"หุ้นไทย" ปรับตัวลดลง 22.91 จุด อยู่ที่ 1,475.08 ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก
วันนี้ (6 พ.ย.2569) ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวลดลง 22.91 จุด (1.53%) มาอยู่ที่ 1,475.08 จุดมูลค่าการซื้อขาย 13,600.22 ล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นโลกการปรับตัวลงมีแรงกดดันหลักจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ร่วงลงอย่างหนัก จากความกังวลของนักลงทุนต่อข่าวที่วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา อาจมีคำสั่งระงับการก่อสร้าง Data Center ในต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับตัวลงมาในกรอบ 1,470-1,480 จุด
ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวนจากแรงเทขายในตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลังดัชนี NASDAQ ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงถึง 5.52% ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางนโยบายกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นการหมุนเวียนเงินลงทุน ออกจากหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และปิโตรเคมี ไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive และธุรกิจที่พึ่งพารายได้ในประเทศมากขึ้น โดยแนะนำกลยุทธ์ตั้งรับ เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งและผันผวนต่ำกว่าตลาด ชู BCH และ BDMS เป็นหุ้นเด่น พร้อมพิจารณาเครื่องมือกระจายความเสี่ยงตามความเหมาะสม
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายรุนแรง โดยดัชนีหลักปรับตัวลดลงประมาณ 3.4–5.5% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงกดดันตาม โดยเฉพาะเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลงในช่วงเช้า 7.4% และ 6.4% ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญมาจากความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐฯ อาจนำไปสู่กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นต่อการลงทุนด้าน AI และ Data Center ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เมื่อพิจารณาสถิติการปรับตัวลดลงของ NASDAQ ในระดับใกล้เคียงกันย้อนหลังตั้งแต่ปี 2514 พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว 37 ครั้ง
โดยมักกระจุกตัวในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและตลาดการเงิน และมีค่ากลางของระยะเวลาฟื้นตัวประมาณ 17.5 เดือน สะท้อนว่าการปรับตัวลดลงรุนแรงอาจไม่ได้ตามมาด้วยการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเสมอไป สายงานวิจัยจึงแนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง มากกว่าการเร่งเข้าซื้อหุ้นหลังราคาปรับตัวลงแรง
แนะให้นักลงทุนเน้นตั้งรับและคัดเลือกหุ้นที่มีความสามารถในการรักษาระดับผลประกอบการ ขณะเดียวกันพิจารณากระจายความเสี่ยงไปยังหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของหุ้เทคโนโลยี
สำหรับตลาดหุ้นไทย เริ่มปรากฏสัญญาณการหมุนเวียนเงินลงทุน ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยหุ้นที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรเทคโนโลยีและสินค้าโภคภัณฑ์เผชิญแรงขาย อาทิ HANA ลดลง 6.78% KCE ลดลง 5.69% DELTA ลดลง 4.10% ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีและพลังงาน เช่น PTTGC ลดลง 8.38% และ TOP ลดลง 7.44%
สวนทางกับหุ้นที่ได้รับความสนใจในกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ BGRIM เพิ่มขึ้น 10.78% และ GPSC เพิ่มขึ้น 7.07% กลุ่มการเงินนำโดย MTC เพิ่มขึ้น 5.93% และ JMT เพิ่มขึ้น 4.81% รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BCH เพิ่มขึ้น 2.75% PR9 เพิ่มขึ้น 2.72% และ CHG เพิ่มขึ้น 2.56% สะท้อนการโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่ธุรกิจที่มีรายได้ในประเทศและปัจจัยพื้นฐานรองรับ
อ่านข่าว:
เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ
เงินเฟ้อ–AI กดหุ้นโลก กรุงไทยแนะรอซื้อช่วงย่อกระจายลงทุน
IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 โต 3.1%
หุ้นโลกฟื้น รับแรงส่ง Tech-AI ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะ กระจายลงทุนสะสมหุ้นคุณภาพ