โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“ดอยธิเบศร์ ดัชนี” กับงานอนุรักษ์ที่ต้องสืบสาน รักษา และต่อยอดอย่างสร้างสรรค์

นิตยสารคิด

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 20.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 20.09 น.
doithibeth-cover

ดอยธิเบศร์ ดัชนี ทายาทของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ “ถวัลย์ ดัชนี” ผู้สร้างสรรค์สุดยอดผลงานศิลปะไว้อย่างมากมาย มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในฐานะผู้สืบทอดผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าของศิลปินระดับตำนานผู้ที่ได้ชื่อว่า “จักรพรรดิแห่งผืนผ้าใบ” ซึ่งคุณดอยได้ใช้ความรู้และความสามารถกับการอนุรักษ์ทั้งภาพเขียน ผลงานศิลปะต่าง ๆ และพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่พ่อของเขาได้สร้างสรรค์ไว้ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

“บ้านดำยังคงเปิดให้คนเข้าชมทุกวันไม่เคยปิด เราเคยปิดไปช่วงโควิดระบาด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีความจำเป็นให้ต้องปิดบริการ เราก็ต้องปิด ส่วนผลงานอื่น ๆ ของคุณพ่อ ที่ผ่านมาผมได้นำมาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัย เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะในรูปแบบของ Immersive Art โดยเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำผลงานของชาวเอเชียมาจัดแสดงในรูปแบบนี้ และผลตอบรับออกมาดีมาก”

ดอยธิเบศร์ ดัชนี ทายาทของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ “ถวัลย์ ดัชนี”

ศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่สามารถอยู่ได้ทุกหนแห่ง
คุณดอยเริ่มต้นเล่าถึงสิ่งที่เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแล ด้วยการนำความรู้จากการเรียนปริญญาโทในสาขา Museum Management ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เจ้าตัวได้มองเห็นถึงปัญหาค่าใช้จ่ายของการดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านดำที่มีรายจ่ายต่อเดือนราว 3,000,000 บาทตั้งแต่อาจารย์ถวัลย์ยังมีชีวิต โดยคุณดอยเปิดบริษัทเกี่ยวกับศิลปะแบบครบวงจร เพื่อวางรากฐานในการบริหารจัดการผลงานที่คุณพ่อสร้างสรรค์ไว้ รวมถึงความตั้งใจในการช่วยให้วงการศิลปะไทยสามารถดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีความยั่งยืน โดยบอกว่า การทำงานศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเสมอไป เพราะผู้คนจะได้เห็นว่า ศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่สามารถอยู่ได้ในทุกหนทุกแห่ง

“งาน Immersive Art of Thawan Duchanee ที่จัดขึ้น ต้องบอกว่าเป็นการนำงานของพ่อมาต่อยอด ทำในสิ่งที่พ่อไม่เคยทำ เพราะอาจารย์ถวัลย์เป็นศิลปินที่ใช้ชีวิตแบบ Traditional มาก ๆ เรียกได้ว่าปฏิเสธเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมทุกสิ่งอย่างโดยสิ้นเชิง แต่ผมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดงานศิลปะให้น่าสนใจและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น โดยการนำภาพวาดของพ่อผสานกับเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality)

จริง ๆ งานนี้เราจัดช่วงที่สถานการณ์การระบาดของโควิดยังวิกฤตอยู่ ทั้งที่หลายคนไม่กล้าขยับตัวจัดงาน แต่ผมกลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่นี้ ถ้าพูดในแง่ธุรกิจ คือการสร้างธุรกิจใหม่ในวงการศิลปะ คือการทำอีเวนต์ที่ใช้ศิลปะเป็นตัวนำ ซึ่งไม่ใช่แค่การนำรูปมาพิมพ์ขาย การทำอะไรซ้ำ ๆ เยอะ ๆ โดยเฉพาะงานศิลปะยิ่งทำให้คุณค่าลดลง ฉะนั้นการที่เรานำผลงานที่มีอยู่มาสร้างสรรค์ต่อยอดนอกจากคุณค่าของผลงานยังคงอยู่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับงานด้วย”

