โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Museum of Bad Gifts: มหกรรมรวมของขวัญที่ผู้รับยี้ (แต่ถ้าอยู่ถูกที่ก็มีคุณค่า)

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 20.04 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 20.04 น.
the-museum-of-bad-grifts-cover

ไม่ว่าจะงานปาร์ตี้วันเกิด วันครบรอบต่าง ๆ ตลอดจนวันขึ้นปีใหม่ ไม่ว่างานเฉลิมฉลองไหน ๆ “ของขวัญ” ก็มักจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าร่วมทุกคนเสมอ สิ่งของซึ่งผ่านกระบวนการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี บรรจุในหีบห่อที่สวยงาม กลายเป็นอีกหนึ่งคุณค่าทางใจที่ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตรึงใจผู้รับได้ทั้งนั้น ทว่า… ของขวัญบางชิ้นก็มอบความรู้สึก “ตรึงใจ” แก่ผู้รับในรูปแบบที่ต่างออกไป

ในบรรดาของขวัญทั้งหมดที่ได้รับมาในชีวิต เชื่อเลยว่าทุกคนต้องเคยเจอ “ของขวัญยอดแย่” ที่ไม่มีวันลืมลง เป็นของขวัญที่เราฝืนยิ้มรับด้วยความยินดี (?) แล้วก็เขี่ยไปวางไว้ที่มุมห้องโดยไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร กระนั้นเอง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กลับมีนิทรรศการหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและให้ความเคารพแก่ของขวัญที่เราไม่ต้องการ ทั้งยังมอบการตีความและการปรับลุคใหม่ให้แก่สิ่งของในหลืบเน่า ๆ ให้มีคุณค่าและน่าสนใจมากขึ้น

(Mdjaff / Freepik)

เพราะทุกคนต่างก็มีของขวัญที่ไม่อยากได้
จุดเริ่มต้นของการสร้างนิทรรศการ The Museum of Bad Gifts ซึ่งจัดขึ้นที่ Northern Contemporary Gallery ในโตรอนโต ประเทศแคนาดา เกิดขึ้นจากความคิดของศิลปิน 4 ท่าน ได้แก่ สเตฟานี เอเวอรี่, ชาริ คาสมัน, มาร์ติน รีส และฌอน มาร์ตินเดล ที่กำลังระดมความคิดเพื่อหาสิ่งจัดแสดงในช่วงคริสต์มาสถึงปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่คนทั่วโลกต่างก็ต้องรับมือกับของขวัญที่ตนไม่ต้องการกันทั้งนั้น

“ของขวัญสุดห่วยเป็นประสบการณ์สากล ผู้คนทั่วโลกล้วนได้รับของขวัญที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเพราะเป็นการจำใจให้ด้วยหน้าที่ หรือความผิดพลาดจากการตัดสินใจ” คาสมันกล่าว โดยไอเดียข้างต้นนี้ ได้รับการตีความสู่การนำเสนอแนวทาง (สุดแสบสัน) ให้กับคำถามที่ว่า “จะทำอย่างไรกับของขวัญที่เราไม่เคยขอ ให้โดยคนที่เราไม่เคยชอบ และตอนนี้ถูกทิ้งอยู่ในมุมมืด” นั่นคือการขึงมันไว้บนผนัง แล้วก็ให้สาธารณชนชื่นชมมันเสียเลย!

หลังจากนั้นพวกเขาจึงเริ่มประกาศหาของขวัญห่วย ๆ เพื่อนำมาจัดแสดง ผ่านการบอกต่อเพื่อนฝูงและเพื่อนร่วมงานรอบตัว ซึ่งกว่าจะได้ของมาจัดแสดงแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะถึงแม้ทุกคนจะมีของขวัญแย่ ๆ อยู่ในมือ แต่ต่างคนก็ต่างก็ต้องสู้กับความท้าทายทั้งในแง่ของความรู้สึกและศีลธรรม โดยหนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลให้ทุกคนได้มากที่สุดก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่ให้ของขวัญ ดันมาเดินนิทรรศการนี้ แล้วก็บังเอิญเจอของขวัญที่ให้มาพอดี แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกส่วนที่อนุญาตให้นำของเหล่านั้นมาจัดแสดงง่าย ๆ อย่างไม่คิดอะไร “เพราะคนที่ให้ของขวัญได้ตายจากไปแล้ว” ไม่ว่าจะเป็นความหมายโดยตรงหรือโดยนัยก็ตาม

(Freepik)

อย่างไรก็ดี ทีมผู้จัดก็ยังยืนยันว่า นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชู ‘ของขวัญที่แย่’ มากกว่าจะเป็นการประณามตัวผู้ให้ ดังคำโปรยของนิทรรศการที่เขียนว่า “ไม่ว่าจะให้เพราะหน้าที่ มองตัวตนของเราผิดไป หรือแค่ไม่ได้แคร์เลย สุดท้าย ของขวัญแย่ ๆ ชิ้นนั้นก็จะยังมีพื้นที่พิเศษในใจและในบ้านของเราอยู่ดี” รวมถึงในกระบวนการเปิดรับของขวัญมาจัดแสดงเองก็มีการย้ำว่า “ของขวัญแย่ ๆ ทุกชิ้นควรได้รับการเฉลิมฉลองอย่างเท่าเทียมกัน”

ที่สุดแล้ว นิทรรศการนี้ก็ได้ของขวัญมาจัดแสดงราว 30 ชิ้น พร้อมกับเรื่องราวเบื้องหลังที่แตกต่างกันไป โดยมีหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือ ของขวัญทุกชิ้นล้วนเป็นของขวัญที่ผู้รับจัดว่าแย่ แม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่

“ของขวัญห่วย ๆ ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน มันเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล” คาสมันกล่าว พร้อมสนับสนุนว่าของขวัญที่แย่สำหรับบางคน ก็อาจจะเป็นเพชรล้ำค่าสำหรับคนอีกกลุ่มได้เหมือนกัน ซึ่งของขวัญบางส่วนที่ได้มานี้ บ้างก็เป็นการยืมมา และอีกส่วนก็เป็นการให้ขาด เพื่อนำไปต่อยอดสร้างคุณค่าในมิติต่าง ๆ ต่อไป

นิทรรศการ The Museum of Bad Gifts จัดแสดงของขวัญ อย่างเช่น เล็บแมวในถุงพลาสติก พร้อมด้วยคำอธิบายว่า “ฉันกับเพื่อนที่อังกฤษ มักจะส่งของขวัญแปลก ๆ ให้กันแบบนี้แหละ… แต่ถึงอย่างนั้น ถุงใส่เล็บแมวนี่ก็แปลกเกินไปสำหรับฉันอยู่ดี” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการล้อเล่นกันขำ ๆ ที่แค่เกินความคาดหมายของผู้รับไปเท่านั้น ทว่าของขวัญอีกหลายชิ้นที่จัดแสดง แม้จะดูเป็นของที่ใช้งานได้ดีและไม่เห็นว่าห่วยตรงไหน แต่กลับเป็นของขวัญที่สร้างรอยแผลในใจให้คนรับได้ไม่รู้ลืมเลย หนึ่งในนั้นคือชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำเงิน ที่ใครเห็นก็ต้องคิดว่ามันน่าจะเป็นของขวัญที่ดีได้ แต่เพราะนี่เป็นของขวัญวันคริสต์มาส ที่แฟน(เก่า)ที่คบกันมาถึง 7 ปี ขโมยจากที่ทำงานมาให้ มันเลยกลายเป็นของขวัญสุดห่วยแตกไปโดยปริยาย “เสื้อคลุมนี้มันห่วยมาก มันอาจจะใส่สบาย แต่คุณขโมยมันมาจากที่ทำงาน นั่นแปลว่าคุณแทบไม่ใส่ใจเลย” เจ้าของชุดคลุมเขียนอธิบาย

สิ่งนี้สอดคล้องกับของขวัญอีกจำนวนมากในนิทรรศการ ซึ่งกลายเป็นของขวัญที่ห่วยด้วยบริบทและเรื่องราวที่แวดล้อมมันไว้ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือสอนทำอาหาร “Solo Chef” ที่มอบให้กับหญิงสาววัย 29 ปีที่เพิ่งหย่าร้าง ซ้ำร้ายเมื่อเธอพยายามจะเอาไปคืน ยังพบว่ามันเป็นหนังสือในกองลดราคา รวมถึงกระเป๋าใส่โทรศัพท์ลายเสือชีตาแบบลูกคุณ ที่มอบให้กับคนที่ไม่ได้อินกับอะไรแนวนี้เลย

