โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก Pixel Art ศิลปะจากการร้อยเรียงจุดพิกเซลจากเกมคลาสสิกในยุค 80s

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 20.12 น.
pixel-art-cover

ในยุคที่เทคโนโลยีและศิลปะดิจิทัลพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว “พิกเซลอาร์ต” (Pixel Art) กลับยังคงมีเสน่ห์และความสำคัญในวงการศิลปะอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเรียบง่ายในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากจุดเล็ก ๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันสู่ภาพที่มีความหมาย ศิลปินที่ทำงานในรูปแบบนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นผู้สร้างสรรค์ แต่ยังอาจเป็นผู้เล่าเรื่องราวของอดีตผ่านงานศิลปะที่พวกเขานำเสนอ

และหากพูดถึง “พิกเซลอาร์ต” แล้ว หลาย ๆ คนก็อาจจะคิดว่าเป็นศิลปะดิจิทัลที่แสนจะเก่าแก่โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปแบบก้าวกระโดดอย่างในปัจจุบัน จนทำให้เรามีทั้งรูปและคลิปวิดีโอที่มีความละเอียดคมชัดแบบ 4K หรือแม้แต่ศิลปะ VR สุดเสมือนจริงซึ่งให้ความรู้สึกราวกับว่าได้เข้าไปอยู่ในภาพวาด มาจนถึงภาพสำเร็จรูปที่สร้างจาก AI ที่ล้ำจินตนาการจำนวนมาก แต่ทำไมงานศิลปะพิกเซลอาร์ต ยังคงได้รับความนิยมจากคนหลายกลุ่ม เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “เสน่ห์คลาสสิก” ที่ทำให้ได้ย้อนนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งที่โลกเพิ่งเข้าสู่ยุคดิจิทัล ตั้งแต่เมื่อเหล่าศิลปินยังคงผลิตงานศิลปะจากจุดพิกเซลมาจนถึงทุกวันนี้กัน

(SIMON LEE / Unsplash)

ปุ่มสตาร์ทของพิกเซลอาร์ต
“พิกเซลอาร์ต” คือศิลปะดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่นำจุดสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘พิกเซล’ มาร้อยเรียงกันเป็นรูปภาพ หากจะพูดถึงรากเหง้าของศิลปะประเภทนี้ ก็คงต้องมองย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์กราฟิกกันเลยทีเดียว เพราะในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ หรือวิดีโอเกมยุคบุกเบิก ต่างก็ถูกจำกัดด้วยระบบแสดงผลแบบพิกเซลทั้งนั้น

คำว่า “พิกเซลอาร์ต” โด่งดังขึ้นและกลายเป็นที่รู้จักเมื่อประมาณช่วงปลายยุค 1970s จนถึงช่วงต้น 1980s เมื่อครั้งที่นักออกแบบวิดีโอเกมจำเป็นต้องใช้จุดพิกเซลเหล่านี้ในการสร้างตัวละคร ฉากหลัง และสิ่งของต่าง ๆ ภายในเกม เพราะถูกจำกัดด้วยประสิทธิภาพและความจุของเครื่องคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้น ศิลปินเหล่านี้จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการโอบรับพิกเซลอาร์ตเพื่อถ่ายทอดศิลปะในรูปแบบดิจิทัล เกมในตำนานอย่าง Pac-Man หรือ Space Invaders จึงเป็นไอคอนของพิกเซลอาร์ตในยุคแรกเริ่ม

อีกหนึ่งคำที่มาควบคู่กับคำว่าพิกเซล (pixel) ก็คือคำว่าบิต (bit) ซึ่งหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่าเกม 8-bit เกม 16-bit หรือว่าเกม 32-bit มาแล้ว แต่ “บิต” คืออะไรกันล่ะ?

