ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อกีฬา? ชวนค้นหาเหตุผลเชิงจิตวิทยาเบื้องหลังความนิยมของ “กีฬาเอ็กซ์ตรีม”
ขึ้นชื่อว่า “เอ็กซ์ตรีม” ย่อมต้องสุดขีดสมชื่อของมัน วันนี้ “คิด” จะพาคุณไปรู้จักอีกแง่มุมหนึ่งของกีฬาเอ็กซ์ตรีม ว่าเพราะเหตุใด กีฬาที่เสี่ยงต่อชีวิตและการบาดเจ็บเหล่านี้จึงไม่เคยหายไปจากกระแสโลก และยังคงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามมาจนถึงทุกวันนี้
กีฬาเอ็กซ์ตรีม (Extreme Sports) คืออะไร
กีฬาเอ็กซ์ตรีม เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกกีฬาที่ต้องอาศัยพละกำลังและมีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสูง ความเร็ว ความท้าทายจากธรรมชาติ หรือแม้แต่การก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกาย กีฬาเอ็กซ์ตรีมส่วนใหญ่ถูกจำกัดความว่าเป็น ‘กีฬาทางเลือก’ นอกเหนือจากกีฬาทั่วไป เนื่องจากพวกมันทำให้เกิดความตื่นเต้น (ไปจนถึงตื่นตระหนก) จนเกิดการหลั่งสารอะดรีนาลีนจำนวนมาก กีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงปี 1990s และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปีจนถึงปัจจุบัน
Jörg Angeli / Unsplash
เสี่ยงขนาดนี้ ทำไมคนถึงยังนิยมเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม
สำหรับหลาย ๆ คน ความคิดที่จะกระโดดหน้าผา ปีนเขาโดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน กระโดดร่มดิ่งพสุธาจากความสูงหมื่นฟีตนั้นอาจไม่เคยมีอยู่ในหัวมาก่อนเลย แต่หลายคนก็อาจจะเคยสงสัย ตั้งคำถาม ไปจนถึงตั้งแง่ในใจว่า ทำไมคนเราต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเล่นกีฬาเหล่านี้ด้วย
แต่ในทางจิตวิทยานั้น แน่นอนว่ามีคำอธิบาย ศาสตราจารย์อิริก ไบรเมอร์ (Eric Brymer, PhD) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีดส์ แบ็กเค็ตต์ (Leeds Beckett University) ในสหราชอาณาจักร ผู้ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแทบจะทั้งตลอดชีวิตการทำงานของเขา ได้อธิบายเกี่ยวกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมไว้ว่า จากการที่เขาได้สัมภาษณ์นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาหลายสิบคน ทำให้ค้นพบว่า ผู้เข้าร่วมงานวิจัยของเขาไม่ได้ชอบความเสี่ยงหรือโฟกัสที่การหลั่งสารอะดรีนาลีนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน กีฬาเอ็กซ์ตรีมช่วยให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ความเป็นตัวเอง และรู้สึกสงบหรืออาจรู้สึกไปเหนือกว่านั้น “มีอีกมุมมองหนึ่งที่มีคนบอกว่าค่อนข้างยากจะอธิบาย” ไบร์เมอร์กล่าว “ความรู้สึกราวกับได้กลับบ้าน”
ความ ‘ยากจะอธิบาย’ นี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิจัยทั้งหลายนั้นยากที่จะทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของมนุษย์ที่ชอบเล่นกีฬาเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกัน ในช่วงต้นทศวรรษ 1970s นักจิตวิทยาได้พัฒนาสิ่งที่เรียกว่า ‘การประเมินค่าการแสวงหาการสัมผัส’หรือ Sensation-Seeking Scale หลังจากนั้นการค้นคว้าเกี่ยวกับการแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในกีฬาเอ็กซ์ตรีมของนักวิจัยก็ง่ายขึ้น โดยการแสวงหาการสัมผัสที่ว่านี้ ในทางจิตวิทยาอธิบายไว้ว่า เป็นความต้องการอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่อยากจะสัมผัสกับอะไรที่แปลกใหม่และเข้มข้น ซึ่งบุคคลที่มีการแสวงหาการสัมผัสสูง (High-Sensation Seeker) จะมีแนวโน้มปรารถนาที่จะทำอะไรเสี่ยง ๆ มีความรู้สึกในทางบวกกับอะไรที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ และแปลกใหม่ เช่น การชอบขับรถเร็ว การชอบดูภาพยนตร์สยองขวัญ หรือการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม เป็นต้น ในขณะที่ผู้ที่มีการแสวงหาการสัมผัสต่ำ (Low-Sensation Seeker) นั้นจะไม่ชื่นชอบความเสี่ยง ไม่มีความรู้สึกว่าควรแสวงหาความแปลกใหม่หรือความเสี่ยงใด ๆ เพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต
