ไม่ใช่แค่ “ไอดอล” ที่เป็น “ไอคอน” แต่แฟนคลับก็เชียร์จนมีวิถีเป็น “แฟนด้อม” ด้วยเหมือนกัน
ถ้าว่ากันตามตรง ‘แฟนคลับ’ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว อาจจะนานเกินกว่าที่เราคิดเสียอีก เพราะความหมายของคำว่าแฟนคลับก็คือกลุ่มของคนที่มีความชอบเหมือนกันมารวมตัวกัน แต่ถ้าจะให้เกริ่นแบบร่วมสมัยขึ้นมาอีกหน่อย หลายคนคงอาจจะนึกภาพความยิ่งใหญ่ของกลุ่มคนที่ชอบวงดนตรีอย่าง ‘The Beatles’ กลุ่มแฟน ๆ ที่คลั่งไคล้ ‘เอลวิส เพรสลีย์’ หรือราชาเพลงป็อปตลอดกาลอย่าง ‘ไมเคิล แจ็กสัน’ กันได้อยู่บ้าง
แต่เมื่อก่อน การเป็นแฟนคลับใครสักคนก็ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เสียเท่าไรนัก ออกจะโดนแบ่งแยกว่าเป็นคนแปลกประหลาด แสนคลั่งไคล้ เพราะลักษณะการเชียร์ด้วยเสียงกรี๊ดที่สนั่นคอ เต้นสะบัดจนหัวโยก หรือแม้แต่ยืนสะอื้นน้ำตา ต่างก็ดูเป็นพฤติกรรมที่เหมือนคนไร้สติ ยิ่งถ้าใครเคยได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Elvis (2022) ก็จะนึกภาพตามได้ชัดเพราะแฟนเพลงมักจะกรี๊ดสนั่นและคลั่งเอามาก ๆ ในเวลาที่นักร้องคนนี้สะบัดขาหรือเต้นท่าหวาดเสียวหัวใจสาว ๆ
โชคดีที่ตอนนี้กำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2025 แล้ว โลกอาจจะกลับตาลปัตรนิดหน่อยก็ตรงที่กลุ่มแฟนคลับหรือแฟนด้อม กลับไม่ใช่คนกลุ่มน้อยที่แปลกประหลาด เพราะความชอบที่มีต่อบุคคลหรืออะไรบางอย่างกำลังกลายเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป แถมยังครอบคลุมอยู่ทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง วงการภาพยนตร์ วงการกีฬา โดยลักษณะการเชียร์หรือการสนับสนุนต่าง ๆ นั้นแหละที่กลายเป็นวัฒนธรรมครอบคลุมไปทุกที่ แถมยังมีอิทธิพลมากพอที่จะส่งผลบางอย่างเสียด้วยซ้ำ
(Freepik)
‘แฟนคลับ’ ที่สร้างไอดอล ก็เป็นไอคอนไม่ต่างกัน
การเติบโตของเหล่าแฟนคลับเริ่มส่งอิทธิพลขึ้นเรื่อย ๆ จนเรื่องบางเรื่องก็เกิดขึ้นเพราะฐานของแฟนคลับ มากกว่าตัวบุคคลหรือผลงานที่เป็นไอคอนด้วยซ้ำ ถ้าให้ยกตัวอย่างตัวแทนความยิ่งใหญ่ของแฟนคลับระดับโลกเจเนอเรชันเร็ว ๆ นี้ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่ม ‘สวิฟตีส์’ (Swifties) ที่ไม่ว่า ‘เทเลอร์ สวิฟต์’ จะทำอะไรหรือไปที่ไหนก็ตาม เหล่าสวิฟตีส์ก็จะคอยสนับสนุนและผลักดันเธออยู่เสมอ จนใคร ๆ ต่างก็เรียกสิ่งนี้ว่า ‘Taylor Effect’
เพราะแค่เทเลอร์จะเข้าร่วมชมการแข่งขัน Super Bowl ก็ทำให้บรรดาสวิฟตีส์มีความสนใจที่จะเข้าร่วมชมงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลอยากเห็นเทเลอร์ อยากรู้ว่าเทเลอร์จะทำอะไร แต่สวิฟตีส์ก็เป็นแฟนคลับที่เข้ามาทำลายสถิติการรับชมการแข่งขัน Super Bowl ได้ในทันที ทั้งเป็นปีที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดถึง 123.4 ล้านคน นอกจากนี้ สวิฟตีส์ก็ยังรันวงการด้วยการส่งผลให้มูลค่าแบรนด์ของ NFL และ Chiefs เพิ่มขึ้น 331 ล้านเหรียญสหรัฐ จนยอดขายเสื้อของ Kelce Chiefs พุ่งสูงขึ้นถึง 400% และได้ถูกบันทึกจนเป็นสถิติในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ โดยในช่วงหลังมานี้ ไม่ใช่แค่เทเลอร์ สวิฟต์ จะทำอะไร แต่การที่สวิฟตีส์จะทำอะไร ก็เป็นที่จับตามองและสามารถสร้าง Side Effect ให้กับสิ่งต่าง ๆ ได้มากเช่นกัน