ทั้ง “พิกเซล” และ “บิต” ต่างก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสื่อดิจิทัล พิกเซลคือจุดหนึ่งจุดในภาพหรือวิดีโอ ในขณะที่บิตคือสีหรือความเข้มของจุดนั้น เมื่อเราเอาพิกเซลหลาย ๆ จุดมารวมกัน ก็จะสามารถสร้างรูปภาพหรือวิดีโอที่มีความละเอียดสูงขึ้นมาได้ จำนวนบิตจะสัมพันธ์กันกับจำนวนพิกเซล ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนสีที่ใช้ หรือระดับความเข้มอ่อนของสี ซึ่งเรียกกันว่า ‘bit-depth’ ยิ่งมี bit-depth มากเท่าไร รูปภาพก็จะยิ่งดูมีรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันหมายความว่าจะมีการใช้เฉดสีที่มากขึ้น ทำให้สามารถใช้สีที่ใกล้เคียงกันมาเกลี่ยระหว่างพิกเซลให้ดูสมูธขึ้นได้ ซึ่งทำให้รูปภาพมีความสมจริงมากกว่าภาพที่มี bit-depth น้อย

สรุปสั้น ๆ คือ พิกเซลนำมาสร้างเป็นภาพที่มีรูปร่างที่ต้องการได้ ในขณะที่บิตจะบอกว่าภาพนั้นใช้สีได้กี่เฉด

ศิลปินชื่อดังที่ถ่ายทอดศิลปะผ่านจุดพิกเซล
หนึ่งในพิกเซลอาร์ตติสที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ “ซูซาน แคร์ (Susan Kare)” ที่ทำงานกับบริษัทขื่อดังที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Apple Inc. ผลงานของซูซานคือการช่วยสร้างรูปทรงของอินเทอร์เฟซผู้ใช้แบบกราฟิก (Graphical User Interface : GUI) ของคอมพิวเตอร์ Macintosh ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซที่ใช้องค์ประกอบภาพเพื่อโต้ตอบกับผู้ใช้ เช่น ไอคอนต่าง ๆ ที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ผลงานที่เป็นที่น่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้นไอคอนต่าง ๆ ในระบบ Macintosh ไม่ว่าจะเป็นถังขยะหน้ายิ้ม แปรงทาสี หรือนาฬิกา ที่ยังคงมีอิทธิพลและเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

Hironobu Sakaguchi (Official GDC / Wikimedia Commons)

อีกหนึ่งคนที่จะไม่พูดถึงไปไม่ได้เลยก็คือ “ฮิโรโนบุ ซาคากุจิ (Hironobu Sakaguchi)” ผู้ซึ่งถูกเรียกว่าบิดาแห่ง Final Fantasy ผู้บุกเบิกการนำพิกเซลอาร์ตมาใช้ในช่วงแรกเริ่มของตำนานซีรีส์เกมผจญภัยอันแสนยิ่งใหญ่ ศิลปะพิกเซลของซาคากุจิได้สร้างเหล่าตัวละครในความทรงจำของชาวเกมเมอร์ และโลกใบใหญ่แห่ง Final Fantasy ไว้ได้ดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย

ศิลปะจากยุคเก่า ที่ต้องเข้ากันให้ได้กับยุคใหม่
พิกเซลอาร์ตสะท้อนโลกแห่งศิลปะที่ถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีในช่วงแรกเริ่มแห่งยุคดิจิทัล ซึ่งความเป็นพิกเซลก็จะโดนจำกัดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพาเลตต์สีที่ใช้ได้จำกัด หรือความคมชัดของภาพ ทำให้ศิลปินทั้งหลายต้องท้าทายความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านี้ไปให้ได้ ต้องใช้ทั้งความละเอียดอ่อน ความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และความสร้างสรรค์ประกอบกัน เพื่อสร้างผลงานที่แตกต่างและน่าสนใจ ในหลาย ๆ ครั้งก็นำจุดเด่นของพิกเซลอาร์ตที่ทำให้นึกถึงอดีตและความเรียบง่ายมาใช้ขยายความงามของผลงานได้อีก

