โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถจมน้ำ-รถน้ำท่วม ประกันจ่ายกี่บาท เช็กเกณฑ์ประเมิน-ขั้นตอนเคลมประกันภัย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนของอาคารบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม รวมไปถึงรถยนต์ จักรยานยนต์ ยานพาหนะต่างๆที่จมไปกับน้ำ หรือได้รับความเสียหายจากน้ำที่กระทบกับเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ซึ่งในส่วนของบ้านเรือน นอกเหนือจากความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่แต่ละคนทำไว้แล้ว ภาครัฐฯยังมีมาตรการเยียวยาน้ำท่วมสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ

แต่ในส่วนของรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือยานพาหนะต่างๆที่ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ "รถจมน้ำ" ซึ่งบางคันอาจจะเสียหายเล็กน้อย แต่บางคันถูกท่วมทั้งคันไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนต่อได้ แน่นอนว่าเจ้าของรถทุกคันที่โดนน้ำท่วมจะต้องตั้งคำถามว่า แล้วรถที่จมน้ำ หรือ รถที่ถูกน้ำท่วมนี้ จะสามารถเคลมประกัน หรือ บริษัทฯประกันภัยต่างๆจะคุ้มครองไหม หรือหากเคลมได้ จะมีเงื่อนไข หรือหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินอย่างไร ได้เงินกี่บาท จากคำถามที่เกิดขึ้น วันนี้ "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมข้อมูลจากคปภ.และรัฐบาล มานำเสนอดังนี้

เปิดเรต 5 ระดับเช็กความเสียหาย "รถน้ำท่วม" -"รถจมน้ำ" บริษัทประกันภัยจ่ายเคลมให้กี่บาท

  • ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท
  • ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซล 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน บริษัทฯจะคืนทุนประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
เปิดเรต 5 ระดับเช็กความเสียหาย

เช็ก 4 ขั้นตอน ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเคลม กรณีรถยนต์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัย

  • ทั้งในส่วนของประกันภัยรถยนต์ว่าเป็นแบบไหน หากเป็นประกันประเภท 1 จะคุ้มครอง แต่หากเป็นประเภท 2+ หรือ 3+ต้องตรวจสอบว่าได้ซื้อความคุ้มครองเสริมกรณีน้ำท่วมรถไว้หรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 เก็บหลักฐานความเสียหาย

  • หากรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ อย่าลืมถ่ายรูป หรือถ่ายวีดีโอรอบตัวรถ โดยถ่ายให้เห็นสภาพรถทั้งคันทั้งภายในภายนอก ห้องเครื่อง ระดับน้ำที่ท่วม (ห้ามสตาร์ทรถหากรถถูกน้ำท่วมหรือรถจมน้ำ)

ขั้นตอนที่ 3 แจ้งความเสียหายกับบริษัทประกันภัย

  • โดยควรจะติดต่อให้เร็วที่สุด ซึ่งสามารถแจ้งผ่านคอลเซ็นเตอร์ หรือผ่านแอปพลิเคชันของแต่ละบริษัท โดยแจ้งรายละเอียดเบื้องต้น อาทิ เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน-เวลา-สถานที่เกิดเหตุ รวมถึงลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบเคลมให้ผู้เอาประกันภัยเพื่อนำไปติดตามเรื่องและนัดเจ้าหน้าที่สำรวจเข้ามาประเมินหน้างาน

ขั้นตอนที่ 4 รวบรวมเอกสารประกอบการเบิกค่าสินไหมทดแทน

  • ในขั้นตอนนี้ต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน ,หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน,รูปถ่ายความเสียหาย,สำเนาทะเบียนรถและเอกสารประกอบอื่นๆในกรณีที่บริษัทประกันภัยร้องขอ

อัปเดตเงื่อนไข หลักเกณฑ์เพิ่มเติมที่คปภ.ประชุมร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยล่าสุด (28 ก.ย.69)

  • พิสูจน์ความเสียหายชัดเจน จ่ายใน 7 วัน: กรณีสามารถตรวจสอบและยืนยันความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันมีความพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายในไม่เกิน 7 วัน (ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
  • เคส Total Loss : รถยนต์ที่เสียหายรุนแรง บริษัทประกันจะเร่งจัดเตรียมเอกสารและประเมินความเสียหายไปพร้อมกัน เพื่ออนุมัติจ่ายทุนประกันให้เร็วที่สุด
  • รถติดไฟแนนซ์/ติดเช่าซื้อ : คปภ. ประสานความร่วมมือกับ สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดส่งเอกสารระหว่างสถาบันการเงิน ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทน

เช็กเงื่อนไขรถสันดาป -รถ EV แยกเกณฑ์ประเมินความเสียหาย

รถสันดาป

  • ใช้เกณฑ์ประเมิน 5 ระดับ A-E ของ คปภ.
  • พิจารณาตามระดับน้ำและความเสียหายของตัวรถ
  • จ่ายค่าสินไหมตามความเสียหายจริงและเงื่อนไขกรมธรรม์

รถ EV

  • ประเมินตัวรถ + แบตเตอรี่พร้อมกัน
  • ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ฟื้นฟูได้หรือไม่
  • หากซ่อมไม่ได้หรือไม่ปลอดภัย อาจเข้าข่าย Total Loss
  • ต้องอ้างอิงแนวทางของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อและรุ่นประกอบการพิจารณา
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...