ยื่น กขค. ฟันเพิ่ม 5 คลังน้ำมัน สงสัยกักตุน–ประวิงขายช่วงวิกฤต
วันนี้ (4 ก.ย.2569) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ ทีมสุดซอยพลังงาน เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อส่งมอบข้อมูลและหลักฐานกรณีตรวจพบความผิดปกติ ในการรับและจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง โดยมี พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้รับหนังสือ
การดำเนินการดังกล่าว เป็นผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณการรับเข้า และจ่ายออกน้ำมันของคลังทั่วประเทศในช่วงเดือน ก.พ.–มี.ค.2569 ซึ่งพบว่าคลังน้ำมันบางแห่ง มีพฤติกรรมผิดปกติ จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เรียกผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมันรวม 33 รายจากทั่วประเทศ เข้ามาให้ข้อมูลในช่วงเดือนก.ค.–ส.ค.ที่ผ่านมา
จากข้อมูลการตรวจสอบพบว่า ในเดือน ก.พ.ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤต คลังน้ำมันส่วนใหญ่ มีปริมาณรับเข้าและจ่ายออกอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือน มี.ค.กลับพบความผิดปกติในหลายคลัง ทั้งกรณีรับน้ำมันเข้ามาแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน การประวิงเวลาการจำหน่าย รวมถึงข้อมูลจากลูกค้าที่ระบุว่า อาจมีการปฏิเสธการขาย ซึ่งประเด็นเหล่านี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่
ทั้งนี้ พบคลังน้ำมันเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง ที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจผิดปกติ โดยบางคลังมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าระดับปกติประมาณ 1.67 ล้านลิตร จึงนำข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานส่งให้ กขค. และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542
หลังจากนี้ กขค. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยปัจจุบัน ทีมสุดซอยพลังงาน แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ค้าแล้วทั้งหมด 21 ราย
สำหรับมาตรการป้องกันในระยะต่อไป กระทรวงพลังงาน เตรียมยกระดับระบบบริหารจัดการ Supply น้ำมันทั้งระบบ โดยพัฒนาระบบแจ้งเตือนกรณีคลังมีการรับน้ำมันเข้า แต่ไม่มีการจ่ายออก ปรับปรุงระบบใบกำกับการขนส่ง ให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการขนส่งได้ตลอดเวลา รวมถึงสร้างกลไกการทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ต้องสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กักตุน หรือประวิงเวลาการขายน้ำมันเพื่อเก็งกำไร จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนซ้ำอีก ซึ่งหลักฐานการตรวจสอบผู้ค้าที่เข้าข่ายกระทำผิดมาส่งมอบให้ กขค. เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่า คนไทยจะเข้าถึงพลังงานได้อย่างเป็นธรรม และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
อ่านข่าว :
สรุปราคาทองคำ 4 ก.ย.2569 ปิดตลาด +500 ผันผวน 19 ครั้ง
ท็อปกัน-สมอ. ทลายโกดังแพรกษา ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าไร้ มอก. 7,400 ชิ้น
เร่งปิดดีล ART ไทย–สหรัฐฯ “ศุภจี” หวังลดภาษี รักษาขีดแข่งขันสินค้าไทย