โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จอนรูปมาเจนไอเอ” คืออะไร เมื่อมิจจี้ยุคใหม่ใช้ AI และขโมยภาพมาหลอกลวง

Thai PBS

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
Thai PBS Verify แนะนำวิธีตรวจสอบภาพและคลิป AI เบื้องต้น กรณีโดนมิจฉาชีพสวมรอยเอารูปคนอื่นมาดัดแปลงมาหลอกให้รัก ชวนลงทุน หรือแสวงหาผลประโยชน์อื่น ๆ

ไม่นานมานี้ มีกระแสข่าวกรณีมิจฉาชีพแอบสวมรอยเอาภาพพยาบาลไปสร้างและดัดแปลงด้วย AI ทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอเป็นรูปหน้าตัวเอง ก่อนนำไปเผยแพร่ในกลุ่มหาคู่ จนผู้เสียหายต้องออกมาร้องเรียนว่าถูกนำภาพไปแอบอ้าง โดยระบุว่ามีผู้พบเห็นภาพดังกล่าวและเข้าใจผิดว่าเป็นตัวจริง ถึงขั้นมีตำรวจและทหารหลายรายติดต่อเข้ามาเพื่อทำความรู้จัก

และบ่อยครั้งช่วงนี้จะเจอศัพท์ที่ไม่ค่อยคุ้นตาอย่าง “จอนรูป” ผ่านตาหน้าฟีด ซึ่งถูกนำมาใช้พูดถึงพฤติกรรมการขโมยภาพผู้อื่นไปสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI หรือที่เรียกว่าเจนเอไอ ซึ่งมาจาก AI image generation หรือ AI-generated image

Thai PBS Verify ชวนทำความรู้จักว่า “จอนรูป” คืออะไร มีกลวิธีอย่างไร และจะตรวจสอบภาพหรือคลิปวิดีโอเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อไม่ให้โดนหลอก

“จอนรูป” คืออะไร ?

ศัพท์ที่วัยรุ่น Gen Z ใช้กันบนโซเชียลมีเดียที่เรียกว่า“จอนรูป”หมายถึง การขโมยภาพของคนอื่นมาใช้ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำไปสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด หรือใช้หลอกลวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการสนทนา และหวังผลบางอย่างจากผู้ที่หลงเชื่อ

ซึ่งการจอนรูป หรือการขโมยรูปแล้วนำมาเปลี่ยนหน้าค่าตาก็ถือเป็นการใช้เทคโนโลยี Deepfake โดยในช่วงเมื่อก่อนที่เรามักจะเห็นคือมักนำมาใช้หลอกลวง หรือนำภาพคนดังมาตัดต่อในบริบทตลกขบขันหรือโป๊เปลือย แต่ปัจจุบันเริ่มนำมาเปลี่ยนเป็น Deepfake ใบหน้าตัวเอง เพื่อสร้างตัวตนในโลกออนไลน์

วิธีการที่พบได้มีหลายรูปแบบ เช่น

  • นำภาพคนอื่นมาใช้โดยตรงขโมยรูปจาก Facebook, Instagram หรือแพลตฟอร์มอื่นมาใช้เป็นรูปโปรไฟล์ หรือส่งภาพผ่านแชต โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของภาพ และบางครั้งไม่ใช่แค่ภาพบุคคลอย่างเดียว แต่รวมไปถึงภาพอาหาร บ้าน รถ ไลฟ์สไตล์ กิจวัตรประจำวันที่ขโมยภาพมาจากที่อื่น
  • ดัดแปลงภาพใหม่ด้วย AIใช้ภาพบุคคลจริงเป็นต้นแบบ แล้วสร้างภาพในสถานที่หรือสถานการณ์อื่น ๆ เพื่อให้ตัวตนที่สร้างขึ้นดูมีเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ที่สมจริง
  • เปลี่ยนใบหน้าในภาพหรือวิดีโอนำภาพหรือคลิปของบุคคลหนึ่งมาดัดแปลงใบหน้าให้เป็นอีกคน หรือสร้างวิดีโอที่ทำให้ดูเหมือนบุคคลนั้นกำลังพูดหรือเคลื่อนไหว
  • ใช้ภาพและคลิปประกอบการหลอกหาคู่สร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อ ก่อนขอเงิน ชักชวนลงทุน หลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือใช้ภาพและคลิปที่ได้รับจากเหยื่อไปข่มขู่เรียกเงิน

[caption id="attachment_18165" align="aligncenter" width="1116"]

ภาพพยาบาลสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ถูกนำภาพไปเจนใส่หน้าของคนอื่น[/caption]

ตรวจสอบอย่างไร หากสงสัยว่ารูปโปรไฟล์หรือคลิปวิดีโอ “ปลอม”

1. ใช้ Google Lens ค้นหาที่มาของภาพ

เริ่มจากนำภาพโปรไฟล์หรือภาพจากวิดีโอไปค้นหาด้วย Google Lens เพื่อดูว่ามีภาพเดียวกันหรือภาพที่คล้ายกันปรากฏอยู่บนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียอื่นหรือไม่

วิธีตรวจสอบ

  • บันทึกภาพโปรไฟล์หรือจับภาพหน้าจอจากวิดีโอ โดยเลือกภาพที่เห็นใบหน้าและรายละเอียดชัดเจน
  • เปิด Google Lens ผ่านแอปฯ Google หรือเว็บไซต์ Google Images
  • อัปโหลดภาพที่ต้องการตรวจสอบ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาด้วยภาพ
  • ตรวจสอบผลลัพธ์ที่มีภาพเหมือนหรือคล้ายกัน รวมถึงเว็บไซต์ต้นทางและวันที่เผยแพร่ หากมีข้อมูลดังกล่าว
  • เปรียบเทียบว่าภาพต้นทางเป็นของบุคคลอื่นหรือไม่ และมีการนำไปดัดแปลงเป็นภาพในสถานการณ์ใหม่หรือเปล่า

นอกจาก Google Lens แล้ว ควรตรวจสอบภาพที่เผยแพร่บนเว็บไซต์รวมภาพ เช่น Pinterest ด้วย เพราะภาพจากแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อโดยไม่ระบุเจ้าของภาพหรือแหล่งที่มาเดิม

[caption id="attachment_18166" align="aligncenter" width="1931"]

ตัวอย่างการตรวจสอบภาพ[/caption]

[caption id="attachment_18167" align="aligncenter" width="1515"]

ผลการค้นหาที่มาภาพด้วย Google Lens[/caption]

2. ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจจับ AI

หากค้นหาที่มาของภาพแล้วยังไม่พบข้อมูล สามารถใช้เครื่องมือตรวจสอบเพิ่มเติมได้ เช่น

  • Hive Moderationใช้ประเมินว่าภาพหรือเนื้อหาที่นำไปตรวจมีแนวโน้มสร้างด้วย AI หรือไม่
  • SynthIDหากสงสัยว่าเนื้อหาสร้างหรือแก้ไขด้วยเครื่องมือ AI ของ Google สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีลายน้ำดิจิทัลได้
  • Verify OpenAI-generated content ใช้สำหรับตรวจสอบเนื้อหา ภาพ ที่ถูกดัดแปลงด้วยโมเดล AI ของ Open AI เช่น Chat GPT
  • meta.ai ใช้สำหรับตรวจสอบเนื้อหา ภาพ ที่ถูกสร้างด้วย Meta AI

ข้อจำกัดคือบางภาพหากถูกดัดแปลงด้วย AI แล้ว นำไปตกแต่งภาพ สี ฟิลเตอร์เพิ่มเติม อาจนำตรวจสอบแล้วทำให้ผลลัพธ์ไม่แม่นยำ หรือตรวจแล้วผลไม่ขึ้นชัดเจน

3. ตรวจสอบความสอดคล้องของภาพและคลิป

นอกจากตรวจสอบด้วยเครื่องมือแล้ว ควรพิจารณารายละเอียดภายในภาพและวิดีโอประกอบกัน เช่น

  • ใบหน้าและรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดสังเกตระหว่างภาพหรือไม่
  • แสงและเงาบนใบหน้าสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมหรือไม่
  • รายละเอียดของมือ นิ้ว เครื่องประดับ ตัวอักษร หรือวัตถุรอบตัวผิดธรรมชาติหรือไม่
  • ในวิดีโอ การเคลื่อนไหวของปากตรงกับเสียงพูดหรือไม่

ข้อสังเกตเหล่านี้ช่วยให้ตั้งข้อสงสัยได้ แต่ไม่สามารถใช้ฟันธงได้ด้วยตัวเอง เพราะ AI รุ่นใหม่สามารถสร้างภาพและวิดีโอที่มีรายละเอียดสมจริงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาพจริงที่ผ่านการบีบอัดหรือตัดต่อก็อาจมีความผิดปกติได้เช่นกัน