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ สมบัติของชาติที่ต้องดูแลให้คงอยู่ต่อไป
นอกจากนำผลงานอันทรงคุณค่าที่ต้องเก็บรักษาดูแลเป็นอย่างดีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์แล้ว ในส่วนของการดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยอาจารย์ถวัลย์ได้ออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนากว่า 40 หลัง รวมถึงบ้านสถูปรูปทรงแปลกตา ซึ่งที่นี่เน้นการจัดแสดงผลงานศิลปะอันล้ำค่าไว้มากมาย ทั้งงานฝีมือแบบสล่าเหนือ อาทิ เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเขินโบราณ เครื่องเงินล้ำค่า สิ่งของจากจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ทิเบต ยุโรป รวมถึงหนังสัตว์ เขาสัตว์ป่านานาชนิด อย่างหนังเสือ หนังหมี หนังควาย เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์คือพื้นที่รวบรวมงานศิลปะที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งคุณดอยว่า ล้วนแต่ต้องใช้เงินในการดูแลรักษาอย่างมากมาย เขาจึงต้องบริหารจัดการด้วยการนำรายได้จากการ Reproduction ผลงานของอาจารย์ถวัลย์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงสร้างสรรค์งานของตัวเอง ที่แม้ว่าคุณดอยจะวาดรูปกับคุณพ่อตั้งแต่เด็กเป็นประจำ แต่งานของตัวเองที่เขาชอบและถนัดคืองานปั้น โดยสไตล์งานของคุณดอยจะเป็นศิลปะแบบ Mix Media

สำหรับการดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านดำในระยะยาว คุณดอยได้วางแผนไว้อย่างเป็นระบบ โดยจะต้องมีมูลนิธิเข้ามาดูแล หรือองค์กรเอกชนร่วมสนับสนุน

“บ้านดำ ถือเป็นสมบัติของชาติ สิ่งที่ผมทำคือช่วยดูแลรักษาไว้ให้อยู่ต่อไปได้อย่างยาวนานและยั่งยืนที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของคนรุ่นหลัง ซึ่งถ้าเราตายไป ทุกอย่างก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว แต่เราจะยังคงเห็นผลงานของเขาเหมือนยังมีชีวิตอยู่ เพราะผมทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้อย่างน้อยที่สุด คนจะได้ไม่ลืมชื่ออาจารย์ถวัลย์”

งานศิลปะไม่มีมูลค่าอย่างแท้จริงในสังคมไทย
ไม่ใช่แค่ผลงานการสร้างสรรค์ของอาจารย์ถวัลย์เท่านั้นที่คุณดอยให้ความสำคัญ ด้วยความที่เติบโตมากับวงการศิลปะ และทำงานคลุกคลีอยู่กับศิลปะมาโดยตลอด ทำให้คุณดอยมองเห็นปัญหา และหนทางที่จะช่วยให้วงการศิลปะ และศิลปินไทยสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ในทุกยุคทุกสมัย

“ปัญหาของศิลปะบ้านเราคือ งานศิลปะไม่มีมูลค่าอย่างแท้จริงในสังคมไทย ถามว่าถ้ามีมูลค่า ทำไมเราถึงไม่สามารถใช้ผลงานศิลปะเป็นหลักทรัพย์ในการกู้เงินซื้อบ้าน ทำไมเราไม่สามารถกู้เงินธนาคารมาซื้อผลงานภาพวาดของศิลปินได้ ถ้างานศิลปะเป็นที่ยอมรับจริง เราต้องสามารถนำไปจำนำได้ ต้องเป็นมรดกที่ส่งต่อแล้วมีราคาจริงได้ ซึ่งจะมีศิลปินอยู่สักกี่คนที่สามารถส่งออกผลงานไปขายต่างประเทศในราคาเป็นหลักร้อยล้านได้ ในขณะที่เมืองจีนเขาขายกันเป็นหลักพันล้านหยวน

สิ่งที่ผมพูดมามันคือ Pain point ของวงการศิลปะบ้านเราที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข ศิลปินไทยจึงไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะไม่มีระบบอะไรรองรับ ส่วนใหญ่คนเป็นศิลปินบ้านเราคือคนที่วาดรูปได้ แต่ขายรูปไม่เป็น ส่วนคนที่ขายรูปเป็น ก็ไม่สามารถวาดรูปได้”

Art Investment Center มิติใหม่ของศิลปะที่จะช่วยให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
จากปัญหาที่พบนี่เองที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้คุณดอยใช้ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ Art Investment Center ซึ่งเขาตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านศิลปะและของสะสมแบบครบวงจร

“โปรเจ็กต์นี้ผมตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มแบบไร้ขีดจำกัด ที่กล้าการันตีว่าผลงานศิลปะและของสะสมทุกชิ้นที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้เป็นของแท้ 100% เพราะเราต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการศิลปะบ้านเราและไม่เคยมีทางออก เช่น ถ้าเราสนใจอยากจะสะสมงานศิลปะควรเริ่มยังไง เราจะต้องซื้องานศิลปะจากที่ไหนถึงจะมั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ หรือคนที่ได้รับผลงานศิลปะเป็นมรดกเขาควรบริหารจัดการอย่างไร ฯลฯ

ที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับการซื้อผลงานศิลปะหรือของสะสมผ่านช่องทางออฟไลน์ แต่แพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ส่วนการขายทุกชิ้นงานที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้จะถูกหักรายได้ 35% โดย 5% จะนำไปบริจาค 10% นำไปแบ่งให้พันธมิตรทั้งองคาพยพ ส่วนอีก 20% จะถูกใช้เป็นค่าบริหารจัดการแพลตฟอร์ม

ผมไม่ต้องการให้ Art Investment Center เป็นตลาดนัดศิลปะ เพราะจะทำให้ผู้ใช้บริการขาดความเชื่อมั่น เราต้องการสร้างมิติใหม่ให้วงการ เพราะแม้ผมเองจะเปลี่ยนโลกใบเก่าไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างระบบนิเวศใหม่ในโลกใบเก่าได้ ด้วยการร่วมกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ในการยกระดับโลกการลงทุนด้านศิลปะและของสะสม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้เหล่านักสะสมและนักลงทุนจากทั่วโลก ให้เข้ามาชื่นชมและเห็นคุณค่าของผลงานคนไทย”

ดอยธิเบศร์ ดัชนี สวมกอดผู้เป็นพ่ออ.ถวัลย์ ดัชนี

ว่าด้วยเรื่องของ “การอนุรักษ์”
คุณดอยว่า การบริหารจัดการกับผลงานอันทรงคุณค่าที่มีอยู่ให้คงอยู่ต่อไปได้นับเป็นเรื่องสำคัญ หากสามารถจัดสรรได้ดี นั่นย่อมหมายถึงการอนุรักษ์ที่ดี

“การอนุรักษ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนเห็นคุณค่าของของสิ่งนั้น สิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กมาจนถึงวันนี้มีกี่อย่างแล้วที่สูญหายไปจากสังคมไทย

สำหรับผมการอนุรักษ์เป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเรียนรู้ แต่เราอนุรักษ์ด้วยการเก็บรักษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าเราไม่ต่อยอด ไม่เอามาสร้างให้เกิดคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ก็ไปต่อได้ยาก ขณะเดียวกันการอนุรักษ์ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำอยู่แค่เพียงฝ่ายเดียว เพราะจะกลายเป็นเรื่องของปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หรือว่าจะอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว แล้วพิพิธภัณฑ์นั้นตอบโจทย์คนในยุคปัจจุบันหรือเปล่า หรือว่าเขาจำเป็นต้องรู้ไหมว่า สิ่งนี้อนุรักษ์ไว้เพื่ออะไร เพราะมันอาจเป็นสิ่งที่เขาไม่สนใจก็ได้”

คุณดอยว่า ปัจจุบันหลายคนไม่เห็นความสำคัญกับการอนุรักษ์เป็นเพราะเขาไม่ได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของรากเหง้า ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงต้องรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทย ภูมิใจในความเป็นเอเชีย เพราะเขาไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องภาคภูมิใจ การอนุรักษ์ที่ดีจึงต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และต้องมีการสืบสานต่อยอด เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนสามารถช่วยกันได้

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ หรือแม้แต่ตัวศิลปินเองก็ตาม ผมคิดว่าสิ่งที่ควรต้องมีคือ ความเข้าใจโลก อย่าเข้าใจแต่ตัวเอง แต่สิ่งที่เราเห็นจากที่ผ่านมาคือ บางครั้งการอนุรักษ์ก็อนุรักษ์อย่างเดียว ไม่ได้มีการทำความเข้าใจกับบริบททางวัฒนธรรมและเวลาว่ามีความเหมาะสมกับโลกปัจจุบันไหม สิ่งที่ทำสอดรับกันยังไง สำคัญยังไง

การอนุรักษ์ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่จิตสำนึก ถ้าเราปลูกจิตสำนึกกันได้แต่แรก จะไม่มีคำว่าศูนย์อนุรักษ์เกิดขึ้น เพราะการก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ขึ้นมานั้น หมายความว่า กำลังจะมีการสูญหายเกิดขึ้น”

“สิ่งที่ผมทำอยู่ ผมคิดว่าคือการอนุรักษ์ 100% ผมสามารถอนุรักษ์ผลงานต่าง ๆ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่ได้สร้างสรรค์ไว้ให้ยังคงอยู่แม้พ่อจะจากไป 10 ปีแล้ว และผมยังนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดไปในทุกทิศทางและทุกมิติ โดยทั้งหมดนี้เพียงเพราะผมอยากให้พ่อยังอยู่ ยังมีลมหายใจอยู่ในผลงาน และผมเองก็มีความสุข ถ้าวงการศิลปะที่พ่อผมรักจะยังคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน” ทายาทศิลปินแห่งชาติผู้สืบทอด รักษา ดูแลผลงานศิลปะอันทรงคุณค่ามากมาย กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : ดอยธิเบศร์ ดัชนี

เรื่อง : EnJoy

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...