(Gabe Oatley / TorontoToday)

(Gabe Oatley / TorontoToday)

“ความเศร้ามันเกิดมาจากความจริงที่ว่า คนที่คุณคิดว่าเขาจะรู้จักคุณดี กลับไม่รู้เลยว่าเราเป็นคนยังไง” อีวา สตาชเนียก (Eva Stachniak) นักเขียนท้องถิ่นที่มาเดินชมนิทรรศการนี้กล่าว ทั้งยังเล่าให้ฟังว่า ตัวเธอเองก็เคยได้รับของขวัญเป็นหนังสือมากมาย เช่น พวกหนังสือรวมเล่ม แต่หลายครั้งกลับทำให้รู้สึกว่าผู้ให้ไม่ได้รู้จักเธอจริง ๆ เหมือนกับ “หนังสือเล่มไหนก็คงได้แหละ” ซึ่งมันไม่ใช่เลย

นอกจากโซนจัดแสดงชิ้นงานแล้ว ภายในนิทรรศการยังมีพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมแบ่งปันความทรงจำยอดแย่ของตัวเองผ่านรูปวาด ประกอบกับเหตุผลที่ทำให้มันเป็นของขวัญที่แย่สำหรับแต่ละคน เช่น เครื่องดูดฝุ่นที่พ่อแม่ซื้อให้ตอนอายุ 14 ซึ่งเจ้าของผลงานใช้เวลาถึง 6 ปีกว่าจะเห็นคุณค่า สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนต่างก็มีของขวัญสุดห่วยอยู่ในความทรงจำเสมอ แต่ก็ใช่ว่ามันจะห่วยตลอดไปเสียเมื่อไรกัน

(Mdjaff / Freepik)

เปลี่ยนของขวัญนอกสายตา ให้มีคุณค่ากว่าที่เคย
อีกโซนหนึ่งของนิทรรศการที่น่าสนใจไม่แพ้โซนอื่น ๆ ก็คือโซน The Imaginarium ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมนำของขวัญที่เคยเป็นฝันร้าย มาตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นของขวัญฝันดี ผ่านการตีความในรูปแบบที่ต่างออกไป “ของขวัญบางชิ้นมันแย่เสียจนกลับกลายมาเป็นเยี่ยมได้” แอนดี ฟิสเชอร์ หนึ่งในผู้เยี่ยมชมกล่าว “และฉันก็ชอบของแบบนั้นที่สุดเลย”

5 วิธีจัดการกับของขวัญที่ฉันไม่อยากได้
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบใจ ของขวัญทุกชิ้นก็ล้วนประกอบขึ้นด้วยทรัพยากรที่ไม่ควรทิ้งให้เสียเปล่าไปเฉย ๆ ดังนั้นหากเรามีของขวัญที่ไม่ชอบและไม่คิดจะใช้ ลองดูวิธีการเหล่านี้ ที่จะช่วยให้ของขวัญกลับมามีคุณค่าอย่างเต็มเปี่ยมอีกครั้ง!

นำไปบริจาค หนึ่งในวิธียอดฮิตที่ไม่ทำให้รู้สึกผิดจนเกินไป ก็คือการนำไปบริจาคให้กับองค์กรที่ต้องการของสิ่งนั้นมากกว่าเรา ทั้งนี้ก็ต้องแน่ใจว่าของสิ่งนั้นยังมีสภาพดี ก่อนส่งต่อให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ นำไปใช้ต่อไป

ส่งต่อให้คนอื่น การนำของขวัญที่คนอื่นให้เราไปให้อีกคนต่ออีกที อาจเคยถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ในปัจจุบันนี้การให้ของขวัญต่อดูจะเป็นเรื่องที่รับได้มากขึ้น ตราบใดที่เราไม่ได้ให้ของขวัญชิ้นนั้นไปส่ง ๆ ราวกับว่าจะผลักภาระให้พ้นตัว แต่มองเห็นว่าของขวัญชิ้นนั้นเหมาะกับผู้รับคนใหม่มากกว่าจริง ๆ และเขาจะใช้ประโยชน์หรือชื่นชมมันได้มากกว่าตอนที่อยู่กับเรา