ถ้าไม่เชื่อว่าสวิฟตีส์ดังพอ ๆ กับเทเลอร์แค่ไหน ลองนึกดูไหมว่า เคยเห็นปรากฏการณ์แลกกำไลข้อมือเต็มโซเชียลมีเดียหรือเปล่า ถ้าเคยเห็นก็แปลว่าได้เห็นความดังของเหล่าสวิฟตีส์ผ่านตาด้วยตนเองแล้ว เพราะแม้แต่สาวลิซ่า แบล็กพิงค์ ก็ยังต้องเตรียมกำไลข้อมือแห่งมิตรภาพไปแลกในคอนเสิร์ต Eras Tour ด้วยเลย
แต่ถ้าอ่านแล้วยังรู้สึกว่าสวิฟตีส์ไม่ดูเป็น ‘ไอคอน’ ตรงไหน ก็อยากจะพาย้อนไปดูไอคอนที่เป็นไอดอลของเหล่าแฟนคลับอีกที กับแฟนคลับของ ‘เอลวิส เพรสลีย์’ กลุ่มคนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเชียร์ สนับสนุน และความรักที่มีต่อศิลปินจนใครต่างก็ต้องจดจำแฟนคลับไปพร้อม ๆ กับศิลปินด้วย
เอลวิส เพรสลีย์ เป็นนักร้องที่นับว่าแปลกและแหวกแนวมากในยุคสมัยนั้น แต่เอลวิสแทบจะเป็นนักร้องคนแรก ๆ ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์กลุ่มแฟนคลับทั่วโลก ที่มีสัญลักษณ์การแสดงความรักกับศิลปินที่มั่นคงมาก เพราะแม้กระทั่งตอนนี้ที่เอลวิสจะไม่อยู่แล้ว แต่สัญลักษณ์ของความเป็นแฟนคลับก็ยังอยู่ เพราะปรากฏการณ์หลังจากที่เอลวิสเสียชีวิตลง แฟน ๆ ก็รำลึกถึงด้วยการจัด Elvis Week ที่บ้านเกิดของเขาเป็นประจำทุกปี และมีคนไปเข้าร่วมนับหลักพันถึงหมื่นคนจนสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองในช่วงนั้นได้เลย โดยที่ทุกวันนี้ Elvis Week ก็ยังถูกจัดขึ้นอยู่ทุกปี แม้ว่าเอลวิส เพรสลีย์ จะจากไปกว่า 47 ปีแล้วก็ตาม
จริง ๆ แล้วเรื่องของแฟนคลับก็ไม่ได้มีแค่ในวงการเพลง เพราะว่ามันเป็นวัฒนธรรมของการรวมกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกัน ฉะนั้นนอกจากตัวอย่างในวงการเพลงแล้ว ก็ยังมีวงการภาพยนตร์ไปจนถึงการ์ตูนที่มีด้อมที่ใหญ่และค่อนข้างมีอิทธิพลไม่ต่างกัน อย่าง ‘Marvel Cinematic Universe’ ที่ต่างมีแฟน ๆ เกิดขึ้นอยู่ทั่วทุกมุมโลก และฐานแฟนเหล่านี้เองที่ทำให้เกิด ‘Comic-Con International’ ขึ้นมา โดยเป็นมหกรรมป็อปคัลเจอร์ระดับโลกที่รวมตัวแฟนคลับภาพยนตร์ หนังสือการ์ตูน และตัวละครคนดังต่าง ๆ มารวมไว้ในงานนี้ที่คนรอคอยทุกปี ซึ่งที่บอกว่า Comic-Con กลายเป็นไอคอนิกได้เพราะแฟนคลับ นั่นก็เพราะจุดเริ่มต้นมันเกิดจากการรวมตัวของคนไม่ถึง 300 คน แต่สามารถทำให้กลายเป็นงานประจำปีที่มีคนเข้าร่วมมากกว่า 150,000 คนในปัจจุบันนั่นเอง
ไม่ใช่แค่ศิลปินแล้วที่มีอิทธิพล แต่เป็นกลุ่มคนที่ชอบศิลปินต่างหาก
การที่กลุ่มแฟนคลับขยายใหญ่ขึ้นไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่มันหมายถึงอิทธิพลที่ขยายใหญ่ขึ้นมากกว่า เพราะการที่แฟนคลับจะเคลื่อนไหวหรือรวมตัวกันทำอะไรสักหนึ่งอย่าง กลายเป็นการกระทำที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจนั้น ๆ ได้เลย เพราะอาจจะฟังดูน่าเศร้าที่ต้องบอกว่า ‘แฟนคลับ’ กลายเป็นบ่อเงินที่สำคัญของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปแล้ว ไม่ว่าจะค่ายเพลงหรือค่ายหนัง ก็ต้องคิดหรือทำยังไงก็ได้ให้สามารถรักษาฐานแฟนไว้ให้ได้มากที่สุด
