ปีม้าดุ3วันสังเวย145ชีวิต!
ปีม้าเลือด! วันที่สามเทศกาลปีใหม่เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ดับ 54 ราย รวมยอด 3 วันสังเวยแล้ว 145 ราย กทม.ครองแชมป์ตาย ศปถ.กำชับดูแลช่วงกลับกรุง 4 ม.ค. คาดมีปริมาณรถกว่า 7 แสนคัน
เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด 40.18% ดื่มแล้วขับ 29.45% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 76.92% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 78.22% ถนนกรมทางหลวง 36.81% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี 22.91% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (7 ราย)
“อุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68-1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 769 คน ผู้เสียชีวิตรวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (38 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 ราย)”
นายจิระพงศ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 ม.ค. 69 ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ซึ่งในพื้นที่ยังคงมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกะทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับประชาชนบางส่วนได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และกลับไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ ศปถ.จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมให้วางแผนเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับ และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในเส้นทางต่างๆ ทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้ ทั้งนี้ได้เน้นการตั้งจุดตรวจ จุดบริการ การเตรียมเปิดช่องทางแยกและเปิดช่องทางพิเศษ และการบังคับใช้กฎหมาย
ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าวว่า ช่วงระยะนี้จะมีประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นที่สุดในวันที่ 4 ม.ค. 2569 ศปถ.จึงประสานสั่งการจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เพิ่มความเข้มข้นเรื่องการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่น ท้องที่ ดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในและการชนท้าย
นายสหรัฐกล่าวอีกว่า ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติของเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุทางถนน ได้กำชับพื้นที่ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร และที่สำคัญคือ การสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจรช่วงเทศกาลแก่ทั้งผู้ขับขี่และเดินเท้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัย
ขณะที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ได้ประเมินสถานการณ์อุบัติเหตุและกำหนดมาตรการเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
โดยรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุสะสมช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2568 ถึง 1 ม.ค. 2569 จังหวัดภูเก็ตเกิดอุบัติเหตุทางถนน 34 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 38 ราย และเสียชีวิต 4 ราย โดยภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสูงสุด พฤติกรรมเสี่ยงหลักยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนด การไม่สวมหมวกนิรภัย และการดื่มสุราแล้วขับ ขณะที่ยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ยังมีอุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้น อาทิ เหตุการณ์รถจักรยานยนต์ชนกันบริเวณตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย รวมถึงเหตุการณ์รถจักรยานยนต์เสียหลักชนหลักกิโลเมตร บนถนนทางหลวงชนบท อำเภอถลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ การไม่สวมหมวกนิรภัย การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต และการดื่มสุราก่อนขับขี่
นายรุ่งเรืองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการใช้สิทธิการรักษาพยาบาล และสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการดูแลและเยียวยาตามสิทธิอย่างครบถ้วน พร้อมเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์รณรงค์ ป้องกันพฤติกรรมเมาแล้วขับในกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะภายในแคมป์คนงานและพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง
ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ ปริมณฑล หลังจากหยุดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่กับครอบครัวในภูมิลำเนาแล้วนั้น พบว่าส่วนหนึ่งต่างทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.บ้างแล้ว และอีกส่วนยังเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง โดยพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่คือกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เดินทางกลับวันนี้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะ รถปรับอากาศ รถประจำทาง ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดรับรถบัส รถปรับอากาศ รถตู้โดยสารสาธารณะ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างหนาแน่น โดยต่างอุ้มลูกจูงหลานหอบหิ้วสัมภาระข้าวของพะรุงพะรังที่สามารถติดไม้ติดมือไปไว้เป็นเสบียงอาหารได้ บางคนมาพร้อมข้าวสารกระสอบละ 40-50 กก. ข้าวเหนียว พริกแห้ง หน่อไม้ ปลาป่น ปลาร้าบอง ข้าวเหนียวไก่ย่างหมูทอดรับประทานระหว่างรอขึ้นรถ ส่วนที่นำลูกหลานไปด้วยเนื่องจากไม่มีใครดูแล ขณะที่หน้าห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารมีพี่น้องประชาชนเข้าแถวยืนรอกันเต็ม โดยเจ้าหน้าที่ขนส่งต้องคอยจัดระเบียบเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งหลายคนบอกว่าที่ต้องเดินทางกลับวันนี้ ทั้งที่ยังมีเวลาเหลือวันหยุดอีก 2 วัน เพราะจะกลับไปเก็บกวาดห้องพัก เก็บกวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน เตรียมตัวในการทำงาน และยังได้พักผ่อนวันหยุด.