ดอลลาร์ดิ่ง เฟดไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย “วอลเลอร์” ชี้เงินเฟ้อ ยังไม่น่ากังวล
หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีสิทธิโหวตดอกเบี้ยนโยบาย ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย โดยยังมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งการส่งสัญญาณนี้ ได้กดดอลลาร์ร่วงลงหนัก
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าเขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศในช่วงก่อนการประชุมไม่มีสัญญาณที่น่าประหลาดใจ โดย "วอลเลอร์" แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน พร้อมระบุว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าอาจอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในส่วนอื่น ๆ
และแม้ "วอลเลอร์" จะยอมรับว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 2 อย่างมีนัยสำคัญ แต่เขามองว่าแนวโน้มล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเห็นพัฒนาการด้านการชะลอตัวของเงินเฟ้อ หรือ Disinflation ซึ่งหากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้ายังคงสะท้อนแนวโน้มดังกล่าว เขาจะมีแนวโน้มสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม "คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์" ยอมรับว่า ท่าทีของเขายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างนี้ถึงการประชุมส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไป โดยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า
ความเห็นของ "วอลเลอร์" ทำให้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลงสู่ระดับ 99.009 ขณะที่ตลาดได้ปรับลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดวันที่ 15-16 กันยายนลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก CME Group’s FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่เพียงร้อยละ 50.4 ลดลงจากร้อยละ 63.2 ในช่วงก่อนหน้า
เตือน หุ้นโลกป่วนหนัก หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี พุ่งแตะร้อยละ 5
มีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ให้ลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นเดือนกันยายนลง เพราะนอกจากสถิติที่ย่ำแย่ในเดือนนี้แล้ว ในระยะสั้น การเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรจะเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะหากบอนด์ยีลด์ 10 ปีขยับเข้าใกล้หรือแตะร้อยละ 5
"เอ็มมานูเอล โค" หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของ Barclays กล่าวกับ Bloomberg มองว่านักลงทุนควรพิจารณาลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นเป็นรายกลุ่มในช่วงเดือนกันยายน ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้าน ทั้งสถิติที่ตลาดหุ้นมักอ่อนแอในเดือนนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัท AI ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เขายังกล่าวด้วยว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากตลาดพันธบัตรยังไม่สามารถกลับมามีเสถียรภาพ และชี้ด้วยว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทุกคนมองเห็น แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงสำหรับตลาดหุ้น โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงตัดสินใจนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา โดยเฉพาะหากข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ออกมาร้อนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ก็อาจเพิ่มความกังวลให้นักลงทุนมากขึ้น
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของ Barclays ยังเตือนว่า ตลาดกำลังกลับมาอ่อนไหวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เข้าใกล้หรือพุ่งแตะร้อยละ 5 เขาก็คิดว่านักลงทุนจะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดหุ้นมากขึ้น
ทั้งนี้ นอกจากแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรแล้ว Barclays ยังชี้ว่าปัจจัยตามฤดูกาลของเดือนกันยายน ก็ไม่เอื้อต่อตลาดหุ้น โดยข้อมูลย้อนหลัง 25 ปี ของ Bloomberg ระบุว่า เดือนกันยายนเป็นเดือนที่ดัชนี S&P 500 มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยแย่ที่สุด ขณะเดียวกันตลาดยังต้องจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และการเข้าตลาดหุ้นของบริษัท AI หลายแห่ง ซึ่งนักลงทุนบางส่วนกังวลว่า IPO ขนาดใหญ่อาจดึงสภาพคล่องออกจากหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาด
“ทรัมป์” ย้ำ สงครามอิหร่านไม่ยืดเยื้อ ขู่พร้อมใช้ปฏิบัติการทางทหารทุกเมื่อ
“โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาเคลื่อนไหวล่าสุด ยืนยันจะไม่ปล่อยให้สงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อเป็นเวลานานเกินไป และย้ำความพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหาร เมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางจะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลานานเกินไป พร้อมระบุว่า เขาไม่รู้ว่าอิหร่าน จะสามารถรับมือได้อีกมากแค่ไหน” และเขายังกล่าวถึงการโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารว่า เป็นการโจมตีครั้งใหญ่และรุนแรงมาก พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐมีความพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม “เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ”
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ช่วยระดับสูงของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพยายามควบคุมไม่ให้สงครามอิหร่านลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ การพักรบอาจช่วยให้กองทัพสหรัฐมีเวลาพักฟื้นและเพิ่มคลังอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง
แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐจะมุ่งเน้นในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบอิหร่านให้อ่อนข้อในการเจรจาสันติภาพ หลังจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารมานานหลายเดือนยังไม่สามารถบรรลุผลดังกล่าวได้
โดยแหล่งข่าวระบุว่า การควบคุมการทำสงครามอิหร่านให้อยู่ในวงจำกัดจนถึงเดือนพฤศจิกายน จะช่วยป้องกันไม่ให้สงครามกลายเป็นประเด็นข่าวหลัก ในขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังรณรงค์หาเสียงเพื่อรักษาเสียงข้างมากที่มีอยู่อย่างฉิวเฉียดทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ด้านผลการสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสช่วงปลายเดือนสิงหาคม พบว่า ชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 31 ที่เห็นด้วยกับการทำสงคราม ขณะที่ร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วย และส่วนใหญ่ไม่พอใจต่อราคาน้ำมันเบนซินในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ผลสำรวจระบุว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ ยังดิ่งลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 33 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แบงก์ชาติเกาหลีใต้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แตะ 3% ป้องกันเงินเฟ้อ
- กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1%
- ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 12.36 จุดกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด
- กรุงศรี คาด กนง. คงดอกเบี้ย สงครามตะวันออกกลางยังตึงเครียด
- การประชุม กนง. 26 ส.ค. 2569 คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% และมีแนวโน้มคงระดับนี้ตลอดปี 2569