โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 สัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรก" นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มเสี่ยงไหนต้องระวังเป็นพิเศษ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 15.00 น.
ภาพไฮไลต์

เปิดความเชื่อมโยงระหว่าง "ฮีทสโตรก" และ "สโตรก" (โรคหลอดเลือดสมอง) เมื่ออากาศร้อนจัดทำให้เลือดข้น-หัวใจทำงานหนัก จนเสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาต พร้อมแนะวิธีดูแลตัวเองและกลุ่มเสี่ยงในหน้าร้อน

อากาศร้อนจัดในเมืองไทยไม่ได้มีแค่ความหงุดหงิด แต่อาจแฝงภัยเงียบที่รุนแรงถึงชีวิตอย่าง "ฮีทสโตรก" (Heat Stroke) ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่าความร้อนที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส คือตัวจุดชนวนสำคัญที่นำไปสู่ "สโตรก" (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ในพริบตา

ฮีทสโตรก VS สโตรก ต่างกันอย่างไร?

แม้ชื่อจะคล้ายกันแต่มีกลไกต่างกัน "ฮีทสโตรก" คือภาวะที่ร่างกายระบายความร้อนไม่ทันจนอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ ส่วน "สโตรก" คือภาวะที่สมองขาดเลือดจากการที่หลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตก แม้จะไม่ใช่โรคเดียวกันแต่ความร้อนที่รุนแรงคือปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตกได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเดิมอยู่แล้ว

เช็ก 5 อาการสัญญาณเตือน "ฮีทสโตรก"

หากคุณหรือคนใกล้ชิดต้องอยู่กลางแจ้งหรือในที่อากาศร้อนจัด ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ดังนี้

ภาพจาก iStock
  • มีไข้สูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส
  • ปวดศีรษะ หน้ามืด เมื่อยล้า อ่อนเพลีย และอาจหมดสติได้
  • มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ชัก เพ้อ เดินโซเซ ตอบสนองช้า พูดจาสับสน
  • ไม่มีเหงื่อออก จากผลของต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติทำให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้น
  • อาจพบปัสสาวะสีเข้มผิดปกติจากภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย และอาจเกิดภาวะไตวายตามมาได้

4 กลไกอันตราย ทำไมความร้อนถึงทำให้สมองขาดเลือด?

อากาศร้อนจัดส่งผลกระทบต่อระบบเลือดและหัวใจอย่างรุนแรง ดังนี้

  • ภาวะขาดน้ำและเลือดข้น: เมื่อร่างกายเสียเหงื่อมาก เลือดจะมีความหนืดสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • หัวใจทำงานหนักเกินตัว: ร่างกายจะเร่งการเต้นของหัวใจเพื่อระบายความร้อน อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและเกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันในสมอง
  • ความดันโลหิตตก: การขยายตัวของหลอดเลือดเพื่อระบายร้อน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
  • การอักเสบทั่วร่างกาย: ฮีทสโตรกกระตุ้นให้ระบบแข็งตัวของเลือดทำงานผิดปกติ จนเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน

ใครบ้างคือ "กลุ่มเสี่ยง" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเมื่อต้องเผชิญอากาศร้อน ได้แก่ ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, โรคหัวใจ, ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่มีประวัติเคยเป็นสโตรกมาก่อน

วิธีป้องกันตัวและรับมืออากาศร้อนจัด

ภาพจาก iStock
  • จิบน้ำบ่อยๆ: ดื่มน้ำเปล่าตลอดวันแม้ไม่กระหาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • เลี่ยงแดดจัด: พยายามอยู่ในที่ร่มช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. หากต้องออกข้างนอกควรสวมหมวก กางร่ม และที่สำคัญห้ามทิ้งเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือผู้สูงอายุไว้ในรถที่จอดตากแดดเด็ดขาด
  • สวมเสื้อผ้าโปร่ง: เลือกผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป
  • ลดความร้อนสะสม: อาบน้ำเย็น หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามจุดชีพจร เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ
  • สังเกตอาการเตือน: หากมีอาการเวียนศีรษะ ตัวร้อนจัด ซึมลง คลื่นไส้ หรือชัก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • จัดการสภาพแวดล้อม : ปิดม่านหรือมู่ลี่เพื่อป้องกันความร้อนเข้าบ้าน และใช้เตาอบหรือเตาไฟให้น้อยที่สุด

การป้องกันฮีทสโตรกไม่ใช่แค่เรื่องการคลายร้อน แต่คือการลดความเสี่ยง "โรคหลอดเลือดสมอง" ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การใส่ใจสัญญาณเตือนเพียงเล็กน้อยอาจช่วยรักษาชีวิตและป้องกันความพิการได้

ข้อมูลโดย: พญ. พิมลพรรณ วิเสสสาระกูล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 สัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรก" นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มเสี่ยงไหนต้องระวังเป็นพิเศษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...