จาก ‘แม่นาก’ ถึง ‘ร่างทรง’ ตำนานผีไทยที่ตายแล้วไปไกลถึงต่างแดน
ก่อนที่ฮอลลีวูดจะรู้จักกับผีไทย และก่อนที่ Netflix จะบรรจุหนังสยองขวัญสัญชาติไทยลงในคลังภาพยนตร์นานาชาติ บ้านเรามีตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณและโลกหลังความตายที่สั่งสมมานานนับร้อยปี บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์เรื่องเล่าผ่านการเล่าแบบปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นผืนพรมแห่งวัฒนธรรมที่แน่นหนา กระทั่งการเล่าเรื่องผีเริ่มก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์และโลกโซเชียลหลากหลายแพลตฟอร์ม จนทำให้หลาย ๆ คนตกตะกอนได้ว่า แท้จริงแล้ว “เรื่องผี” สำหรับคนไทยก็คือความบันเทิงในรูปแบบหนึ่ง
(freepik)
สิ่งที่ทำให้เรื่องผีสางสุดสยองกลายเป็นความบันเทิงได้ ก็เพราะความสนุกของเรื่องเล่าผีที่มาจากองค์ประกอบของ ความน่ากลัว ความตื่นเต้น ความแปลกใหม่ บวกกับความรู้สึกขนลุกขนพองที่เกิดจากการทำให้เหตุการณ์ปกติดูผิดแปลกไปจากธรรมชาติ เช่น ศพที่ขยับได้หรือเสียงปริศนาไร้ที่มา พอมาผสมโรงกับสถานที่คุ้นเคยอย่างโรงเรียนหรือที่ทำงาน ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวนั้นดูใกล้ตัวและน่ากลัวมากขึ้น โดยพล็อตหรือการเล่าเรื่องสยองขวัญส่วนใหญ่จะมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ ที่คนมักจะชอบก็คือ
เรื่องเล่าผี: ไม่ว่าจะเป็นผีที่ต้องการล้างแค้น หรือผีที่ต้องการหาความจริงหรือหาคนมาแทนที่ตัวเอง
เรื่องสัมผัสที่หก: ที่มีทั้งคนที่สามารถมองเห็นหรือสื่อสารกับวิญญาณได้ และบุคคลที่มีพลังพิเศษอย่างหมอผี
สถานที่ต้องคำสาป: ทั้งโรงเรียน หอพัก อาคารร้าง โรงพยาบาล โดยที่สถานที่เหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีต
(freepik)
แต่นอกจากความบันเทิงแล้ว เรื่องเล่าผีก็ยังเป็นอีกเครื่องมือที่ใช้สืบทอดความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมแบบไทย ๆ ที่มักเป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางพุทธศาสนา ฮินดู และความเชื่อเรื่องวิญญาณ ฉะนั้นหนังผีจึงเป็นตัวแทนของการปลูกฝังศีลธรรม ค่านิยมทางสังคม และบทลงโทษ ที่ใครก็ตามซึ่งลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือทำผิดศีลธรรม ก็มักจะโดนผีตามอาฆาต สะท้อนถึงปัญหาของสังคมที่ปรับไปตามยุคสมัย อย่างปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้คน ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ไปจนถึงปัญหาทางเศรษฐกิจที่ถูกเล่าผ่านความสยองขวัญในหนังผี
เมื่อความน่ากลัวกลายเป็นทูตวัฒนธรรมไทยสู่โลก
นางนาก นับเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรก ๆ ในกระแส New Wave ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ภาพยนตร์ที่ฉายในปี 2542 เรื่องนี้ บอกเล่าตำนานของแม่นากพระโขนงในแนวดราม่า-สยองขวัญที่เล่นกับความเชื่อของคนไทย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยกย่องในด้านการเล่าเรื่องที่เข้มข้น และการสร้างบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว จนกลายเป็นภาพยนตร์ไทยไม่กี่เรื่องที่ทำรายได้ได้สูงถึง 150 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขรายได้ที่สูงมากในยุคสมัยนั้นที่ประเทศเพิ่งฟื้นจากวิกฤตทางการเงินได้ไม่นาน ทั้งยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ๆ ที่ได้ผู้จัดจำหน่ายจากต่างประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยถูกนำไปฉายในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ตลอดจนได้รับคำชื่นชมในการนำเสนอวัฒนธรรมไทยผ่านเรื่องราวสยองขวัญ และทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญไทยได้กลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของภาพยนตร์ไทยยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่มีการแข่งขันดุเดือด