4. ตรวจสอบตัวตน ไม่ใช่แค่ตรวจสอบรูป

หากกำลังพูดคุยกับบุคคลที่รู้จักผ่านแอปฯ หาคู่หรือโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น ประวัติบัญชี การโพสต์ย้อนหลัง ความสอดคล้องของข้อมูลส่วนตัว และความเชื่อมโยงกับบัญชีอื่น

หากอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง อาจขอพูดคุยผ่านวิดีโอคอลแบบโต้ตอบตามสถานการณ์ที่ตกลงกัน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าวิดีโอคอลไม่ได้ยืนยันตัวตนได้ เพราะเทคโนโลยี Deepfake AI สามารถปลอมภาพและเสียงสามารถนำมาใช้หลอกลวงได้เช่นกัน

หากอีกฝ่ายเร่งสร้างความสนิทสนม ขอเงิน ชักชวนลงทุน ขอรหัสผ่านหรือ OTP หรือกดดันให้ส่งภาพส่วนตัว ควรหยุดการให้ข้อมูลและตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นก่อน

หากถูกขโมยภาพไปแอบอ้าง ต้องทำอย่างไร ?

หากพบว่ามีผู้ใช้ภาพของตนเองสร้างบัญชีปลอม หรือนำภาพไปดัดแปลงด้วย AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ควรดำเนินการดังนี้

  • เก็บหลักฐานก่อนแจ้งลบ

บันทึกภาพหน้าจอของบัญชีปลอม รูปภาพและคลิปที่ถูกนำไปใช้ ชื่อบัญชี URL ของโปรไฟล์และโพสต์ วันเวลาเผยแพร่ ตลอดจนข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง หากมีผู้เสียหายจากการหลอกลวง ควรเก็บหลักฐานการเรียกรับเงินหรือการโอนเงินไว้ด้วย

  • รายงานบัญชีและเนื้อหาต่อแพลตฟอร์ม

ใช้ระบบรายงานของ Facebook, Instagram, TikTok หรือแพลตฟอร์มที่พบเนื้อหา โดยเลือกเหตุผลให้ตรงกับกรณี เช่น แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ละเมิดสิทธิในภาพ หรือเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ยินยอม หากเป็นไปได้ ให้ขอให้ผู้ดูแลกลุ่มช่วยตรวจสอบและนำเนื้อหาออกด้วย

  • แจ้งความกับตำรวจ

ผู้เสียหายสามารถนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ หรือแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่https://thaipoliceonline.go.th/และขอคำแนะนำจากสายด่วน AOC 1441 หากมีความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์

หากถูกนำภาพไปใช้ในลักษณะลามกอนาจาร ข่มขู่ หรือเรียกเงิน ควรแจ้งรายละเอียดเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพราะอาจเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเพิ่มเติม

  • ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากภาพถูกเผยแพร่ต่อเนื่องหรือมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล อาจขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงขอให้แพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานการนำเนื้อหาออก

ที่มา: https://www.facebook.com/reel/1296027759316526

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนฝนลด - ภาคใต้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ 8-13 พ.ย.

38 นาทีที่แล้ว

Misleading ‘mass 2026 protest in Thailand’ clip uses last year’s India footage, AI images and old rally scenes

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

สกัดขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสิทธิเด็กต่างชาติ! กำชับ รพ.เอกชนแจ้งเกิดออนไลน์ 1 ธ.ค.

ไทยโพสต์

วอดทั้งหลัง! พ่อค้าเสื้อผ้ามือสองเมืองชลเข่าทรุด เพื่อนบ้านโทรแจ้งไฟไหม้กลับมาบ้านกลายเป็นเถ้าถ่าน

เดลินิวส์

อึ้ง!พบหนุ่มอุบลฯปีนที่สูงโวยวายต้องกล่อมกันวุ่น จบด้วยช่วยค่ารถค่าข้าว ซ้ำ 8 วัน 4 ครั้ง ตั้งแต่ลำพูน-วังโป่ง

Manager Online

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 12 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ใต้ฝนหนักถึงหนักมาก

The Bangkok Insight

ประกาศฉบับ 12 กรมอุตุฯ เตือน 7–9 พ.ย. ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมาก

PPTV HD 36
วิดีโอ

รฟท. เปิดที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี จัดรถไฟ 4 ขบวนจอดรับส่งตรงถึงหน้างานพืชสวนโลก 69

BRIGHTTV.CO.TH
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...