ในปัจจุบัน เราจะเห็นอิทธิพลของพิกเซลอาร์ตในหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่งานวาดในรูปแบบดิจิทัล มาจนถึงแอนิเมชันภาพ gif ที่ขยับดุ๊กดิ๊กได้ หรือแม้แต่งานศิลป์ประเภทประติมากรรม เหล่าศิลปินก็ยังคงไม่หยุดหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เพื่อผสมผสานความเป็นศิลปะในยุคเก่าและยุคใหม่เข้าด้วยกัน

ในระยะหลังมานี้ พิกเซลอาร์ตถูกยอมรับในฐานะงานศิลปะที่ถูกต้องตามกฎหมายในตลาดนักสะสม ตัวอย่างที่ไม่พูดถึงไปไม่ได้เลยคือ ราคาขายของชิ้นงานพิกเซลอาร์ตชิ้นออริจินัลของภาพปกวิดีโอเกม “Secret of Mana” โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นที่ชื่ออิชิกาวะ ชินอิจิ ได้ปิดการขายในงานประมูลอยู่ที่ 43,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,422,965 บาท) สะท้อนให้เห็นว่าตลาดซื้อขายงานศิลปะให้คุณค่ากับพิกเซลอาร์ตมากขึ้น

พิกเซลอาร์ตเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ในช่วงเริ่มต้นของวิดีโอเกม จนกระทั่งได้กลายมาเป็นพิมพ์เขียวอันทรงอิทธิพลของศิลปะดิจิทัล ศิลปินในตำนานอย่างซูซาน แคร์ และ ฮิโรโนบุ ซาคากุจิ ก็ได้ทิ้งร่องรอยของตนเองไว้ในศิลปะประเภทนี้ ให้ศิลปินรุ่นใหม่ ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาต่อไป ในขณะเดียวกัน ความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน และความเป็นไปได้ทางความคิดสร้างสรรค์ของศิลปะประเภทนี้ ก็ได้เปลี่ยนมุมมองในโลกศิลปะไปได้ตลอดกาล

ยิ่งพิกเซลอาร์ตไปได้ดีมากเท่าไรในการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ก็ยิ่งทำให้เราได้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่มีข้อจำกัด แม้จะมีแค่ช่องพิกเซลเล็ก ๆ ก็สามารถสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

(Kristijan Arsov / Unsplash)

การมาถึงของ NFT กับการชุบชีวิตพิกเซลอาร์ต
ปฏิเสธไม่ได้ว่า NFT เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ทำให้เกิดการซื้อขายงานศิลปะเพิ่มมากขึ้นในโลกออนไลน์ พิกเซลอาร์ตเองก็ได้รับอานิสงส์จากความฮอตฮิตของ NFT ด้วยเช่นกัน

“NFT (Non-Fungible Token)” คือสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง คล้ายกับสินทรัพท์ประเภทคริปโตอย่าง Bitcoin และ Ethereum แต่ไม่สามารถทำซ้ำหรือทดแทนกันได้ นั่นหมายความว่า หากได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ NFT ชิ้นหนึ่ง ก็เหมือนกับเราได้เป็นเจ้าของงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีมูลค่าในตัวเอง และไม่มีอะไรมาทดแทนได้ จึงทำให้การซื้อขายมีมูลค่าสูง อีกทั้งสามารถนำไปขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้คนอื่นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมผ่านโลกดิจิทัลได้นั่นเอง แน่นอนว่าด้วยเทคโนโลยีนี้ ทำให้แวดวงศิลปะคึกคักขึ้นอย่างชัดเจน เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นศิลปินที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกก็สามารถเข้าถึงตลาดและสามารถขายผลงานได้ด้วยตนเอง

