โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี น้ำมันทะยานหนุนทองคำ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

Thai PBS

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (10 มิ.ย.2569) CNN รายงานเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพรอบใหม่ หลังสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ค.2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และเร่งตัวขึ้นจากร้อยละ 3.8 ในเดือน เม.ย. สะท้อนผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รายงานระบุว่า เงินเฟ้อรายเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 โดยหมวดพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันตัวเลขดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของการเพิ่มขึ้นทั้งหมด หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญความผันผวนและราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเพิ่มขึ้น แต่เริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 และราคาสินค้าในร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในหมวดพลังงานมากกว่าการกระจายไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในระยะใกล้ และมีความเป็นไปได้ที่จะคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป

นอกจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพแล้ว ตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นยังส่งผลต่อทิศทางตลาดทองคำโลกด้วย โดยนักวิเคราะห์มองว่า ความกังวลต่อเงินเฟ้อ ประกอบกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ได้กระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนหันเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความต้องการป้องกันความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวยังต้องเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เนื่องจากหาก Fed ตัดสินใจคงดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน หรือส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในระยะต่อไป

นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักประเมินว่า แม้เงินเฟ้อรอบนี้จะยังไม่รุนแรงเท่าปี 2565 ที่เคยพุ่งแตะร้อยละ 9.1 สูงสุดในรอบกว่า 40 ปี แต่แนวโน้มในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นการเร่งตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2565 และมีโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อจะขยับขึ้นสู่ระดับร้อยละ 4.5-5 ภายในปีนี้ หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง

อีกหนึ่งสัญญาณที่น่ากังวลคือ รายได้ที่แท้จริงของแรงงานสหรัฐฯ หลังหักผลกระทบจากเงินเฟ้อ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยหดตัวร้อยละ 0.7 ในเดือน พ.ค. จากเดิมที่ลดลงร้อยละ 0.3 ในเดือน เม.ย. สะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างยังไม่สามารถไล่ทันการปรับขึ้นของราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของครัวเรือนอเมริกันในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน และการประชุม Fed ครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้ง 3 ปัจจัยจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ค่าเงินดอลลาร์ และราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวอื่น :

โลกเดือดสุดในรอบ 80 ปี! รายงานชี้สงครามพุ่งสูงสุดหลังสงครามโลก

"บุณยสิทธิ์" หนุนไทยช่วยไทยพลัส ชี้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

โรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ตั้งเป้า 1 ล้าน กก. ลดการระบาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อาหารจานเดียวปรับราคา ปชช.กังวล ถ้าหมดไทยช่วยไทยพลัส (10 มิ.ย.69) I ตรงประเด็น

50 นาทีที่แล้ว

จบดรามาบัตรคนจน 11 มิ.ย.นี้ ปมตัดสิทธิ์ลดหย่อนภาษีพ่อ-แม่ (10 มิ.ย.69) I ตรงประเด็น

58 นาทีที่แล้ว

พื้นที่สีเขียวต้อง’เข้าถึงได้-ใช้ประโยชน์ได้จริง’ โจทย์ผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ (10 มิ.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อัปเดตราคาน้ำมัน 11 มิ.ย.69 ปรับลดดีเซล 40 สต./ลิตร

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...