โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดอลลาร์ดิ่ง เฟดไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย “วอลเลอร์” ชี้เงินเฟ้อ ยังไม่น่ากังวล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีสิทธิโหวตดอกเบี้ยนโยบาย ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย โดยยังมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งการส่งสัญญาณนี้ ได้กดดอลลาร์ร่วงลงหนัก

หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีสิทธิโหวตดอกเบี้ยนโยบาย ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย โดยยังมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งการส่งสัญญาณนี้ ได้กดดอลลาร์ร่วงลงหนัก

คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าเขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศในช่วงก่อนการประชุมไม่มีสัญญาณที่น่าประหลาดใจ โดย "วอลเลอร์" แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน พร้อมระบุว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าอาจอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในส่วนอื่น ๆ

และแม้ "วอลเลอร์" จะยอมรับว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 2 อย่างมีนัยสำคัญ แต่เขามองว่าแนวโน้มล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเห็นพัฒนาการด้านการชะลอตัวของเงินเฟ้อ หรือ Disinflation ซึ่งหากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้ายังคงสะท้อนแนวโน้มดังกล่าว เขาจะมีแนวโน้มสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม "คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์" ยอมรับว่า ท่าทีของเขายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างนี้ถึงการประชุมส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไป โดยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า

ความเห็นของ "วอลเลอร์" ทำให้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลงสู่ระดับ 99.009 ขณะที่ตลาดได้ปรับลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดวันที่ 15-16 กันยายนลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก CME Group’s FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่เพียงร้อยละ 50.4 ลดลงจากร้อยละ 63.2 ในช่วงก่อนหน้า

เตือน หุ้นโลกป่วนหนัก หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี พุ่งแตะร้อยละ 5

มีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ให้ลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นเดือนกันยายนลง เพราะนอกจากสถิติที่ย่ำแย่ในเดือนนี้แล้ว ในระยะสั้น การเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรจะเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะหากบอนด์ยีลด์ 10 ปีขยับเข้าใกล้หรือแตะร้อยละ 5

"เอ็มมานูเอล โค" หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของ Barclays กล่าวกับ Bloomberg มองว่านักลงทุนควรพิจารณาลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นเป็นรายกลุ่มในช่วงเดือนกันยายน ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้าน ทั้งสถิติที่ตลาดหุ้นมักอ่อนแอในเดือนนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัท AI ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เขายังกล่าวด้วยว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากตลาดพันธบัตรยังไม่สามารถกลับมามีเสถียรภาพ และชี้ด้วยว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทุกคนมองเห็น แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงสำหรับตลาดหุ้น โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงตัดสินใจนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา โดยเฉพาะหากข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ออกมาร้อนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ก็อาจเพิ่มความกังวลให้นักลงทุนมากขึ้น

หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของ Barclays ยังเตือนว่า ตลาดกำลังกลับมาอ่อนไหวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เข้าใกล้หรือพุ่งแตะร้อยละ 5 เขาก็คิดว่านักลงทุนจะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดหุ้นมากขึ้น

ทั้งนี้ นอกจากแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรแล้ว Barclays ยังชี้ว่าปัจจัยตามฤดูกาลของเดือนกันยายน ก็ไม่เอื้อต่อตลาดหุ้น โดยข้อมูลย้อนหลัง 25 ปี ของ Bloomberg ระบุว่า เดือนกันยายนเป็นเดือนที่ดัชนี S&P 500 มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยแย่ที่สุด ขณะเดียวกันตลาดยังต้องจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และการเข้าตลาดหุ้นของบริษัท AI หลายแห่ง ซึ่งนักลงทุนบางส่วนกังวลว่า IPO ขนาดใหญ่อาจดึงสภาพคล่องออกจากหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาด

“ทรัมป์” ย้ำ สงครามอิหร่านไม่ยืดเยื้อ ขู่พร้อมใช้ปฏิบัติการทางทหารทุกเมื่อ

“โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาเคลื่อนไหวล่าสุด ยืนยันจะไม่ปล่อยให้สงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อเป็นเวลานานเกินไป และย้ำความพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหาร เมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางจะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลานานเกินไป พร้อมระบุว่า เขาไม่รู้ว่าอิหร่าน จะสามารถรับมือได้อีกมากแค่ไหน” และเขายังกล่าวถึงการโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารว่า เป็นการโจมตีครั้งใหญ่และรุนแรงมาก พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐมีความพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม “เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ”

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ช่วยระดับสูงของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพยายามควบคุมไม่ให้สงครามอิหร่านลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ การพักรบอาจช่วยให้กองทัพสหรัฐมีเวลาพักฟื้นและเพิ่มคลังอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง

แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐจะมุ่งเน้นในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบอิหร่านให้อ่อนข้อในการเจรจาสันติภาพ หลังจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารมานานหลายเดือนยังไม่สามารถบรรลุผลดังกล่าวได้

โดยแหล่งข่าวระบุว่า การควบคุมการทำสงครามอิหร่านให้อยู่ในวงจำกัดจนถึงเดือนพฤศจิกายน จะช่วยป้องกันไม่ให้สงครามกลายเป็นประเด็นข่าวหลัก ในขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังรณรงค์หาเสียงเพื่อรักษาเสียงข้างมากที่มีอยู่อย่างฉิวเฉียดทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ด้านผลการสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสช่วงปลายเดือนสิงหาคม พบว่า ชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 31 ที่เห็นด้วยกับการทำสงคราม ขณะที่ร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วย และส่วนใหญ่ไม่พอใจต่อราคาน้ำมันเบนซินในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ผลสำรวจระบุว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ ยังดิ่งลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 33 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...