พล.อ.ประยุทธ์์ เตือนยิงเลเซอร์การเมืองไม่เหมาะในช่วงแก้วิกฤตCOVID
วันนี้(12พ.ค.63) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การประชุม ครม.วันนี้ เป็นการประชุมเต็มคณะ ครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ซึ่งเหมือนกับนักเรียนที่เพิ่งเปิดเทอม ที่รัฐมนตรีทุกคนได้มาพบประกัน และยินดีที่ได้เห็นทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานต่อ ยืนยันว่าการทำงานจะรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย และขอขอบคุณ ประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับการแก้ปัญหานี้
นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า การประชุมวันนี้ไม่ได้นำวาระแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทยจำกัดเข้าหารือ เนื่องจากการจัดทำแผนนี้จำเป็นต้องหารือทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรก่อนที่จะสรุป และนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ย้ำว่าแผนฟื้นฟูของการบินไทยจะต้องเป็นแผนที่มีประสิทธิผล และอยากจะให้บุคลากรในการบินไทยเข้าใจว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะฟื้นฟูองค์กรไม่ได้ขัดแย้งกับใคร พร้อมฝากไปถึงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ให้เข้าใจเจตนาของรัฐบาลด้วย พร้อมยืนยัน ว่ารัฐบาลยังไม่ได้พูดคุย แนวทางการค้ำประกันเงินกู้เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาของการบินไทยดังนั้นต้องให้มีกระบวนการทำให้แผนฟื้นฟูมีความชัดเจนก่อนที่จะนำมาพิจารณาใน ครม.
พลเอกประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่คณะก้าวหน้าออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าได้ยิงเลเซอร์ข้อความในสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 10 พฤษภาคม 2553 และไม่ขอตอบคำถามเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่เห็นว่าในช่วงเวลาสถานการณ์ขณะนี้ คงไม่เหมาะสมที่จะออกมาเคลื่อนไหว และนำเรื่องอื่นๆมาเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่จะต้องแก้ไขสถานการณ์สำคัญของประเทศ
ในช่วงนี้ขออย่าให้มีการออกมาทำให้สังคมเกิดความสับสน ในขณะที่ประชาชนเองต้องคิดและตัดสินใจ กลั่นกรองข่าวสารที่ออกมาว่าถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือประเทศต้องการความรักความสามัคคีของคนไทยทุกคน
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้เยียวยาผู้ที่รับผลกระทบเกี่ยวกับการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาไปแล้ว ซึ่งไม่ได้มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องทุกอย่างเป็นเรื่องการดูแลประชาชน และย้ำว่า การดูแลประชาชนทั้งหมดนั้นจะต้องอยู่บนหลักของกฎหมาย และขอให้ประชาชนทุกคนปรับวิธีการใช้ชีวิตใหม่ หรือ New nolmal
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เห็นภาพ ของตู้ปันสุข ที่เป็นการดูแลซึ่งกันและกัน และขอชื่นชมคนที่เป็นผู้ให้ และอยากจะฝากไปถึงผู้รับว่าต้องมีจิตสำนึกและขออย่าให้เห็นภาพการนำเสนอผ่านสื่อที่มีประชาชนไปรุม หยิบเอาของจนหลายคนไม่มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือ และอยากจะให้ทุกคนช่วยเหลือกันเพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าวันที่ 15 พฤษภาคมนี้คณะกรรมการใน ศบค.จะลงพื้นที่เพื่อติดตามความพร้อมของกิจการร้านค้าที่จะได้รับการผ่อนปรนให้เปิดบริการในระยะที่2 ว่ามีมาตรฐานในการดูแลเมื่อเปิดให้บริการอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้หากเห็นว่ามีประสิทธิภาพ ก็จะนำไปเป็นตัวอย่างให้กับสถานประกอบการอื่นอื่นอีกต่อไป แต่ย้ำว่า ทุกกิจการเมื่อมีการผ่อนปรนแล้วจะต้องรักษามาตรฐาน ด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดต่อไปเพราะหากหย่อนยาน เมื่อสั่งให้เปิดได้ก็สั่งให้ปิดไม่ให้บริการได้เช่นกัน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า จะต้องพิจารณาเรื่องมาตรฐานของสาธารณสุขเป็นหลัก พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้สั่งการให้หน่วยงานของรัฐ ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่าจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.นี้ไว้หรือไม่ แต่ทราบว่ามีสื่อจัดทำโพลนี้ไปแล้ว ซึ่งผลที่ออกมาจะเห็นว่ากว่าร้อยละ 88 ก็เห็นด้วยที่จะให้คง พ.ร.ก.ต่อไป และแม้ว่าวันใดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์แต่ทุกคนจะยังคงช่วยกันคงมาตรการเอาไว้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ครู และศิษย์เก่าร่วมกันกระทำชำเรานักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดมุกดาหาร โดยยืนยันว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย หากผู้กระทำผิด ก็ต้องถูกลงโทษ