กทม.กางแผน 3 ระยะ รับมือขยะน้ำท่วม ลุย Big Cleaning หลังน้ำลด
วันนี้ (28 ก.ย.2569) กรุงเทพมหานคร วางแผนรับมือปัญหาขยะและสิ่งปฏิกูลจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั้ง 50 สำนักงานเขต เพื่อให้การจัดเก็บขยะทำได้ต่อเนื่องแม้บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูง พร้อมให้ความสำคัญกับการป้องกันมลพิษ และโรคติดต่อที่อาจมากับน้ำ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 เตรียมพร้อมก่อนน้ำมา
ก่อนเกิดภัย แต่ละสำนักงานเขตต้องตรวจสอบกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร รถเก็บขยะ อุปกรณ์จัดเก็บขยะ รวมถึงเรือท้องแบน ให้พร้อมนำออกปฏิบัติงานได้ทันที หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงหรือมีพื้นที่ถูกน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังต้องสำรวจจุดเสี่ยงที่อาจมีขยะไปอุดตันทางน้ำ รวมถึงกำหนดพื้นที่สำหรับรวบรวมขยะชั่วคราวในจุดที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ขยะถูกน้ำพัดกระจายและกลายเป็นปัญหาซ้ำเติมระบบระบายน้ำ
ระยะที่ 2 น้ำท่วมแล้ว เปลี่ยนวิธีตามระดับน้ำ
เมื่อเกิดน้ำท่วม กทม.จะกำหนดรอบจัดเก็บขยะให้ชัดเจน โดยตั้งเป้าเข้าจัดเก็บทุก 2-3 วัน หรือเร็วกว่านั้นหากถังขยะเต็ม เพื่อป้องกันขยะตกค้างสะสมเป็นเวลานาน
ที่สำคัญคือ วิธีเก็บขยะจะเปลี่ยนไปตามระดับน้ำ หากน้ำท่วมไม่สูง รถอัดขยะขนาด 2 ตันและ 5 ตัน ยังสามารถเข้าไปเก็บได้ แต่หากรถเข้าไม่ถึง เจ้าหน้าที่จะตั้งจุดจอดรถในบริเวณที่น้ำไม่ท่วม แล้วใช้ถังขยะขนาด 660 ลิตรสำหรับรวบรวมและลากขยะออกมายังจุดที่รถจอดอยู่
หากระดับน้ำอยู่ในระดับปานกลาง จะเปลี่ยนมาใช้รถกระบะบรรทุกแบบเทท้าย โดยจะปฏิบัติงานเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังไม่สูงจนกระทบต่อการทำงานของรถ
ส่วนพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงจนรถไม่สามารถเข้าได้ กทม.จะใช้ เรือท้องแบนติดตั้งถังขยะขนาด 660 ลิตร เข้าไปรับถุงขยะจากประชาชน ก่อนนำกลับมายังจุดที่รถเก็บขยะสามารถเข้าถึง เพื่อขนย้ายต่อไป
ใช้ระบบ "จับคู่เขต" ช่วยพื้นที่วิกฤต
หากบางเขตประสบปัญหาน้ำท่วมหนักจนกำลังคนและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ จะใช้ระบบ Pairing System หรือระบบจับคู่ช่วยเหลือ โดยนำทรัพยากรจากเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า รวมถึงสำนักสิ่งแวดล้อม เข้าไปสนับสนุนพื้นที่วิกฤต
การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งบุคลากร รถเก็บขนขยะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้พื้นที่ที่มีปัญหาหนักสามารถจัดการขยะได้ต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้ขยะสะสมจนกลายเป็นปัญหาด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน กทม.กำชับเจ้าหน้าที่เก็บขนขยะให้ป้องกันตัวเองจากน้ำท่วม โดยต้องสวมชุดกันน้ำและถุงมือยาง เนื่องจากน้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู
ระยะ 3 น้ำลดแล้วยังไม่จบ ต้อง "Big Cleaning"
หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย กทม.จะเข้าสู่ระยะฟื้นฟู โดยจะจัดจุดรวบรวมขยะชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย และขยะฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนนำมาทิ้งตามจุดและเวลาที่สำนักงานเขตกำหนด
จากนั้นจะระดมกำลังทำ Big Cleaning หรือการทำความสะอาดครั้งใหญ่ โดยประสานสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าช่วยกันเก็บขยะ ดินโคลน และสิ่งสกปรกที่ตกค้างจากน้ำท่วม รวมถึงฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ บำบัดน้ำเสีย และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว
เมื่อการจัดการขยะในพื้นที่เสร็จสิ้น จะเร่งปิดจุดพักขยะชั่วคราว และนำรถเก็บขนขยะกลับไปปฏิบัติงานตามปกติ พร้อมปรับปรุงพื้นที่ที่ใช้เป็นจุดพักขยะให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
ขอประชาชนช่วยแยกขยะ ลดปัญหาระหว่างน้ำท่วม
สำนักสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ช่วยลดปริมาณและปัญหาขยะ โดยเฉพาะ ขยะติดเชื้อ สิ่งปฏิกูล และเศษอาหาร ควรใส่ถุงและผูกปากให้มิดชิด เพื่อป้องกันการรั่วไหลลงสู่กระแสน้ำ
สำหรับขยะแห้ง ขอให้นำไปวางไว้บนที่สูง เพื่อรอเจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บ ส่วนขยะชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย ควรรวบรวมและนำไปทิ้งยังจุดรับขยะชิ้นใหญ่ที่สำนักงานเขตกำหนด
ประชาชนที่พบปัญหาขยะตกค้าง หรือต้องการความช่วยเหลือด้านการจัดเก็บสิ่งปฏิกูล สามารถติดต่อ ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะของสำนักงานเขตในพื้นที่ แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือโทรสายด่วน กทม. 1555 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าว :
เตือน 3 จังหวัดรับมือน้ำสูงขึ้น กรมชลฯ หน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ออกมาตรการ เยียวยา“ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
เฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ำรับสถานการณ์ฝน ปรับแผนระบายน้ำวันต่อวัน
"สิตางศุ์" ฉายภาพอุทกภัย 69 ฝนถล่มหลายพื้นที่ น้ำท่วมกระจายทั่วหลายลุ่มน้ำ