ว

นอกจากนี้ก็ยังมีการเตรียมรับมือกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีการเล่นน้ำสงกรานต์กันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหากช่วงสงกรานต์ ประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ รัฐบาลโดนเฉ่งยับแน่ ทำให้ต้องเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ เลยมีการตั้ง คณะกรรมการบริหารการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออํานวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางช่วงสงกรานต์ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธาน ซึ่งหากภารกิจนี้ พิพัฒน์ไม่สามารถบริหารจัดการได้ จะยิ่งทำให้โดนวิจารณ์หนักมากขึ้นไปอีก เพราะแค่ตอนเป็น ผอ.ศบก.ก็อ่วมอรทัย โดยหากช่วงสงกรานต์ ประชาชนหาน้ำมันเติมได้ตามปกติ พิพัฒน์ก็แค่เสมอตัว แต่หากเจอปัญหา ก็โดนถล่มหนักเป็น 2 เท่า!

และที่น่าสนใจก็คือ ช่วงหลังอนุทิน-ศบก.เล่นบทขึงขัง กับการระบุว่า จากผลการสืบสวนสอบสวนของ 2 หน่วยงานสำคัญคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า ช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนหลายจังหวัดทั่วประเทศประสบปัญหาหาน้ำมันเติมไม่ได้เหมือนปกติ มีข้อมูลเชื่อได้ว่ามี ความผิดปกติเกิดขึ้นในระบบกลไกการจำหน่ายน้ำมัน ที่มีลักษณะกักตุนเพื่อเก็งกำไร มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงมีการลักลอบขนน้ำมันไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ จึงจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

และมีรายงานต่อมาว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีการเอาผลการสอบสวน-ตรวจสอบ คลังน้ำมันรายใหญ่บางแห่งที่สุราษฎร์ธานี ที่พบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกักตุนน้ำมันดีเซล ในช่วงก่อนปรับราคา โดยมีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งจากโรงกลั่นไปที่คลังเก็บน้ำมัน โดยออกมาจากโรงกลั่น 217 ล้านลิตร แต่ไปถึงปลายทางเพียง 160 ล้านลิตร และมีรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสารบัญชีการรับเข้า-ขายออก ของเดือน ก.พ.-มี.ค.2569 พบว่าบางคลังมีน้ำมันค้างสต๊อกสูงถึง 2 ล้านลิตร จึงเชื่อได้ว่ามีการประวิงการขายและชะลอการขนส่งเพื่อเก็งกำไรช่วงราคาผันผวน โดยขณะนี้ดีเอสไอเตรียมส่งเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ จะได้มีการสอบสวนขยายผลเอาผิดกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อข้อมูล-หลักฐานปรากฏชัดเช่นนี้ ทำให้อนุทิน-รัฐบาลจึงต้องแสดงออกแบบขึงขังว่า รัฐบาลจะสอบสวนขยายผลเอาผิดเครือข่ายที่มีการกักตุนน้ำมันและลักลอบนำน้ำมันไปขายต่างประเทศให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา และแน่นอนว่า ในอีกทางหนึ่ง มันคือการเตรียมรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะหากโดนถล่มกลางห้องประชุมรัฐสภา อนุทินก็จะได้โต้ว่า รัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะกับการสอบสวนเอาผิด "ไอ้โม่ง" ที่อยู่เบื้องหลังทำให้คนไทยเจอปัญหาหาน้ำมันเติมไม่ได้ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยจะให้ดีเอสไอเข้ามามีบทบาทในการกระชากหน้ากากไอ้โม่ง-ตุนน้ำมันออกมา

โดยมีการเสนอข่าวว่าดีเอสไอจะประมวลข้อมูลทั้งหมดและดูข้อกฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เพื่อเสนอบอร์ดคดีพิเศษให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ สอบสวนเอาผิดกลุ่มเครือข่ายกักตุนน้ำมัน

ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า มีการแจ้งบอร์ดคดีพิเศษอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่าจะขอนัดประชุมบอร์ดคดีพิเศษ 9 เม.ย.นี้ เพื่อหารือและลงมติว่าจะรับเรื่องคดีการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่

ข่าวที่ได้มาพบว่า บอร์ดคดีพิเศษบางส่วนบอกกับเราว่า จะฟังการชี้แจงจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอก่อนว่า ดีเอสไอมีอำนาจตามกฎหมายเข้าไปสอบสวนเรื่องน้ำมันได้หรือไม่ และมีความจำเป็นเรื่องด่วนอย่างไร ซึ่งหากชี้แจงเคลียร์ ก็พร้อมลงมติให้เป็นคดีพิเศษ พร้อมกับมองว่า เหตุที่ฝ่ายการเมืองเร่งให้ดีเอสไอเข้าไปสอบสวนเรื่องนี้ก็เพราะกระทบกับคะแนนนิยมรัฐบาล และเป็นการรับมือกับศึกแถลงนโยบายรัฐบาลในช่วง 9-10 เม.ย.นี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...