จากบทสัมภาษณ์ศิลปินผู้จัดนิทรรศการ “The Pixel Generation” ที่ Unit London ที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการศิลปะพิกเซลที่เกิดขึ้นหลังจากที่กระแส NFT ได้ถือกำเนิด อินา วาเร (Ina Vare) หนึ่งในศิลปินที่ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“ฉันคิดว่าความเฟื่องฟูของ NFT และพื้นที่ศิลปะคริปโตทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอันทรงพลังต่อการเติบโตของพิกเซลอาร์ต เมื่อก่อน พิกเซลอาร์ตถูกจำกัดอยู่ในวงแคบ ๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Tumblr แต่โปรเจ็กต์อย่าง CryptoPunks ก็ได้ช่วยให้ศิลปะเหล่านี้ถูกนำออกมาสู่สายตาคนในวงกว้างขึ้น ทำให้พวกเขาได้เห็นรูปแบบของงานศิลปะที่เรียบง่ายแต่ก็น่าดึงดูด

(Francesco Ungaro / Pexels)

ผลลัพธ์ของการเพิ่มการมองเห็นก็คือ มีคนที่กำลังสร้างผลงานและเรียนรู้ถึงความเป็นไปได้ของพิกเซลอาร์ตมากขึ้น ด้วยความที่มีศิลปินจากหลากหลายที่มา กำลังให้ความสนใจกับพิกเซลอาร์ต ก็เหมือนกับการกระจายอำนาจและส่วนแบ่งทางการตลาดในวงการ NFT แล้วพอมีคนสนใจมากขึ้น ศิลปะมีมูลค่ามากขึ้น ก็จะทำให้นักสร้างสรรค์ได้รับการมองเห็นและแรงซัปพอร์ตผลงานของพวกเขาด้วย สิ่งนี้จะยิ่งทำให้พิกเซลอาร์ตพัฒนา ทั้งในด้านศิลปะและนวัตกรรม”

การเติบโตของ NFT และการเปิดกว้างในตลาดศิลปะออนไลน์ได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับศิลปินพิกเซลอาร์ต ในขณะที่ศิลปะแบบดั้งเดิมยังคงมีคุณค่า พิกเซลอาร์ตก็ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและอนาคต เป็นการยืนยันว่า แม้ในยุคที่เปลี่ยนแปลงไป ศิลปะในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่มีพลังนี้ก็ยังคงมีความสำคัญและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ได้อย่างไม่สิ้นสุด

ที่มา : บทความ “The beauty of Pixel Art and why it’s every bit as relevant today” โดย Max Trewhitt
บทความ “The Pixel Revolution: How Tiny Squares Transformed Art” โดย Goku_NFT
บทความ “GUI: GUI คืออะไร | GUI ทำงานอย่างไร” จาก Lenovo
บทความ “Pixel Art and the Age of Technostalgia” จาก Right Click Save
บทความ “ทำความรู้จัก NFT ไม่ใช่แค่ศิลปะ แล้ว NFT คืออะไร วันนี้รู้กัน” โดย ศุภวงศ์ ฉายเรืองเกียรติ

เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

"มายมิ้น จิราภรณ์" หวานจับใจ คว้ามงฯ นางสาวไทย 2569

ประชาชาติธุรกิจ

พั้นช์คุง ลูกลิงหิมะกำพร้ากอดตุ๊กตา กลายเป็นไวรัลสุดอบอุ่นที่คนทั้งโลกหลงรัก

Ticy City

"น้ำมันมะกอก" กินทุกวันร่างกายจะเป็นอย่างไร ใครบ้างที่ต้องระวัง

sanook.com

ร.ร.วมินทร์วิทยา (ฮัวเหมิง) ฉลองก้าวสู่ปีที่ 22 ย้ำมั่นคงโรงเรียน 3 ภาษา ปั้นเยาวชนสู่สากล

77kaoded

รับมือ Sunday Scaries อาการวิตกกังวลก่อนเริ่มงาน วิธีเปลี่ยนวันอาทิตย์ให้เป็นวันพักผ่อนที่แท้จริง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

รู้จัก “โรคไอพีดี” ภัยเงียบคร่าชีวิตเด็กเล็ก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ทำไมรัฐยังไม่จ่ายฟรีถ้วนหน้า

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...