แลกเปลี่ยนกับคนรู้จัก ในเทศกาลใหญ่ ๆ เช่น คริสต์มาสหรือปีใหม่ คนรอบตัวเราอาจจะได้ของขวัญมาเหมือน ๆ กัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะลองมาพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนของขวัญตามความสนใจ เพราะบางครั้งสิ่งที่คนหนึ่งไม่ต้องการ อาจเป็นสิ่งเดียวกับที่คนข้าง ๆ กำลังมองหาก็ได้

เปลี่ยนนิด แปลงหน่อย ของขวัญบางชิ้นสามารถนำมา DIY ให้เข้ากับสไตล์ของเรามากขึ้น เช่น การเพิ่มลูกเล่นให้กับเสื้อผ้า หรือการทาสีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เท่านี้ของขวัญที่ไม่ถูกชะตา ก็อาจจะโดดเด่นขึ้นมาได้

ขายต่อ ในบางครั้ง ของขวัญบางชิ้นแลกเป็นเงินเสียดีกว่าปล่อยทิ้งคาบ้านไว้ให้เจ็บใจ จะลงขายทางออนไลน์หรือเปิดท้ายรถก็ได้ตามที่แต่ละคนสะดวกเลย

เมื่อนิทรรศการจบลง ของขวัญบางชิ้นจะถูกส่งคืนเจ้าของ ขณะที่อีกหลายชิ้น เช่น ซีดี Muppet และเทียนหอม จะได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่อาจจะเหมาะสมกับมันมากกว่า โดยสิ่งของเหล่านี้จะถูกนำมาประมูลในราคาเริ่มต้นที่ 5 เหรียญสหรัฐเท่านั้น และรายได้จากการประมูลก็จะนำไปมอบให้กับ Daily Bread Food Bank เพื่อจุนเจือสังคมต่อไป

“ก็เผื่อว่าของขวัญแย่ ๆ บางชิ้น จะได้บ้านที่อบอุ่นและลงเอยอย่างบริบูรณ์ก็ได้” คาสมันทิ้งท้าย และนั่นก็ยิ่งย้ำชัดให้เห็นว่าของขวัญห่วย ๆ ก็สามารถสร้างคุณค่าและความหมายดี ๆ ได้ เพียงแค่หยิบมันออกมาจากซอกหลืบของบ้านและหาที่ทางที่เหมาะสมให้กับมันเท่านั้นเอง

ที่มา : บทความ “The Museum of Bad Gifts Is a Celebration of Outlandish Objects, From Ceramic Clowns to Cat Nail Clippings” โดย Ellen Wexler
บทความ “New ‘bad gift’ museum affirms the old adage: Beauty is in the eye of the beholder” โดย Gabe Oatley
บทความ “Museum of Bad Gifts an homage to the awkward, the unwanted and the inappropriate” โดย Michael Smee
บทความ “Seven things to do with unwanted Christmas gifts” จาก bbc.co.uk
บทความ “What to do with unwanted gifts” จาก thortful.com
เว็บไซต์ "northerncontemporarygallery.com"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ถ่ายทอดสด แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 21 ก.พ.69

PostToday

แด่ความคิดถึง “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” นิทรรศการจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

Sarakadee Lite

ระวัง อาการและพฤติกรรมเสี่ยง ป่วย "มะเร็งกระเพาะอาหาร"

Khaosod

เจาะลึกเบื้องหลัง ‘HR’ ยุคใหม่ เมื่อหัวใจสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจ-สื่อสารในองค์กร

กรุงเทพธุรกิจ

‘ไอคอน คราฟต์-เบลล่า ราณี’ เปิดตัว ‘หทัยเฮิร์บ’ ยาดมรูปหัวใจ ที่ไอคอนสยาม

The Bangkok Insight

RAYE เปิดใจถึงคอมเมนต์ที่กล่าวหาว่าเธอพยายามเทียบตัวเองกับ Amy Winehouse

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...