วงการเทคฯ ถกเดือด Anthropic ขอกฎคุม AI - Nvidia ชี้ให้ประเมินตัวเอง
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 ประเด็นการกำกับดูแลและความปลอดภัยของ AI กลับมาเป็นที่ถกเถียงอย่างเข้มข้นอีกครั้ง หลังผู้นำในแวดวงเทคโนโลยีหลายคนออกมาเรียกร้องให้มีมาตรการรองรับการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว
ขณะเดียวกันประชาชนหลายสิบคนรวมตัวประท้วงบริเวณด้านหน้าสถานที่จัดงาน Dreamforce technology conference ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในงานประชุมและมหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก โดยผู้ประท้วงเรียกร้องมาตรการคุ้มครองประชาชนที่เข้มงวดขึ้นต่อเทคโนโลยี AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ภายในงานมีผู้นำด้านเทคโนโลยีขึ้นกล่าวปาฐกถา รวมถึงดาริโอ อาโมเด ซีอีโอของ Anthropic ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งออกมาเรียกร้องให้ทบทวนความเร็วในการพัฒนา AI โดยอาโมเดย้ำบนเวทีว่า จุดยืนดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายที่จะนำประเด็นความปลอดภัยของ AI มาใช้โจมตีบริษัทคู่แข่ง
แต่ต้องการให้อุตสาหกรรมร่วมกันสร้างมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงเพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัย และเห็นว่าประเด็นนี้ควรมีความร่วมมือในระดับนานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้อุตสาหกรรม AI สามารถเติบโตต่อไปอย่างมีความรับผิดชอบ
ขณะที่ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ซึ่งร่วมเวทีเดียวกัน มีมุมมองต่อแนวทางกำกับดูแลแตกต่างออกไป โดยระบุว่าภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ได้ต้องการกฎหมายหรือข้อบังคับใหม่เพื่อเข้ามาควบคุมเพิ่มเติม แต่บริษัทต่าง ๆ ควรประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง
หมายความว่าบริษัทผู้พัฒนา AI ไม่ควรปล่อยผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย พร้อมย้ำว่าการพัฒนาเทคโนโลยีควรเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ แต่หากถึงจุดที่รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็ควรหยุดก่อน
เสียงสะท้อนนักการเมือง-ความกังวลระดับโลก
ขณะที่การถกเถียงในภาคเทคโนโลยีดำเนินไป อีกเวทีหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็มีการอภิปรายเรื่องความเสี่ยงและการกำกับดูแล AI โดยมี เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ และ สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยแรกเข้าร่วม
แซนเดอร์สเตือนถึงภัยคุกคามจาก AI ที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าหากวันหนึ่ง AI หลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์ ปัญหานี้จะไม่ใช่เพียงเรื่องของสหรัฐฯ หรือจีน แต่จะกลายเป็นปัญหาของมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อกำกับอุตสาหกรรม AI
นอกจากนี้ยังวิจารณ์โครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีลักษณะรวมศูนย์ และกล่าวว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนา AI มีคนร่ำรวยเพียงไม่กี่คนเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยยกตัวอย่าง อีลอน มัสก์ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และ เจฟฟ์ เบโซส พร้อมวิจารณ์ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ต่อประเด็นดังกล่าว
ด้านแบนนอนระบุว่าเห็นด้วยกับความกังวลเรื่องความเสี่ยงจาก AI ของแซนเดอร์ส พร้อมวิจารณ์แนวทางของรัฐบาลทรัมป์ในการกำกับดูแล AI โดยกล่าวโทษบริษัทเทคโนโลยีว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เต็มใจที่จะควบคุมเทคโนโลยีเหล่านี้
ขณะที่วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตอย่าง ริชาร์ด บลูเมนธัล และ ดิก เดอร์บิน ก็เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งออกกฎระเบียบเพื่อกำกับบริษัทผู้พัฒนา AI อย่างเข้มงวดขึ้น พร้อมเตือนว่าการให้ภาคอุตสาหกรรมกำกับดูแลกันเองโดยสมัครใจอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ทรัมป์ยืนยัน "หยุด AI ไม่ได้" หวั่นเสียเปรียบจีน
ท่าทีของฝ่ายรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้าน AI โดยเฉพาะการแข่งขันกับจีน โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามที่อาจทำให้การพัฒนา AI และศูนย์ข้อมูลชะลอตัว โดยมองว่าการจำกัดเทคโนโลยีมากเกินไปอาจเปิดโอกาสให้จีนได้เปรียบ
ขณะที่ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่อาจระงับการพัฒนา AI ได้ เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ และเชื่อว่าบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีควรรับผิดชอบและกำกับตนเองเป็นลำดับแรก
ในมิติทางกฎหมาย ฝ่ายบริหารระบุว่าสหรัฐฯ มีกฎหมายที่สามารถนำมาใช้กับการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ และหน่วยงานยุติธรรมพร้อมตรวจสอบหากพบการละเมิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ใช่การควบคุมหรือระงับการพัฒนา AI โดยตรง
ขณะเดียวกัน เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ได้เยี่ยมโรงเรียนประถมศึกษาในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และกล่าวถึงศักยภาพของ AI ในการสนับสนุนจินตนาการ การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า AI ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะความเสี่ยง แต่ยังเป็นเครื่องมือที่อาจสร้างโอกาสใหม่ในระบบการศึกษาและสังคม
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ ร่องมรสุมพาดผ่าน ไทยตอนบนฝนตกหนักบางพื้นที่
ปภ.เตือน 76 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 15-20 ก.ย.
กกต.เปิดผลลงมติข้อกล่าวหา 1-2 คดีฮั้ว สว. "อนุทิน-เนวิน-ภราดร" คะแนนไม่ส่งฟ้อง 5 : 2 เสียง