โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เสียงสะท้อนแห่งสายน้ำและขุนเขาเขียว…เส้นทางสี จิ้นผิง (252-3)

China Media Group

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เสียงสะท้อนแห่งสายน้ำและขุนเขาเขียวเส้นทางสี จิ้นผิง (252-3)

ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่นายสี จิ้นผิง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอยู่ที่อำเภอและเมืองอื่นๆ ของนครซานหมิง ก็ได้เน้นย้ำแนวคิดการอนุรักษ์ระบบนิเวศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ร่วมตรวจเยี่ยมในขณะนั้น ท่านกล่าวว่า “ปัจจุบันขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำใสดั่งเดิมนี้ ดูเหมือนจะไม่มีมูลค่าอะไรมากนัก แต่มองในระยะยาวแล้ว มันคือทรัพย์สมบัติอันหาค่าประเมินมิได้ มูลค่าในอนาคตจะประเมินไม่ได้ ต้องรักษาข้อได้เปรียบด้านขุนเขาและสายน้ำไว้ ทำบทความใหญ่ว่าด้วยการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้ดี จึงจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาในเขตพื้นที่ตอนในได้”

ระหว่างการตรวจเยี่ยม ยังมีเหตุการณ์เล็กๆ ที่น่าประทับใจเกิดขึ้นคือ ที่แม่น้ำช่างชิงซี อำเภอไท่หนิง คณะเดินทางล่องแพไม้ไผ่เพื่อศึกษาเชิงนิเวศท่องเที่ยว อยู่ๆ ก็มีปลาคาร์พแดงตัวเล็กกระโดดจากลำธารขึ้นมาบนแพ ทุกคนพากันประหลาดใจและดีใจ ใช้อุปกรณ์หุ้มรองเท้าตักน้ำมาเลี้ยงปลาไว้ คนพายเรือก็ตื่นเต้นบอกว่า ไม่เคยได้ยินว่าปลาคาร์พในท้องถิ่นนี้กระโดดขึ้นแพมาก่อน และได้ร้องเพลงพื้นบ้านขึ้นมาอย่างมีความสุข

เมื่อแพจอดเทียบท่า นายสี จิ้นผิง ก็ค่อยๆ วางปลาคาร์พแดงตัวเล็กลงในลำธารอีกครั้ง ประชาชนรอบข้างปรบมือ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ ยังคงถูกพูดถึงอย่างสนุกปากโดยคนท้องถิ่นมาจนถึงทุกวันนี้

รักษาขุนเขาไว้ คิดบัญชีนิเวศให้ชัดเจน

“ขอเพียงรักษาขุนเขาเขียวไว้ ไม่ต้องกลัวขาดฟืน” ชาวฉางโข่วรู้ว่า ป่าเขาเป็นสิ่งล้ำค่า ป่าไม้ธรรมชาติห้ามแตะต้องเด็ดขาด ส่วนป่าปลูกก็ต้องตัดฟันอย่างเหมาะสมและปลูกเสริมตามหลักวิทยาศาสตร์ พวกเขาปรับปรุงสิทธิการถือครองป่าของส่วนรวม ร่วมมือกับบริษัทป่าไม้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในการปลูกป่าบนพื้นที่ป่ากว่าหมื่นไร่ ทั้งช่วยสร้างงานให้ชาวบ้าน และยังทำให้การพัฒนาป่าไม้เป็นไปอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน อัตราการปกคลุมของป่าไม้ทั่วหมู่บ้านสูงถึง 92% ทั่วทุกแห่งมีแต่ความเขียวขจี เปลี่ยนมุมมองก็เปลี่ยนวิวทิวทัศน์ หมู่บ้านได้รับรางวัลเกียรติยศ “หมู่บ้านจัดสวนแบบระดับมณฑล” “หมู่บ้านนิเวศระดับมณฑล” เป็นต้น

แต่มีเพียงทัศนียภาพสวยงามยังไม่พอ ต้องทำให้ “กระเป๋าเงิน” อิ่มพองด้วย ด้วยการพึ่งพาระบบนิเวศที่ดี หมู่บ้านฉางโข่วจึงพัฒนาการท่องเที่ยวพักผ่อน การเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว และการเลี้ยงสัตว์เฉพาะทาง วิสาหกิจคุณภาพทยอยมาตั้งรกราก โครงการเกษตรนิเวศต่างก็เข้ามาตั้งฐาน หมู่บ้านร่วมกับวิสาหกิจปลูกส้มเช้ง โดยใช้ทรัพยากรเป็นหุ้นส่วนและให้เช่าที่ดิน รายได้ของส่วนรวมและชาวบ้านจึงเพิ่มขึ้นทุกปี หมู่บ้านยังนำโครงการ “ล่องแก่งนิเวศ” เข้ามา โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพดีที่มีอยู่ ไม่ต้องลงทุนเงินสดแม้แต่บาทเดียวก็ได้รับเงินปันผล

ค.ศ. 2019 หมู่บ้านฉางโข่วถูกบรรจุอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับอำเภอ และปลายปีเดียวกัน เขตการท่องเที่ยวฉางชิงของหมู่บ้านก็ได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 3A ของประเทศ กลายเป็นหมู่บ้านสวยงามและจุดเช็คอินพักผ่อนที่โด่งดังในวงกว้าง “ระบบนิเวศที่ดีเท่านั้นจึงจะดึงดูดโครงการดีๆ ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข” จาง หลินซุ่น พูดด้วยความซาบซึ้ง “เมื่อมองย้อนกลับไปก็ยังขนลุก — หากว่าตอนนั้นเราขายเขาไป ทุกอย่างก็คงไม่ได้เป็นเช่นนี้อีกแล้ว”

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/cmg/176506_20260818

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...