ขณะที่ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ที่ออกฉายในปี 2547 ก็นับเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการภาพยนตร์ไทยและระดับนานาชาติ นำเสนอเรื่องราวของช่างภาพที่พบว่าภาพถ่ายของเขามีเงาลึกลับ ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัว ทั้งยังมีความเป็นสากลเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ทั่วโลก
จริง ๆ ถ้าเปรียบความสำเร็จให้เห็นชัดเจนมากขึ้น นางนาก เป็นเหมือนภาพยนตร์พรีเดบิวต์ที่ทำให้คนเริ่มรู้จักหนังสยองขวัญจากไทย แต่ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ คือการเดบิวต์อย่างเต็มตัว เพราะเป็นทั้งหนังที่ได้รับความนิยมไทยจนทำรายได้แตะระดับ 107.1 ล้านบาท แถมยังถูกยกขึ้นหิ้งว่าเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของไทย และจุดที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ข้ามไปอีกขั้นก็คือ การได้รับรางวัลภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม (Best Asian Film) จากเทศกาลภาพยนตร์แฟนตาเซียปี 2005 และได้รางวัลหนังแฟนตาซีที่ดีที่สุดในงานเทศกาลศิลปะมหัศจรรย์ที่ประเทศฝรั่งเศส
ซึ่ง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ยังไม่เพียงแค่ขายลิขสิทธิ์ได้มากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก แต่ยังเป็นหนังที่หลาย ๆ ประเทศได้ซื้อไปรีเมกอีกด้วย อย่างในปี 2548 ได้มีการขายสิทธิ์รีเมกให้กับโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันในมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท และยังมีการรีเมกอย่างต่อเนื่องในปี 2551 แต่เป็นเวอร์ชันฮอลลีวูดที่มีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้เข้ากับบริบทของผู้ชมตะวันตก รวมไปถึงการรีเมกอีก 2 เวอร์ชันภาษาที่ดัดแปลงเนื้อหาให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความเชื่อของผู้ชมชาวอินเดียอีกด้วย
กลายเป็นว่าความสำเร็จของ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานของภาพยนตร์สยองขวัญไทย แต่ยังเปิดประตูให้ภาพยนตร์ไทยได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งความน่าสนใจและคุณภาพของเนื้อหา ซึ่งส่งผลให้วงการภาพยนตร์ไทยได้รับโอกาสในการขยายตลาดสู่สากล
พอรุ่นพี่เปิดทาง รุ่นน้องก็เดินตามกันแบบไม่พัก
เมื่อภาพยนตร์ก่อนหน้าได้กรุยเส้นทางเข้าสู่ตลาดภาพยนตร์สากลไว้ให้กับภาพยนตร์ไทยรุ่นหลังมาขนาดนี้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีเมื่อภาพยนตร์สยองขวัญรุ่นหลังได้รับไม้ต่อในการส่งออกความน่าขนลุกนี้ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก
เหมือนกับ พี่มาก..พระโขนง (2556) ภาพยนตร์สยองขวัญแนวใหม่ที่มีทั้งโรแมนติก-ตลก-สยองขวัญ แถมยังดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากตำนานความเชื่ออันยาวนานของไทยอย่าง "แม่นากพระโขนง" ซึ่งเนื้อเรื่องที่ถูกดัดแปลงนี้จะเล่าเกี่ยวกับมุมมองของพี่มากที่กลับจากสงครามเพื่อพบกับภรรยาและลูก โดยไม่รู้ว่าภรรยาได้เสียชีวิตและกลายเป็นผีไปแล้ว ต่างจากต้นฉบับเดิมที่เน้นนำเสนอในมุมมองของนางนากมากกว่า
ซึ่งจุดเด่นของเรื่องคือการผสมผสานระหว่างความตลกและความสยองขวัญได้อย่างลงตัว การเพิ่มตัวละครเพื่อนของพี่มากทั้งสี่คน ช่วยเสริมสร้างมิติของเรื่องและสีสันความสนุกได้เป็นอย่างดี ภาพยนตร์ยังสะท้อนมุมมองด้านความรักและความผูกพันที่ลึกซึ้งแม้ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นและความตาย จนทำให้ พี่มาก…พระโขนง สร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท กลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินสูงสุดในประเทศ โดยยังได้รับความนิยมในหลายประเทศในเอเชีย เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา พม่า ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย โดยทำรายได้รวมกว่า 450 ล้านบาท โดยเฉพาะที่ฮ่องกงที่ทำรายได้ถึง 50 ล้านบาท พร้อมกับได้รับเชิญให้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ East Wind Film Festival ที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย
เช่นเดียวกับ ร่างทรง (2564) ภาพยนตร์สยองขวัญร่วมผลิตระหว่างประเทศไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของครอบครัวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่สืบทอดการเป็นร่างทรงของ "ย่าบาหยัน" เทพเจ้าประจำท้องถิ่น ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบสารคดีล้อเลียน (Mockumentary) เพื่อเพิ่มความสมจริงและทำให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว สะท้อนความขัดแย้งระหว่างความเชื่อดั้งเดิมและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จนประสบความสำเร็จเกินคาด
ร่างทรงเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ในประเทศไทยได้กว่า 101.09 ล้านบาทภายใน 18 วันหลังการเข้าฉาย แถมยังขึ้นแท่นอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศของเกาหลีใต้ และได้รับการตอบรับเชิงบวกจากผู้ชมและนักวิจารณ์จนคว้ารางวัล Best of Bucheon ที่เกาหลีใต้ และรางวัล The Best Film ที่สเปน
หนังผีไทยกำลังขยายอิทธิพลอย่างเต็มตัว
การที่ประเทศไทยประสบกับด้านความนิยมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เป็นผลพลอยได้จาก กระแส “เอเชียสุดขั้ว” ที่มีส่วนทำให้หนังสยองขวัญและระทึกขวัญจากเอเชีย ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้รับความนิยม และส่งผลให้งานแนวเดียวกันจากประเทศไทยเริ่มเข้าตาคนดูประเทศฝั่งอื่น ๆ ที่กำลังมองหาภาพยนตร์แนวเดิมแต่มีพล็อตการนำเสนอใหม่ ๆ นั่นเอง โดยความโดดเด่นของอุตสาหกรรมภาพยนตร์สยองขวัญไทย ก็คือการดึงเอาเรื่องเล่าสุดสยองที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมพื้นบ้านมาเป็นแก่นในการเล่าเรื่องราว ผสมผสานกับการปรับเปลี่ยนแนวการนำเสนอให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จนภาพยนตร์สยองขวัญไทยกลายเป็นที่รู้จักในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ไปจนถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิง และเวลาการประกวดระดับชาติต่าง ๆ และจุดแข็งนี้เองที่ทำให้ The Guardian ถึงกับออกปากพูดไว้ว่า “ประเทศไทยสามารถสร้างภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ผสมความตลกขบขันได้อย่างน่าสนใจ เมื่อเทียบกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญญี่ปุ่นที่น่ากลัวกว่าหรือภาพยนตร์แนวเกาหลีที่มีเลือดสาดกว่า นี่ถือเป็นความเชี่ยวชาญของไทยก็ว่าได้”
หนังผีไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเล่าเรื่องที่ผสมผสานความสยองขวัญ ความขบขัน และรากฐานทางวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย แต่ยังเป็นการส่งออกวัฒนธรรม ความเชื่อ และเอกลักษณ์ความน่ากลัวแบบไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก แม้จะเป็นภาพยนตร์ท้องถิ่นที่มีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิม แต่ด้วยการผสมผสานเทคนิคการเล่าเรื่องสมัยใหม่ หนังผีไทยจึงสามารถสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในวงการภาพยนตร์ระดับสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ที่มา : บทความวิชาการ “Contemporary Thai Horror Film: A Monstrous Hybrid” โดย Mary Jane AinslieMARY JANE AINSLIE จาก e-space.mmu.ac.uk
บทความวิชาการ “Contemporary Horror Story-Telling: Its Function and Reproduction of the Belief in Ghosts in the Thai Context” โดย Nittaya Wannakit
บทความวิชาการ “THE KEY ELEMENTS OF HORROR FILMS: COMPARATIVE STUDY BETWEEN THAILAND AND CHINA” โดย Li Zheyu
บทความ “How Thailand mastered supernatural horror films” โดย James Balmont
บทความ “เทียบความเจ๋ง! เมื่อต่างชาติขอรีเมค 5 หนังไทย!” จาก dek-d.com
บทความ “กดติดวิญญาณ..วนไป ‘Shutter’ ฉบับมะกัน (รีเมค)” จาก truevisions.co.th
บทความ “หนังไทยที่โด่งดังมากจนถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศ” จาก exclusive.postjung.com
บทความ “เฮี้ยนจัด 10 หนังผีไทย น่ากลัวสุดหลอน คอสยองไม่ควรพลาด” จาก thairath.co.th