ไบรเมอร์ได้กล่าวถึงจิตวิทยาเบื้องหลังการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมในพอดแคสต์ Speaking of Psychology โดยสมาคมจิตวิทยาอเมริกันว่า คำถามที่ว่าทำไมคนชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมนั้น แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ทำไมคนถึงเริ่มสนใจที่จะเริ่มเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม และทำไมพวกเขาถึงได้ตัดสินใจที่จะเล่นต่อ หากจะพูดถึงแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมก็คงหนีไม่พ้นการไร้ซึ่งความกลัว การกล้าที่จะเสี่ยง หรือแม้แต่การอยากตาย และคงดึงดูดเพียงแค่คนที่ชอบความเสี่ยงให้เข้ามาเล่นเท่านั้น แต่จากการสัมภาษณ์ในงานวิจัยของไบรเมอร์ เขาพบว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
Juup Schram / Unsplash
คนส่วนใหญ่ที่เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม พบว่าพวกเขาชอบความรู้สึกที่สามารถก้าวผ่านความยากลำบากของกีฬาเหล่านั้นได้ กว่าจะเล่นกีฬาที่อันตรายต่อชีวิตเหล่านี้ แน่นอนว่าต้องมีการศึกษาอย่างหนัก และฝึกฝนให้ดีพอเพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น และกระบวนการเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้ความสำเร็จในใจหลังจากได้ผ่านการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมนั้นแสนหอมหวาน บางงานวิจัยได้กล่าวถึงการหลั่งสารอะดรีนาลีนที่เกิดจากความตื่นเต้น ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีพลังและมีสมาธิขึ้นมาชั่วขณะ ความรู้สึกเหล่านี้ก็อาจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีคนมากมายติดใจในกีฬาเอ็กซ์ตรีม
โดยจุดเริ่มต้นของแต่ละคนนั้นก็หลากหลายแตกต่างกันออกไปเหมือนกับความเป็นมนุษย์ บางคนเริ่มเล่นเซิร์ฟเพราะครอบครัวเล่นเซิร์ฟ แต่มีเพียงเขาคนเดียวที่เล่นเซิร์ฟในรูปแบบของกีฬาเอ็กซ์ตรีม คือชื่นชอบการเล่นโต้คลื่นยักษ์ (Big Wave Surfing) ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างบางคนของไบรเมอร์บอกว่า พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเคยมีความสนใจในกีฬาเอ็กซ์ตรีมเลย
ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เริ่มเล่นดิ่งพสุธา (BASE Jumping) เพียงเพราะว่าได้เห็นรูปภาพในขณะดิ่งพสุธาของหมอคนหนึ่ง เธอกล่าวว่า เขาเป็นหมอ ในขณะเดียวกันก็เป็นนักดิ่งพสุธา มันดูเป็นอะไรที่น่าหลงใหลและเหมือนมีอะไรบางอย่างคลิกภายในตัวเธอ ทำให้หลังจากที่ได้พบกับหมอคนนั้น เธอก็ได้ใช้เวลา 6-7 ปีเรียนรู้เกี่ยวกับการดิ่งพสุธาเพื่อที่จะได้ดิ่งพสุธาจริง ๆ และคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่มีบางคนที่ไบรเมอร์สัมภาษณ์บอกกับเขาว่า ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมเพราะพวกเขาชอบแนวคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ อย่างเช่นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยคนหนึ่งขององค์กร BASE Jumping ที่ออสเตรเลีย
ไบรเมอร์ระบุว่า กลุ่มคนที่เขาได้สัมภาษณ์เพื่อทำงานวิจัยนั้นไม่ได้อยู่ในช่วงวัยที่เราจะนึกถึงเวลาพูดถึงนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมสักเท่าไรนัก พวกเขาไม่ใช่วัยรุ่นตอนปลาย ไม่ใช่คนหนุ่มสาวช่วงวัย 20 กว่า ๆ แต่คนที่เด็กที่สุดที่เขาเคยสัมภาษณ์นั้นอายุมากกว่า 30 ปี และคนที่อายุมากที่สุดอยู่ในช่วงวัย 70 ปี ซึ่งยังคงเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่พวกเขาชื่นชอบจนถึงทุกวันนี้
Dmitrii Eremin / Pexels
ดูยังไงว่ากีฬาชนิดไหนเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม
ไบรเมอร์ได้ให้คำจำกัดความกีฬาเอ็กซ์ตรีมในความคิดของเขาว่า ‘เสี่ยงต่อการเสียชีวิต’ ยกตัวอย่างเช่นการพายเรือคายัก หากเป็นการพายเรือในแม่น้ำที่น้ำนิ่งก็คงไม่มีอันตรายอะไรถึงชีวิต แตกต่างจากการพายเรือคายักเกรด 4 ที่เป็นการพายเรือในน้ำเชี่ยวกราก มีสิ่งกีดขวางอย่างเช่นโขดหิน คาดเดาความเร็วของกระแสน้ำไม่ได้ การช่วยเหลือเป็นไปได้ยาก หากเป็นการพายเรือคายักในแบบที่สอง ก็สามารถนิยามได้ว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม
ในน้ำนิ่ง คุณก็อาจจะเปียกสักหน่อย หรือไม่ก็หนาวสักเล็กน้อย ถ้ามีอะไรผิดพลาดคุณก็คงตกจากเรือ แต่หากเป็นการพายเรือคายักในแม่น้ำเกรด 4 หากคุณผิดพลาดขึ้นมา นั่นหมายถึงความเสี่ยงในการเสียชีวิตของคุณ ซึ่งในกีฬาปกติอย่างบาสเก็ตบอล แน่นอนว่ามีการใช้พละกำลังเหมือนกัน แต่บาสเก็ตบอลไม่ได้เล่นแล้วเสี่ยงตาย แต่หากจะให้บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมก็อาจจะทำได้ (แต่อย่าทำเลย) ให้ลองนึกถึงว่า มีคนถือปืนจ่อไว้ตลอดเวลา หากนักกีฬาชู้ตไม่เข้าห่วงแล้วจะโดนยิงหนึ่งนัด ดังนั้นความแตกต่างของกีฬาเอ็กซ์ตรีมกับกีฬาทั่วไปคือ ความเสี่ยงในชีวิตของผู้ที่เล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ แม้บางชนิดกีฬาจะไม่ได้ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต แต่หากพลาดขึ้นมาหนึ่งครั้ง คงไม่พ้นการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่ากีฬาอื่นทั่ว ๆ ไป และมีการใช้ขีดจำกัดของร่างกายที่อาจมากกว่ากีฬาประเภทอื่นนั่นเอง
Pxhere
กีฬาเอ็กซ์ตรีมในโอลิมปิก 2024
แม้ว่ากีฬาเอ็กซ์ตรีมจะมีหลากหลาย แต่กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ไม่อันตรายถึงชีวิตและถูกนำมาใช้ในการแข่งขันนั้นมีค่อนข้างจำกัด และมีความหมายถึงกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อม อย่างเช่น เบรกกิ้งหรือการเต้นเบรกแดนซ์ สเก็ตบอร์ด และจักรยาน BMX ฟรีสไตล์ที่เน้นการแข่งขันวาดลวดลายอันผาดโผน ซึ่งแน่นอนว่านักกีฬาต้องผ่านการฝึกซ้อมอันหนักหน่วงและอาจได้รับการบาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อมกันมาแล้วทั้งนั้น
มหกรรมกีฬาโอลิมปิกในปีนี้ จัตุรัสใจกลางกรุงปารีสที่สำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสอย่าง Place de la Concorde ได้ถูกเตรียมการให้กลายเป็นสนามกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง โดยจะมีการจัดการแข่งขันกีฬา 4 ชนิด ได้แก่ บาสเกตบอล 3×3, เบรกกิ้งหรือเบรกแดนซ์, จักรยาน BMX ฟรีสไตล์ และสเก็ตบอร์ด
ในส่วนของกีฬาสเก็ตบอร์ด ในปีนี้ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาหญิงที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายในปารีสเกมส์ครั้งนี้ สาวน้อยวัย 12 ปีที่ความสามารถและประสบการณ์ของเธอไม่ได้น้อยตามอายุเลย “เอสที” วารีรยา สุขเกษม ได้คว้าโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงปารีสได้สำเร็จ หลังจากได้สร้างผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี และเธอจะเข้าร่วมการแข่งขันที่ Place de la Concorde ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 นี้
เหตุผลในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป บางคนเล่นเพื่อความสนุก บางคนเล่นเพื่อให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนแห่งความตื่นเต้นอย่างอะดรีนาลีนออกมา บางคนเล่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสงบ ในขณะที่สำหรับหลาย ๆ คน กีฬาเอ็กซ์ตรีมคือเส้นทางแห่งความฝันในการเป็นนักกีฬามืออาชีพ แต่ไม่ว่าแต่ละคนจะมีเหตุผลที่เริ่มต้นเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมแตกต่างกันอย่างไร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาชนิดนี้มีเสน่ห์ที่ทำให้หลาย ๆ คนหลงใหลจึงเลือกที่จะเล่นต่อ แต่โปรดอย่าลืมว่าก่อนที่จะเริ่ม ควรมีการศึกษาในเรื่องความปลอดภัยให้มากเพียงพอ แล้วจึงไปต่อในเส้นทางแห่งกีฬาเอ็กซ์ตรีม
ที่มา : บทความ “Extreme Sports” จาก flypgs.com
บทความ “Why Do We Love Extreme Sports?” โดย David Ferry
บทความ “Sensation seeking – การแสวงหาการสัมผัส” จาก คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ็อดแคสต์ “Speaking of Psychology: Why are people drawn to extreme sports? With Eric Brymer, PhD” จาก American Psychological Association
บทความ “Place de la Concorde ที่ถูกแปลงโฉมเป็นสนามกีฬาเอ็กซ์ตรีม” โดย สมศักดิ์ จันทวิชชประภา
บทความ “ส.เอ็กซ์ตรีมฯไทย เชื่อ "วารีรยา" ติดท็อป 10 สเก็ตบอร์ดในโอลิมปิก 2024” โดย PPTV Online
เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา