‘หมอเด็ก’ ย้ำ ผู้ปกครองระวังช่วงน้ำท่วม ห่วง 4 โรคเสี่ยง
ระบุ โรคระบบทางเดินหายใจ ไข้เลือดออก ฉี่หนู โรคจากอาหารและน้ำปนเปื้อน พร้อมย้ำสังเกตสัญญาณอันตราย รีบพาเด็กพบแพทย์ ขณะที่ รพ.ใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงเปิดบริการตามปกติ แต่ปรับลดบริการ เปิดทางเลือกผู้ป่วยเลื่อนนัด ใช้บริการตรวจทางไกล
สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีนัดเข้ารับบริการทางการแพทย์ โดยโรงพยาบาลขนาดใหญ่ใน กทม. ยังคงเปิดให้บริการช่วงวันที่ 28–29 กันยายน 2569 แต่บางแห่งปรับลดกำลังและเปิดทางเลือกให้ผู้ป่วยเลื่อนนัดหรือใช้บริการตรวจทางไกล
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แจ้งว่า วันที่ 28–29 กันยายน ยังคงเปิดให้บริการทุกระบบตามปกติ หากผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือเดินทางไม่สะดวก สามารถติดต่อขอเลื่อนนัดได้ที่ 02-256-4000 ต่อ 64460, 64461, 64462, 64464 และ 64466 ซึ่งเปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษถึงวันที่ 29 กันยายน เวลา 08.00–16.00 น. ส่วนระบบบริการพิเศษ นอกเวลาราชการ และนวัตบริบาล โทร. 02-256-5193
โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า ยังคงเปิดให้บริการตามนัดหมายในวันที่ 28–29 กันยายน แต่ผลกระทบจากอุทกภัยทำให้ต้องปรับลดอัตรากำลังการให้บริการบางส่วน ผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถขอเลื่อนนัดหรือเปลี่ยนเป็น การตรวจทางไกล (Telemedicine) ได้ โดยผู้ป่วยเก่าติดต่อหมายเลขตามบัตรนัดหรือผ่าน RAMA App ส่วนผู้ป่วยทั่วไป โทร. 0-2201-1000 และ 0-2200-3000 และผู้ป่วยระบบพรีเมียม โทร. 0-2200-4336
ขณะที่ สถาบันโรคทรวงอก ขอความร่วมมือผู้ป่วยที่มีนัดตรวจและมีอาการคงที่ พิจารณาเลื่อนนัดออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทาง พร้อมจัดจุดรับ-ส่งสำหรับผู้ที่มีความจำเป็น ส่วนกรณีฉุกเฉิน แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลยังคงเปิดให้บริการ และประชาชนสามารถโทรสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เตือนผู้ปกครองว่า ช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วม เด็กมีความเสี่ยงทั้งโรคติดเชื้อและอุบัติเหตุ โดยโรคที่ต้องเฝ้าระวังแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ โรคจากน้ำและอาหาร โรคที่มียุงลายเป็นพาหะ และโรคระบบทางเดินหายใจ
โรคที่พบได้ เช่น อุจจาระร่วง โรคฉี่หนู ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ RSV โรคมือเท้าปาก และโรคตาแดง
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงน้ำท่วมคือ การจมน้ำและไฟฟ้าดูด โดยผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เล่นหรือลุยน้ำ และตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมถึง
สำหรับ ไข้เลือดออก แพทย์ย้ำว่า ช่วงที่ไข้เริ่มลดไม่ได้หมายความว่าอาการปลอดภัย เพราะอาจเข้าสู่ระยะอันตราย หากเด็กซึม ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา อาเจียนมาก มือเท้าเย็น หรือมีเลือดออก ควรรีบพบแพทย์ และใช้พาราเซตามอลลดไข้ โดยหลีกเลี่ยงแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs
ส่วน โรคฉี่หนู ต้องระวังเป็นพิเศษหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดน่องมาก หรือตาแดง หลังสัมผัสน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์
ขณะที่เด็กที่มี โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือ RSV หากมีอาการหอบ หายใจมีเสียงวี้ด หรือดูดนมไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์ ส่วนโรคมือเท้าปาก หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หายใจหอบ สะดุ้งผวาขณะหลับ หรือมือสั่น ต้องรีบพบแพทย์เช่นกัน
แพทย์แนะนำผู้ปกครองลดความเสี่ยงด้วยการให้เด็กรับวัคซีนตามกำหนด รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังโดยไม่จำเป็น
สำหรับผู้ที่มีนัดรักษาในช่วงน้ำท่วม หากอาการคงที่และเดินทางลำบาก ควรโทรสอบถามโรงพยาบาลก่อนเดินทาง เพื่อพิจารณาเลื่อนนัดหรือใช้บริการ Telemedicine ขณะที่กรณีฉุกเฉินให้โทร 1669 ทันที