ไม่อย่างงั้นบรรดาค่ายเพลงเกาหลีอย่าง HYBE, SM และ JYP ก็คงไม่ทำคอนเทนต์ สินค้า หรือมาร์เกตติงต่าง ๆ ที่คอยทำให้แฟนคลับยังคงวนเวียนอยู่กับศิลปินและค่ายเพลง เพื่อมองหาการสร้างรายได้ใหม่ ๆ ฉะนั้นแฟนคลับจะกลายมาเป็นเป้าหมายหลัก ในการสร้างการเติบโตของรายได้จากการสตรีมและรายได้จากโปรดักต์อื่น ๆ ยิ่งถ้าตกคนใหม่ ๆ ให้มาเป็นแฟนคลับได้เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งดี โดยเฉพาะบรรดาแฟนคลับที่เป็นแฟนตัวยงอีกที จะถูกแบ่งกลุ่มไว้เลยว่า เป็นกลุ่มเปอร์เซ็นต์ที่ทั้งฟังเพลงและจ่ายเงินให้มากที่สุด ก็ไม่แปลกที่การทำอัลบั้มใหม่ ๆ สัก 1 ครั้งจะมีรูปแบบที่ต่างออกไปไม่ต่ำกว่า 3 เวอร์ชัน เพื่อโกยรายได้จากแฟนตัวยงอีกที หรือแม้แต่การทำโซน VIP ที่ต้องเพิ่มเงินอีกสักหน่อยเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจ
รวมไปถึงบรรดาแบรนด์ต่าง ๆ เองที่ต่างก็เข้ามาแข่งขันในสนามนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดึงศิลปินไปเป็นพรีเซ็นเตอร์หรือตัวแทนของแบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์หรูอย่าง Chanel, Louis Vuitton หรือแบรนด์ Adidas ที่เราจะเห็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์อยู่ในหลายวงการมาก ก็เพื่อจูงใจให้แฟนคลับมาทุ่มเงินซื้อสินค้าตามศิลปินที่ชอบ หรือการทำคอลเล็กชันกับตัวละคร และคาแรกเตอร์การ์ตูนต่าง ๆ อย่างเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่อิทธิพลของแฟนคลับนี่แหละ ที่เป็นสิ่งที่ตัดสินว่าศิลปินจะเป็นไอคอนได้มากพอจนถูกแบรนด์เลือกหรือเปล่า
ปัจจุบัน ‘แฟนคลับ’ จึงไม่ได้ถูกมองเป็นแค่คนที่มีแต่ความคลั่งไคล้กลุ่มหนึ่ง แต่พวกเขาได้กลายมาเป็นอีกวัฒนธรรมใหม่ไปทั่วโลก ขณะที่วิถีเดิม ๆ ที่ปกติแล้วแฟน ๆ จะต้องคอยติดตามว่าศิลปินจะทำอะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้าง ก็กลับกลายเป็นฝั่งค่าย ผู้ผลิต หรือนายทุนที่ต้องคอยติดตามแฟนคลับเสียเอง ว่าคนกลุ่มคนนี้กำลังชื่นชอบอะไร ต้องการสิ่งไหน แล้วค่อยทำเพลงและสินค้าออกมาให้ถูกใจคนซื้อ เพราะถ้าใครเกิดทำอะไรผิดแผกขึ้นมาเมื่อไร หุ้นบริษัทก็ร่วงระนาวได้ทันทีเลยเชียว
ที่มา : บทความ “The Anatomy of Hype: Global Research on Fans and Fan Engagement” จาก advertising.amazon.com
บทความ “The world’s most powerful and influential fan bases, from Swifties to Potterheads” โดย Gemma White
บทความ “Comic book success: The rise of the Comic-Con festival” โดย Natalie Sherman
บทความ “Taylor Swift at Super Bowl 58: How did pop star's attendance influence the NFL's big game?” โดย Joe Bradshaw
บทความ “Elvis Week” จาก nationaltoday.com
บทความ “When was the first Elvis Week? The history of the August tradition honoring Presley” โดย John Beifuss
บทความ “Fan economy: expanded rights are worth $3.5 billion, now what?” โดย Mark Mulligan
บทความ “Global recorded music revenues grew by 9.8% in 2023” โดย Mark Mulligan
บทความ “From Fan to Founder: Exploring the Relationship between K-pop Fandom, Social Capital, and Entrepreneurial Intention” โดย Jessica Jaye Ranieses
เรื่อง : นัฐวรรณ วุทธะนู